
โฉนดสลับกับข้างบ้าน
พ่อดิฉันซื้อบ้านทีเอช (TH) อยู่สบายหินกอง จ.สระบุรี 2 ห้องคู่กัน มีโฉนด 2 ฉบับ ถือไว้ทั้งคู่ ต่อมาขายไป 1 ห้อง เดือนมกราคม 2550 ให้นายเอ ตอนไปทำเรื่องโอนก็ยื่นให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน 1 ฉบับ (ที่โฉนดมี 1 ฉบับที่เขียนบ้านเลขที่ไว้มุมบน)
ดิฉันหยิบฉบับที่ตรงกับบ้านเลขที่ที่นายเอซื้อ ส่งให้เจ้าหน้าที่เขาเช็กแล้วบอกว่า ไม่ใช่ฉบับนี้ ก็เลยเปลี่ยนเป็นอีกฉบับให้ไปแล้วดำเนินเรื่องจบไป แล้วนายเอก็หาเพื่อนคือนายบี มาซื้ออีกห้องที่ติดกัน (นายบีกู้แบงก์ ดิฉันจำไม่ได้ว่าแบงก์อะไร) ก็ดำเนินเรื่องจบไป
ต่อมาต้นๆ เมษายน 2552 นายบีโทรมาหาดิฉันบอกว่า นายเอจะขายบ้าน แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะโฉนดสลับกัน เราก็คุยว่าจะทำอย่างไรกันดี เขาก็เงียบไป พอวันที่ 16 พฤษภาคม 2552 นายบีก็โทรมาอีกบอกว่า ตอนนี้นายเอซื้อต่อเขาไป เสียค่าโอน 2 หมื่นบาทกว่า เขาเลยขอให้ดิฉันช่วยเขาเรื่องค่าโอนครั้งนี้ด้วย (1 หมื่นบาท) แล้วครั้งหน้าเขาต้องซื้อกลับจากนายเอ มาเป็นชื่อนายบีอีก ก็ต้องเสียค่าโอนอีก ยังรู้อีกเท่าไหร่
1.ดิฉันอยากทราบว่า ใครต้องรับผิดชอบตรงนี้คะ นายบีบอกว่า ปรึกษากับแบงก์ที่เขากู้เพราะโฉนดอยู่กับแบงก์ที่เขายื่นเรื่องไว้ ทางแบงก์บอกให้ไปฟ้องเอาเขาไม่รับผิดชอบ
2.นายบีมาเรียกร้องค่าโอนที่ดิฉันได้ไหมคะ ยังมีครั้งหน้าอีก ขอคำแนะนำด้วยค่ะ
นันท์นิชา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า กรณีเรื่องของคุณจากที่ดูข้อมูลมา ในแง่ของกฎหมายแล้ว ไม่มีกฎหมายตัวไหนกำหนดให้คุณต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ว่า ต้องช่วยจ่ายค่าโอนให้แก่นายเอ หรือ นายบี และก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคุณโดยตรง เช่นเดียวกับที่ธนาคารบอกกับนายบีว่า ไม่ใช่ความรับผิดชอบของธนาคาร ต้องไปฟ้องร้องเอาเอง ซึ่งก็ถูกต้องอย่างที่ธนาคารว่า
แต่ถ้าว่ากันในเรื่องของจริยธรรม กรณีนี้คุณควรต้องช่วยเหลือเรื่องค่าโอนที่เกิดขึ้น เพราะการขายสินค้าให้ตั้งแต่แรกนั้น มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อต้องพยายามแก้ปัญหาแล้วมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น คุณก็ควรจะมีส่วนรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายนั้นด้วย ส่วนจะมากจะน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่ว่าตกลงกันว่าอย่างไร
ซึ่งในกรณีนี้ ถ้าคุณไม่ช่วยเหลือค่าโอนที่เกิดขึ้น นายเอ หรือ นายบี ก็มีสิทธิฟ้องคุณได้เหมือนกัน ฐานขายสินค้าที่มีความผิดพลาดให้ คือ โฉนดไม่ตรงกับแปลง แล้วทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น หลังจากได้เปลี่ยนโฉนดเพื่อให้มีชื่อตรงกับเจ้าของให้ถูกต้อง และถ้ามีการฟ้องร้องแล้วศาลจะตัดสินออกมาอย่างไรก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาล
แนะนำว่า ในเบื้องต้น เรื่องนี้ไม่ได้ร้ายแรง หรือยุ่งยากมากนัก เพียงแต่ทุกคนคุยกันว่าจะเอาอย่างไร ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายกันอย่างไร เรื่องก็ไม่น่าจะบานปลายมาก



