ข่าว

อุตุฯยัน'พระพิรุณ'ไม่เข้าไทย

อุตุฯยัน'พระพิรุณ'ไม่เข้าไทย

09 ต.ค. 2555

อุตุฯ เตือนฝนตกหนักบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ประเทศไทยตอนบน อากาศเริ่มเย็นลง ยัน 'พระพิรุณ' ไม่เข้าไทย ขณะที่น้ำป่าซัด 4 สะพานสวนผึ้ง-ราชบุรีขาด

          กรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 ต.ค. 55 ระบุ ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 10:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศจะเริ่มเย็นลงโดยมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบน ทำให้บริเวณด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกหนักได้บางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี ระวังอันตรายจากฝนตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย 

          อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “พระพิรุณ” (PRAPIROON) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก จะไม่เคลื่อนตัวเข้าประเทศไทย

 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12:00 วันนี้ ถึง 12:00 วันพรุ่งนี้

 

          ภาคเหนือ   มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาคบริเวณจังหวัดตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

          ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

          ภาคกลาง   มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาคบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. 

          ภาคตะวันออก   มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณชายฝั่งบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

          ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)   มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร 

          ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)   มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

          กรุงเทพมหานครและปริมณฑล   มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

 

น้ำป่าซัด 4 สะพาน 'สวนผึ้ง-ราชบุรี' ขาด

 

          หลังจากที่จังหวัดราชบุรี ได้รับผลกระทบจากพายุแกมี ทำให้มีฝนตกหนักตลอดทั้งวันทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร โดยเฉพาะที่อำเภอสวนผึ้ง มีน้ำป่าจากเทือกเขาตะนาวศรี ไหลลงมารวมกับน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กระแสน้ำรุนแรงมากซัดคอสะพานที่เชื่อมต่อถนนสายหลักเข้าหมู่บ้านขาดไปถึง 4 สะพาน

          นายปิติธรรม ฐิติมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และนายรังสรรค์ ตันเจริญ นายอำเภอสวนผึ้ง ได้เข้าตรวจสอบที่บริเวณสะพานบ้านทุ่งแฝกหมู่ 2 ต.สวนผึ้ง ซึ่งเป็นสะพานเข้าหมู่บ้านถูกน้ำป่ากัดเซาะคอสะพานขาดเป็นระยะทางกว้างกว่า 15 เมตร ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่นซึ่งมีระยะทางไกลออกไป เจ้าหน้าที่ของกรมการทหารช่างได้เตรียมนำสะพานแบริ่ง ซึ่งเป็นสะพานชั่วคราวมาทอดเพื่อให้ชาวบ้านได้สัญจรได้ก่อนที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาซ่อมแซม

          สำหรับคอสะพานที่ขาดนั้นได้แก่ สะพานบ้านทุ่งแฝก หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง สะพานบ้านทุ่งไม้แดง หมู่ 2 ต.สวนผึ้ง สะพานเข้ารีสอร์ท สวนผึ้งฮิลล์รีสอร์ท ซึ่งเป็นสะพานที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกรีสอร์ท แต่ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางออกมาก่อนที่จะเกิดน้ำป่าซัดคอสะพานขาดแล้ว และสะพานบ้านนาขุนแสน นอกจากนี้ยังมีสะพานอีกหลายตัวในพื้นที่อ.สวนผึ้ง ที่กำลังเสี่ยงต่อการถูกน้ำป่าเซาะตัดขาด ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเฝ้าระวัง เพื่อจะได้แจ้งเตือนไม่ให้ประชาชนไปใช้เส้นทางดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กำลังเร่งเข้าไปตรวจสอบเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่อาจจะติดค้างอยู่ไม่สามารถออกเดินทางมาได้ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

          ส่วนบรรยากาศที่อำเภอสวนผึ้งในช่วงเช้านี้ฝนหยุดตก แต่ท้องฟ้าก็ยังมีเฆมฝนอยู่ ซึ่งคาดว่าถ้าฝนไม่ตกสภาพน้ำป่าที่ไหลแรงอยู่ในขณะนี้ก็จะเบาบางลงได้

 

กาญจนบุรี - น้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วม 2 อำเภอชายแดน

 

          นายจำรัส กังน้อย นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย ว่า สืบเนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่ จ.ราชบุรี ดังนั้น อ.ด่านมะขามเตี้ย อาจจะได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากที่ไหลมาจากเทือกเขาตะนาวศรี อ.จอมบึง อ.บ้านคา และ อ.สวนผึ้ง ที่เส้นทางน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำภาชี ดังนั้นตนจึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังระดับน้ำมาตลอด จนกระทั่งเวลา 24.00 น. วันนี้ ได้รายงานเหตุระดับน้ำในแม่น้ำภาชี บริเวณสะพานบ้านหินแด้น หมู่ 3  ต.หนองไผ่ อ.ด่านมะขามเตี้ย มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสัญญาณเตือนภัยเป็นสีแดงทุก 5 นาทีตลอดเวลา

          ต่อจากนั้นระดับน้ำก็สูงขึ้นเรื่อยๆ  ตนจึงประสานงานขอความช่วยเหลือไปยัง หน่วยทหาร ร.9 พัน.3 เพื่อขอกำลังสนับสนุนในการเข้าพื้นที่ช่วยอพยพชาวบ้านในเขตพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ อปพร.และทหารเข้าพื้นที่ช่วยเหลืออพยพชาวบ้านจาก หมู่ 4 และ หมู่ 5 ต.วังไผ่ ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยออกมาอย่างปลอดภัย ต่อมา 05.00 น. ระดับน้ำได้สูงขึ้น และแผ่ขยายเข้าท่วมพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.หนองไผ่ หมู่ 1,3,4,5,6 ต.กลอนโด หมู่ 3,10  ต.ด่านมะขามเตี้ย หมู่ 1,2,2,5,6,7,10  ต.จระเข้เผือก หมู่ 1,3,5,6,12 ซึ่งขณะนี้ทั้งฝ่ายปกครอง อปท.ต่างๆ และทหารรวมถึงส่วนราชการอื่นๆ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน     

          ส่วนทางด้าน นายธนา บุษปวนิช นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลัง อส.และกำลังทหารจาก ร.9 พัน.1 ร่วมลงพื้นที่ ต.บ้านเก่า สมทบกับ อบต.บ้านเก่า และ อปพร.ในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม 7 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.บ้านเก่า โดยนายธนา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ว่า ตนได้รับรายงานจากกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.บ้านเก่า และ อบต.บ้านเก่า ว่า เมื่อกลางดึกมีน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลลงสู่พื้นที่ราบลุ่มในพื้นที่ ต.บ้านเก่า ซึ่งกระแสน้ำแรงมากทำให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่บ้านใหม่ห้วยน้ำขาว หมู่ 15 เกิดความเสียหาย บ้านเรือนราษฎรถูกน้ำพัดหายไป 2 หลังคาเรือน และระดับน้ำได้ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ต.บ้านเก่า 2 อ่างใหญ่มีระดับน้ำปริ่มขอบอ่าง 

          ซึ่งตอนนี้ ทางอำเภอเมืองกาญจนบุรี ได้นำกำลัง อส.ลงพื้นที่ร่วมกับ ทหารจาก ร.9 พัน.1 กองพลทหารราบที่ 9 และ อบต.บ้านเก่า กำนันผู้ใหญ่บ้าน เข้าช่วยเหลือชาวบ้านผู้ประสบภัยในครั้งนี้ โดยขณะนี้มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 หมู่ บ้าน คือ หมู่ 6 บ้านทุ่งศาลา หมู่ 15 บ้านใหม่ห้วยน้ำเขา หมู่ 2 บ้านห้วยน้ำขาว ส่วนอีก 4 หมู่บ้าน น้ำเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม คือ หมู่ 14 บ้านประตูด่าน หมู่ 7 บ้านหนองบ้านเก่า หมู่ 9 บ้านลำทราย และหมู่ 5 บ้านลำทหาร ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ร่วมช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด 

 

น้ำยมเอ่อท่วมบ้านเรือน ร.ร.พื้นที่ ต.ไผ่ท่าโพ

 

          สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำจากแม่น้ำยมเอ่อเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านวังปลากด ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง ระดับน้ำท่วมสูง 30 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร ประชาชนต้องใช้เรือในการสัญจรและต้องน้ำสิ่งของมีค่า เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไว้บนถนนเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้น้ำจากแม่น้ำยมที่เอ่อขึ้นสูงขึ้นยังไหลเข้าท่วมพื้นที่สนามกีฬาของโรงเรียนวัดใหม่แสงมรกต ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา น้ำได้เข้าท่วมสนามโรงเรียน แต่ยังไม่ท่วมอาคารเรียนซึ่งอยู่สูง จึงสามารถเปิดการการสอนได้ตามปกติ

          ในส่วนพื้นที่ลุ่มตลอดแนวเส้นทางรถไฟที่ผ่าน 3 อำเภอของจังหวัดพิจิตร ได้แก่ อำเภอเมืองพิจิตร ตะพานหิน และบางมูลนาก น้ำยังคงท่วมขังพื้นที่การเกษตรที่เก็บเกี่ยวแล้ว บ้านเรือนประชาชน สถานที่สาธารณะ ยังคงถูกน้ำท่วม เนื่องจากน้ำที่สะสมในพื้นที่ ฝนที่ตกลงมา น้ำไม่สามารถระบายลงสู่แม่น้ำน่านได้เนื่องจากแม่น้ำน่านมีระดับน้ำสูงจากการระบายจากแม่น้ำยมลงแม่น้ำน่าน

          ด้านนายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้ประชุมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ หลังจากรับตำแหน่ง ได้เรียกประชุมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัด พิจิตร เพื่อรับทราบข้อมูล ปัญหา อุปสรรค รวมทั้งกำชับให้หน่วยราชการ ปกครองส่วนท้องถิ่น สำรวจ และ ช่วยเหลือประชาชน ที่กำลังประสบอุทกภัยน้ำท่วมอยู่ในขณะนี้ 

          สำหรับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจิตร สรุป พื้นที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดพิจิตร ขณะนี้ขยายพื้นที่ท่วม จำนวน 10 อำเภอ 36 ตำบล 208 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 7,380 ครัวเรือน พื้นที่ทางการเกษตร นาข้าวได้รับผลกระทบ จำนวน 4,870 ไร่ ถนนลูกรังถูกน้ำท่วมเป็นบางช่วง จำนวน 34 สาย คอสะพานชำรุด 1 แห่ง ท่อ คสล. ชำรุด 2 แห่ง สะพาน 1 แห่ง สำหรับ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวชิรบารมี สามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง โพทะเล บางมูลนาก และตะพานหิน ในส่วนอำเภอสากเหล็ก วังทรายพูน ทับคล้อ สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

 

ระดับน้ำล้นเขื่อนชัยภูมิเริ่มทรงตัว

 

          นายประสบ จงรั้งกลาง หัวหน้าโครงการเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนลำปะทาว จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า ถือเป็นโชคดีที่พายุเกมีอ่อนกำลังลงมากแล้ว ซึ่งทำให้ปริมาณฝนตกบนเทือกเขาน้อยลงมาก และน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเร็วนี้ โดยขณะนี้ระดับน้ำที่ล้นสันเขื่อนลำปะทาว ทั้ง 2 เขื่อน ในตอนบน ที่มีความจุได้ทั้งหมด 44 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำในเขื่อนร้อยละ 94.3 ใกล้ล้นสันเขื่อนเหลืออีกเพียง 45 ซม.เท่านั้น และล่าสุดระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 94.6 ถือว่าเพิ่มขึ้นไม่มากนัก

          ส่วนสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปะทาวตอนล่าง ที่มีความจุ 16.4 ล้าน ลบ.ม. วานนี้ระดับในเขื่อนลำปะทาวล่าง เกินความจุอยู่ที่ 107.5% น้ำเกินความจุล้นสันเขื่อนที่ระดับ 26 ซม. ล่าสุดเริ่มมีระดับน้ำล้นสันเขื่อนทรงตัว และจะสามารถเร่งระบายออกผ่านไปที่อ.แก้งคร้อ และเขต อ.เมืองชัยภูมิ ให้ลดลงได้จนเข้าสู่ภาวะปกติได้ในเร็วๆ นี้

          "ถ้าหากไม่มีพายุลูกใหม่เข้ามา หรือเกิดฝนตกหนักในอีก 2-3 วันนี้  พายุแกมีครั้งนี้น่าจะเป็นผลดีด้านการเกษตรที่ทางเขื่อนจะได้เร่งระบายออกช่วยเหลือด้านการเกษตร และเก็บกักไว้เต็มปริมาณความจุ ทั้ง 2 เขื่อน เพื่อช่วยเก็บไว้ช่วยยามเข้าสู่หน้าแล้งปีนี้ที่จะช่วยบรรเทาภัยแล้งปีนี้ให้น้อยลงได้อีกด้วย"

          ขณะที่โครงการชลประทาน จ.ชัยภูมิ มีรายงานสถานการณ์น้ำ ตามแหล่งเก็บกักน้ำขนาด กลางและขนาด ใหญ่อย่างเขื่อนจุฬาภรณ์ รวมทั่วทั้งจ.ชัยภูมิ รวม 13 แห่ง  ที่มีความจุทั้งหมดรวม 339.35 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีความจุเหลือรวมกันทั้งหมดอยู่ที่ 203.06 ล้าน ลบ.ม. เฉลี่ยเกินกว่าร้อยละ 59 โดยจะเหลือน้ำเก็บไว้ใช้ยามน้ำแล้งปีนี้ได้ทั้งหมด 152.39 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งระดับน้ำริมตลิ่งลำน้ำชีไหลผ่านทั้งหมดใน จ.ชัยภูมิ มีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่งเฉลี่ยอยู่ที่ ตั้งแต่ 50 ซม.- 1.5 เมตร

 

ผอ.เขื่อนรัชชประภา ย้ำยังรองรับน้ำได้ปกติ หมดห่วงน้ำทะลัก

 

          ผู้อำนวยการเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" ว่า ปัจจุบันเขื่อนรัชชประภา สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด  5,639 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งช่วยในการบรรเทาสาธารณภัยได้เป็นอย่างดี การเก็บกักน้ำของเขื่อนในฤดูฝนจะช่วยลดความรุนแรงของภาวะน้ำท่วมในพื้นที่หลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เป็นอย่างดี 

          โดยขณะนี้สถานการณ์ปริมาณน้ำที่กักเก็บ อยู่ที่ 4,357 ล้าน ลบ.ม. จากที่สามารถกักเก็บได้ทั้งหมด 5,639 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำในอ่างคิดเป็นร้อยละ 77.28 ของปริมาณที่รับได้ทั้งหมด ซึ่งสามารถรับน้ำได้อีก 1,280 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 14 ล้าน ลบ.ม. และมีแผนการระบายน้ำ 12.9 ล้าน ลบ.ม.

          สำหรับสภาพความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนรัชชประภา มีตารางเวลาการตรวจสอบเป็นประจำ ซึ่งผลตรวจสอบล่าสุดยังคงเป็นปกติ เชื่อมั่นว่าเมื่อถึงฤดูน้ำหลากไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน สามารถรองรับน้ำได้เป็นปกติ

 

มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอ.เถิน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ว่าการอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ตัวแทนสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปางร่วมกับบริษัท ปตท.คลังลำปาง ได้นำถุงยังชีพกว่า 100 ถุง เดินทางไปมอบให้กับนายสุรพล บุรินทราพันธุ์ นายอำเภอเถิน และนางสิญาภรณ์ บุรินทรภรณ์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอเถิน เพื่อนำไปมอบให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลาก 

          โดยเหตุการณ์ดังกล่าว มาจากเกิดน้ำป่าบนเขาเขตอุทยานเวียงโกศัยได้ไหลทะลักมาตามลำห้วยแม่ปะและได้ล้นทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนใน 4 หมู่บ้าน ที่ตั้งอยู่ใกล้ลำห้วยและที่ลุ่มต่ำของตำบลแม่ปะ อำเภอเถินจังหวัดลำปาง เมื่อคืนวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้สิ่งสาธารณูปโภค สัตวเลี้ยงและเครื่องมือทางการเกษตรที่เก็บหนีน้ำไม่ทันได้รับความเสียหาย และเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน จึงนำถุงยังชีพเพื่อส่งให้กับเหล่ากาชาดอำเภอเถินนำไปมอบให้กับผู้ประสบภัยดังกล่าว