
ยึด!ระเบิดM16ซุกเพียบแฟลตเอื้ออาทร
รอง ผบช.น. บุกจับอาวุธปืนเถื่อน พร้อมด้วยเครื่องกระสุนหลายรายการ ภายในอาคารแฟลตเอื้ออาทร ย่านคลองสามวา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 55 พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รองผบก.น.2 พ.ต.อ.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผกก.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์ระเบิด (อีโอดี) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.2 และสน.คันนายาว เข้าตรวจสอบห้องเลขที่ 189/1 อาคาร 39 แฟลตเอื้ออาทรปัญญาอินทรา ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าห้องดังกล่าวซุกอาวุธสงคราม
ที่เกิดเหตุภายในห้องดังกล่าว ซึ่งอยู่ชั้น 1 ของอาคาร โดยปิดห้องล็อคไว้ไม่มีผู้อยู่อาศัย เจ้าหน้าที่พบกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ กล่องกระดาษ กล่องเล็ก กระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ และกระสอบถุงปุ๋ยวางอยู่ระเบียงหลังห้อง และตามมุมของห้องจำนวนมาก เมื่อตรวจสอบพบบรรจุชิ้นส่วนอุปกรณ์อาวุธปืนสงครามขนาด เอ็ม 16 และ อาก้า รวมทั้งชนิดอื่นๆ เป็นลำกล้องปืน ไกปืน ฯลฯ อยู่ในกระสอบถุงปุ๋ย ส่วนกล่องพลาสติกบรรจุแมกกาซีนปืน เอ็ม 16 กับ อาก้า ประมาณ 100 อัน ในกล่องกระดาษและกล่องเหล็กพบเครื่องกระสุนปืนเอ็ม16 และอาก้าประมาณ 1 หมื่นนัด ลูกระเบิดขว้าง MK2 หรือระเบิดน้อยหน่า จำนวน 5 ลูก หัวลูกระเบิดปืนคอที่เปิดใช้งานแล้ว 1 หัว ชุดจุดชนวนระเบิดพร้อมฝักแค จำนวน 3 ชุด เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.ปริญญา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ประธานชุมชนเอื้ออาทรดังกล่าวได้พบข้าวของในห้องดังกล่าวซึ่งผิดสังเกต เมื่อมองจากด้านหลังห้องจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว มาตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่สายตรวจของ สน.คันนายาว มาพบว่าเป็นวัตถุอันตรายต้องสงสัย จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่หน่วยอีโอดี และเจ้าหน้าที่ พฐ.มาร่วมตรวจสอบ เมื่อมาตรวจก็พบชิ้นส่วนอาวุธสงคราม และเครื่องกระสุนจำนวนมาก รวมทั้งระเบิดขว้างและชุดจุดชนวนระเบิด โดยห้องดังกล่าวไม่มีคนอยู่อาศัย ห้องมีลักษณะฝุ่นเกาะ แต่ลูกกรงด้านหลังมีลักษณะถูกงัด สามารถเข้าออกจากทางด้านหลังห้องได้
พล.ต.ต.ปริญญา กล่าวอีกว่า ห้องดังกล่าวมีเจ้าของที่ซื้อไว้นานแล้ว ทราบว่าเป็นอดีตข้าราชการที่เกษียณไปแล้ว ตำแหน่งรองผู้ว่าราชการ เมื่อซื้อห้องนี้ก็ปล่อยให้เช่า โดยเจ้าแรกที่เช่าเป็นผู้หญิงทำงานเป็นแม่บ้านของธนาคารแห่งหนึ่ง และได้ย้ายออกไปเมื่อปี 2552 จากนั้นได้มีผู้หญิงมาเช่าอยู่ต่อทำงานเป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟ ก่อนจะย้ายออกไปเมื่อช่วงน้ำท่วมปลายปี 2554 แล้วก็ปล่อยทิ้งร้างไว้ไม่มีคนมาเช่าต่อ
"เครื่องกระสุนอาวุธสงครามเหล่านี้น่าจะมีคนมาซุกซ่อนไว้ และของจำนวนมากมีน้ำหนักเยอะทำคนเดียวหรือขนย้ายคนเดียวไม่ได้ ส่วนคนที่เช่าแล้วย้ายออกไปคนล่าสุดจะรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ โดยจะตรวจสอบทั้งหมดตั้งแต่เจ้าของห้อง เจ้าของโครงการ รวมทั้งคนมาเช่า นอกจากนี้ยังให้ พฐ.นำของเหล่านี้ไปตรวจหาลายนิ้วมือแฝง รวมทั้งตรวจลายนิ้วมือแฝงในห้องด้วย เพื่อนำตัวคนกระทำผิดมาดำเนินคดีข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ส่วนอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนเชื่อว่าน่าจะเป็นของหน่วยงานราชการ ยังไม่ทราบว่าเป็นของทหารหรือตำรวจ ของเหล่านี้ต้องถูกขนออกมาแล้วมาซุกซ่อนไว้"
รองผบช.น. กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกันก็เป็นไปได้ว่ามีคนรู้ว่าห้องดังกล่าวไม่มีคนอยู่ จึงได้งัดเหล็กดัดเข้าทางด้านหลังนำของดังกล่าวมาซุกซ่อนไว้ก็เป็นได้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงผู้เกี่ยวข้องกับห้องนี้ทั้งหมดมาสอบ
สอบถามประธานชุมชนเอื้ออาทรปัญญาอินทรา กล่าวว่า ตนเป็นประธานชุมชนมานาน และห้องของตนก็ติดกับห้องที่เกิดเหตุ ก่อนหน้านี้มีผู้หญิงชื่อ วัน เป็นแคดดี้ที่สนามกอล์ฟเช่าอาศัยอยู่ ก่อนจะย้ายออกไปช่วงน้ำท่วม ปล่อยห้องทิ้งร้างไว้ และเมื่อกลางดึกวันศุกร์ต่อเนื่องวันเสาร์ที่ผ่านมา ช่วงเวลาประมาณตี 1 เศษ ลูกชายของตนกำลังจะกลับเข้าข้องได้สังเกตเห็นชาย 2-3 คน ลักษณะผมสั้นเกรียนมาป้วนเปี้ยนอยู่ด้านหลังห้องดังกล่าว ลูกชายเห็นว่าเป็นคนนอกเลยจะเดินไปดู แต่กลุ่มชายดังกล่าวได้โชว์ปืนพกเหน็บอยู่ที่เอวให้เห็น ลูกชายคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยไม่สนใจเดินกลับเข้าห้องไป
ประธานชุมชนฯ กล่าวอีกว่า กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 8 ต.ค. ลูกชายมาดูที่หลังห้องดังกล่าวพบว่ามีลูกกระสุนไม่ทราบขนาดตกอยู่ 1 นัด และที่ด้านหลังห้องก็มีกล่องกระดาษใส่ของเต็มไปหมด ก่อนมาเล่าให้ตนฟัง แล้วช่วงค่ำมีลมฝนมาตนในฐานะประธานชุมชนเลยมาดูเพราะลมแรงเกรงว่าข้าวของที่หลังห้องดังกล่าวจะเปียก เมื่อมาเห็นก็พบข้าวของดังกล่าวผิดสังเกตจึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ แล้วก็พบว่าเป็นอาวุธสงครามจำนวนมาก ซึ่งเป็นที่น่าตกใจและไม่เคยทราบมาก่อนเลย
ด้านเพื่อนบ้านอีกคน ซึ่งอยู่ห้องเยื้องกับห้องเกิดเหตุบอกว่า รู้จักคนเช่าห้อง เป็นผู้หญิงชื่อว่า วัน เป็นคนภาคเหนือ อายุประมาณ 30 ปี ทำงานเป็นแคดดี้ ช่วงที่เขาเช่าห้องดังกล่าวอยู่ก็มีแม่และเด็กอายุประมาณ 4-5 ขวบมาอยู่ด้วย จากนั้นแม่กับเด็กก็กลับบ้านและมีผู้ชายมาอยู่ด้วย 1 คน พอช่วงน้ำท่วมในจังหวะที่น้ำลดเห็นเขาขนของย้ายออก เลยถามว่ามีใครมาเช่าต่อไหม เพราะมีคนรู้จักอยากมาเช่าอยู่ต่อ เขาบอกว่าไม่มี ไม่ได้ปล่อยให้เช่าต่อ เพราะจะเอาห้องไว้เก็บของ จากนั้นก็ไม่เห็นเขาอีกเลย และไม่เคยมีใครมาที่ห้องนี้ เพราะประตูหน้าห้องจะล็อคไว้ตลอด กระทั่งตำรวจมาพบระเบิดและลูกกระสุนจำนวน ก็รู้สึกตกใจกลัว
ทั้งนี้ชาวบ้านที่ทราบข่าว ต่างพากันแห่มาดู และจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ทุกคนต่างตกใจและกลัวกับสิ่งที่พบเห็น เพราะท่ามกลางที่พักอาศัยของคนหมู่มาก ยังซุกซ่อนของอันตรายมากมายขนาดนี้เอาไว้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจขนของกลางไปตรวจสอบ ชาวบ้านที่มามุงดูนับร้อยคนต่างปรบมือให้กำลังใจ และขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาตรวจยึดของอันตรายเหล่านี้ออกจากชุมชน



