ข่าว

'เฉลิม'เปิดปากรับพบ'ทักษิณ'จริง

'เฉลิม'เปิดปากรับพบ'ทักษิณ'จริง

09 ต.ค. 2555

'เฉลิม'เปิดปากรับพบ'ทักษิณ'จริง อ้างรูปที่สื่อตีข่าวเป็นภาพเมื่อปี 50 ชี้อย่าไปเชื่อสื่อตปท. ตอกกลับ 'ศิริโชค' ควรแก้ไขปัญหาคุณแม่ตัวเองก่อน พร้อมเผยจับทุจริตจำนำข้าวแล้ว 25 ราย แจงคดีตรวจพบอาวุธสงครามย่านบางชัน เป็นคดีต่อเนื่องมาจากคดี ตร.นอกแถว

             เมื่อเวลา 09.00 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการเดินทางไปประเทศฮ่องกงโดยมีการปฏิเสธภาพถ่ายร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นภาพเมื่อปี 2550 ซึ่งนายศิริโชค โสภา สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เป็นการโกหกสีขาว ว่า “ฝากบอกคุณศิริโชคไปแก้ไขปัญหาคุณแม่เถอะ อย่ายุ่งกับผมเลย” เมื่อถามต่อว่า ทางสื่อฮ่องกงได้ยืนยันว่า เป็นภาพปัจจุบัน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คุณไปเชื่อหนังสือต่างประเทศเหรอ ไม่เชื่อรองนายกฯเมืองไทยเหรอ ซึ่งเมื่อปลายปี 2550 มีการไปพบแต่ไม่ใช่ภาพนี้

             ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการพบหรือไม่พบมีความแตกต่างหรือเสียหายอย่างไร ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เมื่อปี 50 ตนไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นช่วงก่อนตั้งรัฐบาลพลังประชาชน พบจริงก็ไม่ผิดอะไรมันนอกราชอาณาจักร ชนะเลือกตั้งก็ไป ไม่ไปก็ไม่ได้เป็น รมว.มหาดไทยสิ ไม่เห็นมีอะไรน่าปกปิด เมื่อถามต่อว่า เมื่อเรื่องนี้มีการสาวความนำข้อเท็จจริงมายืนยันจะเป็นอย่างไรต่อ แล้วรอบนี้ไปแล้วจะได้เป็นอะไรหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “แล้วยังไง จะเป็นยังไงก็เป็นเฉลิม อยู่บำรุง ล่ะสิจะไปเป็นอะไร ส่วนรอบนี้ไปแต่ไม่ได้พบ จะเป็นไรก็เป็นรองนายกฯละสิ”

            เมื่อถามว่า งานด้านมหาดไทยเหมาะกับ ร.ต.อ.เฉลิม หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่กล้าแสดงความเห็น เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีท่านยังไม่ปรับ ทหารที่ดีไม่ตีค่าตัวเอง ต้องให้คนอื่นให้คะแนน ถามต่อว่า มีกระแสข่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม เตรียมไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 12 ต.ค.นี้ ตนไปประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผู้เคยเป็น รมว.มหาดไทย นั้นไปแล้วไม่สักการะไม่ได้ ซึ่งไม่มีการถือฤกษ์ใด เพราะตนดวงดี 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อ นายกฯ มอบให้ไปทำงาน ก็ทำเพราะตนเป็นคนไฮเปอร์ ไม่มีซังง่อม ลุ๊คสมาร์ทตลอด


จับทุจริตจำนำข้าวแล้ว 25 ราย

                ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการทุจจริตโครงการจำนำข้าว พร้อมแจกเอกสารการสอบสวนดำเนินคดีอาญาเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2554/55 ให้กับผู้สื่อข่าวว่า กรณีจำนำข้าวนั้นได้จับไปแล้วทั้งสิ้น 25 ราย มีข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ พยามยามฉ้อโกง โกงเจ้าหนี้ ยักยอกทรพย์ และใช้เอกสารสิทธิ์ปลอมครอบครองเข้าเปลือก เกิน 15 ตัน ไม่จัดทำบัญชีควบคุมมูลค่าเสียหาย 307 ล้านบาท ทั้งนี้กรณีกระแสโจมตีว่ามีข้าวหายไป 1 ล้านตัน ตรวจสอบแล้วซึ่งนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ยืนยันว่าหายที่ไหน และในวันที่ 15 ต.ค.นี้ ตนจะเรียกประชุม ซึ่งหากมีข้อสงสัยว่าโกดังไหนเป็นสต๊อกลมไม่มีข้าว ก็จะสั่งตำรวจตรวจค้นทำงานเต็มที่ เพราะนายกรัฐมนตรีมีบัญชาแล้ว

                  ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมี สว.ขอเปิดอภิปรายโดยไม่มีการลงมติเรื่องจำนำข้าว รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ดี ถูกต้อง ถูกใจผมเลย มันจะได้พิสูจน์กัน ไม่งั้นก็ร่ำไปลือไป โกงเป็นหมื่นล้านแสนล้านมันโกงยังไง ” เมื่อถามว่า หน่วยงานอย่างองค์การคลังสินค้าที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องคราวหน้าจะเชิญมาประชุมด้วยหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราไม่ได้ตั้งเป็นกรรมการ เพราะเรารู้ว่าต้องมีบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จะเชิญมาชี้แจง ซึ่งที่จับนั้นก็เป็นเจ้าหน้าที่ระดับซี 5 ดำเนินคดี 25 คดีเสียหาย 307 ล้านบาท พวกที่บอกเสียหายหลายหมื่นหลายพันล้านเอาหลักฐานมาบอกจับไปเลย

                  ต่อข้อถามว่า หากมีการเปิดอภิปรายแบบไม่ลงมติจะทำให้ประชาชนที่เชื่อไปแล้วว่ามีการทุจริตได้เข้าใจหรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีใครเชื่อหรอก ถ้าเชื่อแล้วจะหนุนให้จำนำเหรอ คือประโยชน์นั้นชาวนาได้แล้ว คนยากคนจนได้ แต่เรื่องทุจริตใครผิดเราก็จับได้ เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้าไม่เอาจริงเอาจังนายกรัฐมนตรี จะตั้งกรรมการชุดนี้มาทำไม

                  เมื่อถามว่า การทุจริตนั้นยังไม่พบว่ามีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ได้บอกว่ามี หรือไม่มี ถ้ามีก็จับ ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีบัญชาแล้วอะไรที่มีหลักฐานก็จับหมด พรรคประชาธิปัตย์มีหลักฐานก็เอามา ตนไม่มีกิ่งเกรงใคร เพราะไม่ได้ทุจริต โดยนายกรัฐมนตรีไว้วางใจให้ทำงาน ตนก็ทำให้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานหลักฐาน จะเอาคนเข้าคุกแค่พูดเฉยๆ ไม่ได้

                  เมื่อถามว่า อย่างน้อยจะขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ที่ออกมาพูดเรื่องนี้จนมีการดำเนินคดีได้ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตำรวจจับเองไม่ใช่ประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์รายเดียว คือ น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม บอกที่ จ.เพรชบูรณ์ แป๊ปๆ ตนก็จับให้คดีเดียว

                  ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เอกสารการสอบสวนดำเนินคดีอาญาเนื่องจากโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ปีการผลิต 2554/55 มีระบุเนื้อหาสรุปว่ามีการสอบสวนดำเนินคดี รวม 25 คดี มีผู้เสียหายเป็นเกษตรกร รวม 760 คน ผู้ต้องหารวม 53 คน สามารถติดตามตัวมาดำเนินคดีแล้ว จำนวน 32 คน มูลค่าความเสียหายรวม 307,372,627.35บาท ปัจจุบัน คดีเสร็จสิ้น 1 คดีอยู่ระหว่างสอบสวน 14 คดีพงส.สั่งฟ้องส่งอัยการแล้ว 7 คดี และส่งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ 3 คดี ลงข้อมูลเมื่อวันที่ 8 ต.ค.55


แจงคดีตรวจพบอาวุธสงครามย่านบางชัน เป็นคดีต่อเนื่องมาจากคดีตร.นอกแถว

                    ร.ต.อ.เฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตรวจพบอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก เลขที่ 189/1 อาคาร 39 ภายในแฟลตเอื้ออาทร ปัญญารามอินทรา ถ.ปัญญาอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ว่า ได้รับรายงานจาก  พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร.ดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งเรื่องนี้เป็นความต่อเนื่องจากมีตำรวจคนหนึ่งประพฤติไม่ดี และถูกจับไปเมื่อปี 2553 โดยอาวุธทั้งหมดนั้นไม่ได้ไปทางภาคใต้ แต่ไปทางภาคเหนือซึ่งเจ้าตัวอยู่ในเรือนจำ โดยจะนำไปแลกกับยาเสพติด หรือเอาไปขายให้ชนกลุ่มน้อยที่เอายาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเมื่อหลักฐานถึงก็ต้องดำเนินคดีไม่ละเว้น ซึ่งส่วนหนึ่งจับไปได้แล้วตั้งแต่ปี 2553

                    ผู้สื่อข่าวถามว่าจะขยายผลไปเจอที่ซุกซ่อนอีกหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพยายามทำงานกันอยู่ ยังไม่ได้รับรายงานรายอะไร