
'หมอสุพัฒน์'ครวญจากห้องขัง
'หมอสุพัฒน์'ครวญจากห้องขัง 'สนอง-นายกะลา'ลูกน้องพี่สุเทพ
ยังเป็นปริศนาที่รอการคลี่คลายว่า ใครกันแน่ที่เป็นผู้ก่อเหตุอุ้มอำพรางศพนายสามารถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ สองสามีภรรยาที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โดยคดีดังกล่าว พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ตกเป็นผู้ต้องสงสัย หลังจากแนวทางการสอบสวน และพยานหลักฐานชี้ชัดไปในทางเดียวกัน
ล่าสุด พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ได้เขียนจดหมายชี้แจง ตอบโต้ ข้อกล่าวหาผ่านทางบุตรชายที่เข้าเยี่ยมที่เรือนจำกลางเพชรบุรี ความบางช่วงตอนมีดังนี้
เรือนจำ จ.เพชรบุรี 6 ต.ค.55 ข้อเท็จจริงกรณีหมอสุพัฒน์
กรณีที่หมอตกเป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ สื่อและประชาชนจะมีข้อสงสัยว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ทำไมหมอไม่ออกมาพูด หมอมีพฤติกรรมต้องการให้แม่ตายตามคลิปในโทรทัศน์หรือมีพฤติกรรมเลวร้ายตามที่พี่สุเทพกล่าวหาจริงหรือไม่
1.การที่ไม่ออกมาพูดตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่เชื่อว่าพี่สุเทพจะนำหมอไปเกี่ยวกับนายสามารถเป็นเรื่องราว เพราะโดยส่วนตัวไม่เคยมีเรื่องขัดใจอะไรที่รุนแรงกับครอบครัวนายสว่าง นายสามารถเลย มีแต่เคยให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับนายสว่างและช่วยเหลือให้บุตรสาวเข้าทำงานใน รพ.ตำรวจ
สิ่งที่สำคัญ คือ ทราบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากหมอได้ร้องขอคุ้มครองชั่วคราวต่อศาล หากท่านได้ดูคลิปคุณแม่จะเห็นว่าคุณแม่บอกว่า มันเอาเงินแม่ไปจนหมด ที่ดินก็เอาไปขาย ถ้าขายหมดมันฆ่าแม่แน่ คำพูดทั้งหมดเป็นคำพูดที่แม่พูดถึงหมอ เมื่อหมอไปพบแม่ตามลำพัง คุณแม่มักจะจำชื่อลูกสลับกัน เนื่องจากเป็นโรคสมองเสื่อมรุนแรง หมอจึงได้ไปร้องต่อศาลขอเป็นผู้อนุบาลมารดา ในระหว่างกระบวนการพิจารณาคดี พี่สุเทพและนางสุคนธ์ ลูกเลี้ยง (ในจดหมายหมอสุพัฒน์อ้างเรื่องการพานางถนิมไปทำธุรกรรม) เป็นเหตุให้ศาลท่านให้อายัดทรัพย์สินของนางถนิมทั้งหมด มิให้มีการโอนย้ายถ่ายเทอีก ทำให้นายสุเทพซึ่งมีปัญหาด้านการเงินมาโดยตลอดเดือดร้อน พี่สุเทพเคยเป็นผู้จัดการบริษัทโฆษณา มีความเชี่ยวชาญด้านสื่อเป็นอย่างมาก และที่พี่สุเทพเคยให้สัมภาษณ์ว่า หมอเคยเตือนว่าพี่สุเทพชอบเดินทับเส้น หมายถึง ตลอดชีวิตของพี่สุเทพที่ผ่านมา มีพฤติกรรมเบี่ยงเบน (ในจดหมายของหมอสุพัฒน์ระบุถึงเรื่องราวเมื่อครั้งนายสุเทพเป็น ผอ.อ.อ.ป.และคดีฟ้องร้องอีกหลายคดี)
เมื่อปี 2540 แม่ถนิมเริ่มมีอาการสมองเสื่อม ปี 2545 คุณแม่พบว่าเงินหมดบัญชี ได้มอบอำนาจให้หมอไปตรวจสอบเงินในบัญชี พบว่า คนรอบข้างได้ยักย้ายถ่ายโอนเงินจากบัญชี คุณแม่เมื่อทราบเรื่องร้องไห้เสียสติ ต้องเข้าโรงพยาบาล
คุณแม่มอบอำนาจให้หมอดำเนินดคีกับผู้เกี่ยวข้อง แต่หมอเห็นว่า ทุกคนล้วนเป็นคนใกล้ชิด จึงแจ้งกับทุกคนว่า พอได้แล้วนะ หยุดได้แล้ว
ปี 2553 (หมอสุพัฒน์อ้างเรื่องการโอนที่ดินและบ้านของพ่อแม่เป็นซอยเย็นอากาศ) จนคุณแม่ฝังใจว่ามันโอนเงินโอนที่แม่ไปจนหมด แม่ต้องตายแน่
จุดสำคัญที่หมอไปร้องขอเป็นผู้อนุบาล เพราะพี่สุเทพซื้อยาให้แม่กินเอง (จดหมายบรรยายการรักษาพยาบาลที่ผิดหลัก และถึงความพยายามของนายสุเทพเพื่อขัดขวางไม่ให้หมอสุพัฒน์เป็นผู้ดูแลมารดา)
วิถีทางสุดท้ายคือทำให้หมอขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้อนุบาล คือเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาเรื่องบ้านที่พบรถก็ไม่ใช่เป็นบ้านของหมอ กุญแจบ้านและโฉนดที่ทุกแปลง พี่สุเทพได้ขนย้ายไปเก็บไว้เอง หมอไม่เคยไปบ้านดังกล่าวเลยตั้งแต่ปี 2548 (จดหมายบรรยายสาเหตุที่นางถนิมไม่กลับไปบ้านซอยเย็นอากาศ) หากติดตามข่าวตั้งแต่ต้นจะเห็นว่า พี่สุเทพเป็นคนนำกุญแจบ้านไปไขให้นายสว่างเข้าไปดูรถ นายสว่างก็เป็นลูกน้องของพี่สุเทพ ล้วนมีคดีติดตัวนับสิบคดี (จดหมายบรรยายลักษณะคดี)
น.ส.วิลสา ให้ไปให้การเป็นพยานในคดีอนุบาลแม่ถนิม พี่สุเทพได้พยายามผูกเรื่องให้เข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อทำลายคนอื่น รวมทั้ง น.ส.สุชาสิณี หลานของตนเองแท้ๆ
การที่หมอมีอาวุธปืนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากหมอเป็นนักกีฬายิงปืน มาตั้งแต่ 2533 ทดสอบอาวุธปืนได้เหรียญทองของตำรวจ นอกจากนั้นยังเป็นประธานกีฬายิงปืนสี่เหล่าถึงสี่สมัย สามารถตรวจสอบได้
การพิจารณาว่าหมอเป็นผู้ผิดโดยจับตัวไปขังคุก แล้วแจ้งข้อหาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ให้โอกาสนำพยานหลักฐานมาแสดงนั้น ไม่เป็นการยุติธรรม (หมอสุพัฒน์น่าจะหมายถึงพนักงานสอบสวน) การพิจารณาว่าใครเป็นคนดี-เลว ต้องดูพฤติกรรมเดิม หมอพร้อมให้ตรวจสอบประวัติว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าวหรือไม่ รับราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด ทุ่มเทความรู้และเรี่ยวแรงเพื่อผู้ป่วยหรือไม่ ได้รับการยอมรับจากบุคลากรในองค์กรเลือกให้เป็นประธานองค์กรแพทย์จริงหรือไม่
การนำพฤติกรรมของพี่หรือบุคลิกในครอบครัวมาเปิดเผยเป็นเรื่องน่าละอาย หากคุณพ่อยังอยู่ (คุณพ่ออาศัยอยู่กับหมอจนเสียชีวิตในปี 2544) คงจะเสียใจ คำสั่งคุณพ่อ คุณแม่ ที่จะขอใช้ทรัพย์สินที่หามาได้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ สิ้นชีวิตแล้วลูกค่อยเอาไปแบ่งกัน ที่ทุกคนรู้ดีก็ถูกฝ่าฝืน ทุกคนแก่งแย่งทรัพย์สินของพ่อแม่ ไม่เคยคิดหากินด้วยตนเองทั้งๆ ที่พ่อ-แม่ให้ความรู้สูงๆ
รู้สึกเสียใจที่ต้องเปิดเผยพฤติกรรมของพี่ชายแท้ๆ แต่เพื่อปกป้องตนเอง ชื่อเสียงที่สร้างมาตลอดชีวิต (จดหมายกล่าวถึงนายสุเทพในทำนองทำเพื่อตัวเอง)
นายแพทย์สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ
ขอรับรองว่าเป็นลายมือของนายสุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ
8 ต.ค.2555
หมายเหตุ
พี่สุเทพมีโรงงานว่านหางจระเข้ขนาดใหญ่สร้างบนที่ดินที่หมอยกให้ โดยไม่คิดเงินแม้แต่บาทเดียว มีคนงานไทยและพม่าเป็นจำนวนมาก ศศิธรเป็นเด็กที่มารดาเก็บมาเลี้ยง มีส่วนในการยักยอกเงินของนางถนิม เป็นลูกจ้างนายสุเทพที่ให้ดูแลที่ดินหลังโรงงานและแปลงใกล้เคียง
นายกะลาเป็นลูกน้องเก่าของพี่สุเทพ มีพฤติกรรมก้าวร้าว มีคดีฆ่าคนตาย เคยจำคุกเพชรบุรี มีหมายจับคดีลักทรัพย์ พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่กะลาพูดทั้งหมดเป็นเรื่องที่สร้างขึ้น



