
สงครามอัฟกานิสถานก้าวสู่ปีที่12
สงครามอัฟกานิสถานที่ทัพต่างชาติเข้าไปกวาดล้างเครือข่ายอัลไกด้าและนักรบตาลิบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 แล้ว
8 ต.ค.55 สงครามอัฟกานิสถานที่ทัพต่างชาติเข้าไปกวาดล้างเครือข่ายอัลไกด้าและนักรบตาลิบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 12 แล้วเมื่อวาน ท่ามกลางความวิตกของหลายฝ่ายว่าหลังทหารต่างชาติถอนทัพออกไปหมดในสิ้นปี 2557 รัฐบาลอัฟกานิสถานจะล่มสลายและประเทศจะก้าวเข้าสู่สงครามกลางเมือง
ขณะนี้ชาวอัฟกานิสถานกำลังวิตกต่ออนาคตของประเทศว่าจะเกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนตอนที่สหภาพโซเวียตถอนทัพออกจากอัฟกานิสถานในช่วงทศวรรษ 1990 และนำ
ไปสู่การสู้รบนองเลือดระหว่างชนเผ่าต่างๆ
ชายวัย 32 ปีที่พิการเพราะถูกยิงช่วงสงครามกลางเมืองปี 2535-2539 บอกว่า พวกเขาไม่อยากฝันถึงวันที่เลวร้ายของสงครามในยุคนั้นอีก มันเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายมาก มีการสู้รบในทุกหย่อมหญ้า ประชาชนไม่มีขนมปังหรือน้ำจะบริโภค แต่จรวดและกระสุนกระจายเกลื่อนทั่วทุกที่ และเขาคิดว่า ชาวอัฟกานิสถานไม่อาจทนแบกรับสงครามกลางเมืองครั้งใหม่ได้อีก
สงครามกลางเมืองนาน 4 ปีหลังการถอนทหารของโซเวียต ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตเกือบ 50,000 คนในกรุงคาบูล และหลายล้านคนต้องอพยพไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ขณะที่ฟาฮิม ดาชติ ผู้บริหารของสมาคมผู้สื่อข่าวแห่งชาติอัฟกานิสถาน ไม่เชื่อว่า อัฟกานิสถานจะเกิดสงครามกลางเมืองอีกครั้ง เพราะมองว่ากองกำลังรักษาความมั่นคงของอัฟกานิสถานมีศักยภาพมากขึ้น ประเทศผู้บริจาคให้คำมั่นที่จะให้การสนับสนุนหน่วยความมั่นคง ที่จะทำให้หลีกเลี่ยงการเกิดสงครามกลางเมืองและปกป้องประเทศไม่ให้ตกเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการ
ร้ายข้ามชาติ
นอกจากนี้ซาอิด ฮุสเซน อันวารี สมาชิกรัฐสภาอัฟกานิสถาน บอกว่า การเจรจาสันติภาพกับกลุ่มตาลิบันที่เคยปกครองประเทศแต่ถูกทหารนานาชาติโค่นล้มเป็นหนทางเดียวที่จะสร้างเสถียรภาพระยะยาวในประเทศ แต่ดูเหมือนว่านักรบตาลิบันพยายามจะทวงคืนอำนาจด้วยการใช้กำลัง ทำให้การสู้รบยังคงดำเนินอยู่
นอกจากนี้ชาวอัฟกานิสถานมองว่ารัฐบาลอ่อนแอและไม่มั่นใจว่าจะเกิดสันติภาพในอนาคตหากการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่มีการโกงเลือกตั้ง และอาจเกิดสงครามกลางเมืองระหว่างชนเผ่าต่างๆที่ได้รับการหนุนหลังจากบรรดาชาติเพื่อนบ้านที่พยายามเข้าไปมีอิทธิพลในอัฟกานิสถาน
เช่นเดียวกับรายงานของกลุ่ม อินเตอร์แนชันแนล ไครซิส กรุ๊ป ที่เผยแพร่วันนี้ เตือนว่า มีความเสี่ยงอย่างมากว่ารัฐบาลอัฟกานิสถานจะล่มสลายหลังนาโต้ถอนทัพออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่มีการโกงเลือกตั้ง



