
ขู่ถอด'สมศักดิ์'ไม่ส่งคำร้องปม'ยงยุทธ'
สว.ขู่ถอด 'สมศักดิ์' ไม่ส่งคำร้องปม 'ยงยุทธ' ให้ศาลรธน. ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ ให้รัฐแจงจำนำข้าว หนุนคำพิพากษาศาลปค. จนท.สลาย พธม.ไม่ชอบ จวก 'DSI' รับลูกการเมือง หนุนร่วมนาซ่าศึกษาสภาพอากาศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 55 การประชุมวุฒิสภา มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่าจะไม่ส่งเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชื่อร้องขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยคุณสมบัติความเป็นส.ส.ของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เนื่องจากนายยงยุทธ ได้ลาออกจากตำแหน่งส.ส.แล้วนั้น ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ระบุอำนาจของประธานสภาฯ เป็นแค่บุรุษไปรษณีย์เท่านั้น เมื่อตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อที่ร่วมเข้าชื่อแล้ว ไม่พบความผิดพลาด ประธานสภาฯ ต้องส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่นั้น เป็นดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ
"ตามรัฐธรรมนูญ ได้มีการกำหนดไว้ชัดเจน หากประธานสภาฯ ไม่ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามกรอบ ถือว่าประธานสภาฯ ใช้อำนาจที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และอาจเป็นเหตุที่ให้ถูกยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานสภาฯ ได้"
80 สว.ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป ไม่ลงมติ ให้รัฐแจงจำนำข้าว
นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา ได้ยื่นหนังสือหนังสือต่อนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เพื่อขอเสนอญัตติเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไป ในวุฒิสภา ให้คณะรัฐมนตรีแถลงข้อเท็จจริงหรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยกับการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 กรณีโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด งบประมาณ 4.05 แสนล้านบาท หลังจากที่มีส.ว.ร่วมลงชื่อขอเปิดอภิปรายดังกล่าว จำนวน 80 คน
นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ขณะนี้พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้น และมีหลายฝ่ายวิจารณ์ รวมถึงคัดค้าน เช่น นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งการขอเปิดอภิปราย โดยไม่มีการลงมติดังกล่าว เพื่อต้องการให้มีการหารือ และหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อปรับปรุงโครงการดังกล่าวเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร และป้องกันความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดิน
ด้านนายนิคม กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องไว้ และจะตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ก่อนที่จะไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีโดยเร็ว ส่วนตัวเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะส่งตัวแทนมาชี้แจงดังกล่าวโดยเร็ว แม้ว่าในรัฐธรรมนูญจะไม่มีการกำหนดกรอบเวลาการชี้แจง
หลังจากการยื่นหนังสือดังกล่าว นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา กล่าวว่ามีหลายประเด็นที่ต้องการสอบถามรัฐบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ อาทิ การระบายข้าวในสต๊อก ประจำปี 54/55 , การจ่ายเงินให้กับชาวนาที่นำข้าวมาเข้าโครงการรับจำนำ, โครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ ปี 55/56 ทั้งนี้ตนยังเชื่อว่ารัฐบาลจะมาชี้แจงต่อประเด็นดังกล่าว ในช่วงสมัยประชุมสามัญทั่วไป ก่อนที่จะหมดสมัย ในวันที่ 28 พ.ย. นี้ ส่วนการเลือกวันและเวลาที่มาชี้แจงนั้น รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด
ด้าน น.ส.สุมล สุตวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา เปิดเผยว่า การตรวจสอบทุจริตโครงการจำนำข้าวนั้น ทางกรรมาธิการฯ กำหนดให้เป็นการประชุมของชุดใหญ่ เบื้องต้นวันที่ 11 ต.ค. นี้จะมีการเชิญอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มาชี้แจง
40 ส.ว. ซัด 'จำนำข้าว' จี้ รัฐต้องแจงให้รายละเอียด
นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. ได้หารือถึงนโยบายการจำนำข้าวของรัฐบาล ว่า การที่ รมว.พาณิชย์ ระบุว่า มีผู้ซื้อข้าวแล้ว 7.5 ล้านตัน แต่ก็ไม่มีรายละเอียด จากการสอบถามแวดวงผู้ส่งออกข้าวบอกว่า ขายข้าวขนาดนี้จะต้องใช้กระสอบกี่พันกี่ร้อยล้านใบ จองเรือกี่ร้อยล้านเที่ยว แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวในการผลิตกระสอบ หรือจองเรือเลย ดังนั้นท่านอย่ามั่วๆ ไปอย่างนี้ อีกทั้ง นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกฯ และประธานธนาคารแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์ว่า การจำนำข้าวเปิดช่องการทุจริตทำลายโครงสร้างตลาด จะให้ตนเชื่อนายวีรพงษ์ หรือจะให้เชื่อรมว.พาณิชย์ หรือเชื่อนายกฯ
ด้าน น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี และกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวว่า ฝากไปถึงนายกฯ รองนายกฯ และรมว.คลัง รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวง และอธิบดีกระทรวงพาณิชย์ โมเดลโกหกสีขาวจากการที่โครงการรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 5 ต.ค. อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศแจ้งว่า ให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) ได้ทำใบส่งสินค้าจ่ายข้าวให้กับผู้ซื้อข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่มารับมอบ 4-5 ราย แต่พอวันที่ 6 ต.ค. อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกลับบอกว่า กรมฯ ได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐจำนวน 7 ล้านตันจริง แต่ไม่สมารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นข้อตกลงที่ทำไว้กับประเทศนั้นๆ จึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของกรมการค้าต่างประเทศต้องชี้แจงว่าใครเป็นผู้ซื้อไป ราคาเท่าไหร่ แต่กลับไม่มี จึงคิดว่าการโกหกสีขาวได้ระบาดไปถึงข้าราชการประจำ และคิดว่ารัฐบาลนี้มีเรื่องโกหกสีขาวอีกกี่เรื่อง
แนะจำนำข้าวล็อตใหม่ เร่งยกระดับคุณภาพ
นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ส.ว.ขอนแก่น ในฐานะประธานกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลดำเนินการมาครบ 1 ปีแล้ว ถึงแม้จะเป็นโครงการที่ดี ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวนา และราคาข้าวไทย แต่ที่ผ่านมายังมีข้อบกพร่องที่คิดว่ารัฐบาลควรต้องปรับปรุงเพื่อปิดช่องทางการทุจริต เนื่องจากใกล้เข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ปี 2556 แล้ว จึงอยากเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์ การบริหารสต็อกข้าว รวมถึงกำหนดวิธีการช่วยชานาที่ยากจนจริงๆ เท่านั้น เช่น การกำหนดให้ชาวนาที่มีที่นาไม่เกิน 6 - 20 ไร่ จึงจะสามารถจำนำข้าวได้ตามเปอร์เซ็นต์ของราคาประกัน เหมือนกับที่ห้างร้านสรรพสินค้าจำกัดจำนวนการซื้อน้ำมันปาล์ม ทั้งนี้เพราะคุณภาพข้าวไทยยังดีกว่าของเวียดนาม อินเดีย ฯลฯ จึงควรขายได้ราคาสูงกว่า และเมื่อราคาข้าวตลาดโลกสูงขึ้นก็จะเกิดประโยชน์กับชาวนาด้วยที่สามารถถ่ายถอนข้าวคืนเพื่อไปขายในราคาสูง ทำให้ชาวนามีรายได้สูงขึ้น ไม่ต้องถูกกดขี่จากพ่อค้าคนกลางอีก
ทั้งนี้การแก้ปัญหารับจำนำข้าวล็อตใหม่ รัฐบาลต้องจัดการเรื่องควบคุมคุณภาพข้าว โดยเมื่อรับจำนำมาแล้วให้รีบนำไปอบแห้ง ลดความชื้นของข้าวตามมาตรฐานทันที เพื่อป้องกันการเสื่อมคุณภาพข้าว และการใส่บรรจุภัณฑ์ ติดบาร์โค้ดด้วยระบบ 2D ก็จะช่วยในการคัดแยกข้าว ป้องกันข้าวใหม่ผสมข้าวเก่า และสะดวกต่อการบริหารสต็อกข้าวที่ง่ายขึ้น รวมถึงควรส่งเสริมชาวนาใช้ปุ๋ยเกษตรอินทรีย์ แทนปุ๋ยเคมี เนื่องจากคาดว่าแนวโน้มอัตราการขยายตัวตลาดเกษตรอินทรีย์จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 10 - 15 ต่อปี ซึ่งจะเป็นการช่วยเพิ่มฐานตลาดกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงและเน้นสุขภาพให้กับข้าวไทย
จวก 'DSI' ทำงานผิดเจตนารมณ์ หลังรับลูกการเมือง
นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขอหารือผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม ในเรื่องเจตนารมณ์การก่อตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในปีพ.ศ.2545 ซึ่งได้ระบุว่า สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงไป จนกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ รวมทั้งก่อให้เกิดอาชญากรรมที่ได้ใช้เทคโนโลยีและอิทธิพลเครือข่ายภายใน และภายนอกประเทศ ทำให้ยากต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนคดีตามปกติ จากสาเหตุนี้จึงตั้งองค์กรดังกล่าวขึ้น แต่ขณะนี้ดีเอสไอกลับปฏิบัติงานไม่ตรงตามเจตนารมณ์ ทำหน้าที่สอดรับกับนโยบายการเมืองของรัฐบาล และทำหน้าที่จับฉ่ายเลอะเทอะ ดังนั้นจึงขอให้คณะกรรมการพิเศษที่จัดตั้งองค์กรดังกล่าวได้หันมาทบทวนเรื่องนี้
นายสมชาย กล่าวต่อว่า ตนได้ศึกษาพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ในมาตรา 21 ซึ่งระบุว่าคดีที่ดีเอสไอจะรับไว้ตรวจสอบได้นั้น จะต้องเป็นคดีที่มีความซับซ้อน และรวบรวมหลักฐานเป็นพิเศษ เช่น ความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การประกอบธุรกิจแรงงานต่างด้าว การค้ามนุษย์ เป็นต้น แต่ในข้อเท็จจริงไม่เห็นว่าดีเอสไอจะรับเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง เพราะขณะนี้ก็เห็นรับแต่คดีของ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ที่ไปร้องให้ตรวจสอบการพิจารณากฎหมายขององค์กรนิติบัญญัติที่ไม่ครบองค์ประชุม หรือเป็นเรื่องที่นายเรืองไกร ร้องให้ตรวจสอบ 2 พรรคการเมือง คือ พรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย ในกรณีรับเงินบริจาค หรือตรวจสอบนายชัช ชลวร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าได้รับการโปรดเกล้าฯหรือไม่ หรือแม้แต่การตรวจสอบจีที 200 การลอกท่อระบายน้ำ เรื่องน้ำท่วม ทั้งนี้ จึงขอเรียกร้องให้ดีเอสไอกลับมาพิจารณาคดีที่พิเศษจริงๆ เช่น ชายชุดดำที่ถูกจับได้ และรับสารภาพจำคุกอยู่ที่เรือนจำพิเศษบางเขน อีกทั้งผู้ต้องหาที่สารภาพว่ายิงเอ็ม 79 และปาระเบิดใส่พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสธ.พล.ร.2 รอ.ค่ายจักรพงษ์
หนุนคำพิพากษาศาลปค. จนท.สลาย พธม.ล้อมสภาฯไม่ชอบ
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา หารือ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ครบรอบ 4 ปีของการที่มีมวลชนกลุ่มหนึ่งมาล้อมรัฐสภา และเกิดเหตุการณ์รุนแรง ตนจะไม่พูดถึงมูลเหตุและเหตุการณ์เพราะเป็นแนวคิดทางการเมือง แต่สิ่งที่ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ยินแล้วรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่งคือ พวกเขาใช้ความรุนแรง โดยผู้เสียชีวิตถูกกล่าวหาอย่างผิดๆ ว่าพกระเบิดมาเอง ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ต.ค.55 ได้มีการคำพิพากษาศาลปกครองกลางที่นายชิงชัย อุดมเจริญชัยกิจ ผู้ฟ้องคดีที่หนึ่ง กับพวกรวม 250 คน ได้ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสำนักนายกฯ โดยพิพากษาระบุว่าการสลายการชุมนุมในวันนั้นไม่ได้เป็นการปฏิบัติตามหลักสากลจากเบาไปสู่หนัก ไม่ชอบด้วยรูปแบบขั้นตอนกรกฎ 2548 และเป็นการกระทำที่เกินความจำเป็นเพราะกระทำหลายรอบตลอดทั้งวันจนค่ำ และข้ออ้างที่ว่าผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายนั้นก็ไม่เป็นเหตุให้รับฟังได้ว่าต้องกระทำการด้วยความรุนแรง ศาลปกครองจึงพิพากษาว่าละเมิดตามมาตรา 420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 8 มาตรา 10 พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 พิพากษาให้ชดใช้แก่ผู้ถูกฟ้อง ตามกรณีรวมแล้วมากกว่า 32 ล้านบาท เป็นแนวทางคำพิพากษาที่เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการสามัญของวุฒิสภาได้ศึกษามาแล้ว 3 ชุด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ศึกษามาแล้ว และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดไว้แล้ว
จี้รบ.แต่งตั้งผู้ว่าฯ หวั่นเกิดปัญหา
นายสุเมธ ศรีพงษ์ ส.ว.นครราชสีมา หารือว่า ขอฝากไปถึงนายกฯในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ในการแต่งตั้งข้าราชการตั้งแต่ระดับข้าราชการระดับสูง ซี 9 และซี 10 โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด และปลัดกระทรวง การแต่งตั้งเป็นไปอย่างล่าช้า มาถึงวันนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าฯ ซึ่งอาจจะช้าไปถึงเดือน ม.ค. 56 ซึ่ง 3 - 4 เดือนที่ไม่มีผู้บริหารทำให้เกิดปัญหา อย่างปีที่แล้วเกิดปัญหาน้ำท่วมหนัก หรือปัญหาชายแดนที่จังหวัดศรีสะเกษ จึงขอให้ ก.พ.ทบทวนระบบโดยการขึ้นบัญชีได้หรือไม่ ในการสรรหา และบรรจุแต่งตั้งตามบัญชีที่ทำไว้
ชี้หยุดงานทุกศุกร์เหมือนรัฐกลันตัน
นายสุธรรม พันธุศักดิ์ ส.ว.สรรหา กล่าวถึงสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าว การก่อความไม่สงบมีระดับที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และผู้ก่อความไม่สงบผยองถึงขั้นออกใบปลิวสั่งให้ประชาชนหยุดทำการค้าขายในทุกวันศุกร์ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ก.ย. ที่ผ่านมา มีประชาชนหยุดทำการค้าขายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ต่อมาวันศุกร์ที่ 5 ต.ค. ร้านค้าใน จ.ยะลา กลับหยุดการค้าขายถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งการบริการของรถโดยสารประจำทางก็หยุดวิ่งด้วย จึงรู้สึกเป็นกังวลว่า รัฐบาลจะไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ อีกทั้งยังมีประเด็นที่กลุ่มนักวิชาการมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง ได้ทำการศึกษาวิเคราะห์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็พบว่ามีความคล้ายคลึงกับประชาชนในรัฐกลันตัน ตรังกานู เคดาห์ และปะลิส ของประเทศมาเลเชีย ซึ่งเป็นเครือญาติกันมาตั้งแต่ในอดีตเพียงแค่เส้นกั้นเขตแดนจึงทำให้อยู่คนละประเทศ โดยเฉพาะรัฐกลันตัน ยังพบว่ามีวิถีชีวิตหยุดทำงานวันศุกร์ด้วย เรื่องดังกล่าวจึงเป็นอันตรายต่อประเทศไทยมาก ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้มีนโยบายที่แน่นอน ไม่เช่นนั้น รัฐบาลจะสูญเสียการปกครองใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
หนุนรัฐส่งจนท.ไทยร่วมนาซ่า ศึกษาสภาพอากาศ
นายวิบูลย์ คูหิรัญ ส.ว. สรรหา กล่าวถึงกรณีที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซ่า) ขอใช้พื้นที่สนามบินอู่ตะเภาเพื่อดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย ว่า เชื่อว่าถ้ารัฐบาลไทยจะอนุญาตตามคำขอเรื่องนี้จริงควรจะให้เจ้าหน้าที่ไทยได้มีส่วนร่วมในกระบวนการตั้งแต่เริ่มต้น การเตรียมแผนดำเนินการของนาซ่า รวมทั้งการศึกษาข้อมูลที่ได้จากนาซ่า ก็ควรให้เจ้าหน้าที่ไทยเป็นผู้จัดตั้งซอฟต์แวร์ในการศึกษาครั้งนี้ด้วย อย่างไรก็ตามหากจำเป็นที่จะต้องใช้เจ้าหน้าที่ไทยเข้าร่วมโครงการ อาจต้องใช้งบประมาณในการจัดจ้างเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านมาร่วมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้เต็มที่
จี้ คมนาคม-ขสมก. ช่วยเหลือ คนพิการ-คนแก่
นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะนำรถเมล์ระบบเอ็นจีวีกลับมาปัดฝุ่นอีกครั้ง ซึ่งการกำหนดคุณสมบัติยังไม่ยุติ ว่าจะทำอย่างไรให้เป็นรูปแบบที่เอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ทุกคน ไม่สร้างอุปสรรค์ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ แม้ประชาชนจะมีข้อจำกัด ไม่ว่าวัย เพศ ความพิการ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลได้เร่งทบทวน จุดยืนที่แข็งกร้าว ของกระทรวงคมนาคม และขสมก.ที่ไม่ยอมนำข้อเสนอของกลุ่มคนพิการไปพิจารณา ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ขยายเวลาการขึ้นรถเมล์ฟรี แต่ยังปรากฎว่าผู้สูงอายุ และคนพิการถูกปฏิเสธ โดนพนักงานขับรถหนี นอกจากนี้การจ่ายค่าโดยสารหรือไม่ก็เป็นดุลพินิจของพนักงานเก็บค่าโดยสาร มากกว่านโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลจะต้องประกาศนโยบายให้จริงจัง ไม่ใช่เป็นดุลพินิจของคนใดคนหนึ่งที่จะทำบุญ เป็นครั้งๆ ไป
เร่งรัฐหามาตรการช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
นายเจริญ ภักดีวานิช ส.ว.พัทลุง หารือว่า การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยซึ่งมีหลายระลอก แต่จากบทเรียนปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิต 700 กว่าคน ระบบการช่วยเหลือรัฐบาลต้องเตรียมการที่ดี คือต้องตรวจสอบสัญญาณการเตือนภัย มีประสิทธิภาพมีการซักซ้อมเป็นประจำหรือไม่ และจากการติดตามสาเหตุการเสียชีวิตในปีที่แล้วมาจากจมน้ำ ไฟฟ้าดูด ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมมาตรการแก้ไข โดยเฉพาะระบบไฟฟ้า นอกจากนี้กรณีผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ชรา หญิงมีครรภ์ระบบการช่วยเหลือบางพื้นที่ค่อนข้างมีปัญหา



