
จังหวะของรัฐตำรวจ
จังหวะของรัฐตำรวจ : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
ดูเหมือนข้าราชการตำรวจในปัจจุบันจำเป็นต้องเลือกข้างเสียแล้ว
การบริหารราชการแผ่นดินของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี คล้ายๆ กับช่วงก่อนการปฏิวัติรัฐประหารปี 2549 เข้าไปทุกที
หลังจากมีแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนั่งในตำแหน่งผู้นำสูงสุดของหน่วยงานต่างๆ
ทั้งๆ ที่บางกระทรวง บางหน่วยงานตำรวจไม่มีความเชี่ยวชาญ แต่ต้องผ่องถ่ายและดันคนใกล้ชิดขึ้นมา ทำให้ผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลไม่มีความชัดเจน
ที่สำคัญการออกมาใช้โวหารของร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ให้ตำรวจเป็นกลางแต่เลือกข้างนั้น ยิ่งตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องการกวาดต้อนข้าราชการเข้ามาอยู่ในเครือข่ายเข้ามารับใช้
แทนที่ตำรวจจะไปดูแลทุกข์สุขของประชาชน กลับต้องมาเฝ้า มาคอยเดินตาม มารอรับใช้ มายืนรับประดับบารมีเมื่อนักการเมืองไปงานต่างๆ
หรือนี่คือ ผลงานที่ใช้อ้างในการเลื่อนตำแหน่งหน้าที่หรืออย่างไร
ยิ่งนานวันรัฐบาลจะยิ่งสร้างความเสื่อมเสียให้แก่ข้าราชการตำรวจ ทำลายขวัญ ศักดิ์ศรีของข้าราชการ
องค์กรตำรวจในปัจจุบันเข้าสู่ยุคการเมืองเต็มตัวแล้ว นายตำรวจบางคนมีจุดยืนชัดเจนคือ บริหารหน่วยงานไปพร้อมๆ กับเล่นเกมการเมือง
ต้นธารแห่งความยุติธรรมเริ่มสั่นคลอน ผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่เริ่มอึดอัด ส่วนที่เลือกข้างแล้วก็ทำงานรับใช้การเมืองอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ตำรวจใหญ่ที่มีอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติขณะนี้แต่ละคนล้วนมีเส้นทาง มีตำแหน่งรองรับ หากจงรักภักดีเลือกข้าง
แม้แต่นายตำรวจระดับสารวัตร รองผกก. ยังต้องเดินทางไปรอ ไปขอตำแหน่งกับนายใหญ่ถึงต่างแดน เพราะเป็นคนที่มีอำนาจแต่งตั้งตำรวจที่มีหน้าที่ไปตามจับตัวเองนั่นแหละ
ตำรวจกำลังกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เหมือนกระแสข่าวที่ว่า ตำรวจใหญ่ดังๆ บางคนกำลังรอเล่นการเมืองสนาม กทม. เต็มตัว ถึงแม้เจ้าตัวยังปฏิเสธอยู่แต่ด้วยกระแสและข้อตกลงลับกับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยที่ได้ไป ก็มีแนวโน้มสูงที่จะลงสู้ศึกให้ในนามพรรครัฐบาล หลังจากหาตัวบุคคลที่ลงปะทะกับพรรคประชาธิปัตย์ ชนิดสูสีไม่ได้
บรรยากาศตอนนี้เลยคล้ายกับรัฐตำรวจก่อนปี 2549
บรรยากาศที่ดูเหมือนคลื่นลมสงบ ก่อนมีพายุใหญ่ โหมใส่รัฐบาล!!



