
'มาร์ค'จี้รบ.ทบทวนจำนำข้าว
'อภิสิทธิ์' ชี้สังคมรับไม่ได้ หลัง 'สุกำพล' ยอมให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว บี้รัฐทบทวน-เปิดใจกว้างรับการตรวจสอบ หวั่นส่งผลกระทบต่อปท .พร้อมเมิน'รมว.กห.'เดินหน้าถอดยศ ย้ำต้องเป็นธรรม
6 ต.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลออกมาคัดค้าน คนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการรับจำนำข้าวว่า อยากให้รัฐบาลยอมรับความจริงว่าการช่วยเกษตรกรในโครงการนี้ สุดท้ายจะสร้างปัญหามาก เพราะเกษตรกรก็ไม่รู้จะนำข้าวไปขายให้กับใคร โกดังก็เต็ม และรัฐบาลก็ไม่มีเงินสนับสนุน
ดังนั้นรัฐบาลต้องทบทวนโครงการ เพราะผลเสียที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การทุจริต ความไม่เป็นธรรม การช่วยเหลือไม่ทั่วถึง หากมีความเสียหายเกิดขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า สิ่งที่สังคมรับไม่ได้คือการที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระบุว่าถึงโครงการรับจำนำข้าวว่าเกษตรได้รับประโยชน์ 80% ส่วนอีก 20% คือการทุจริต ดังนั้นยอมให้มีการทุจริต 20% ได้ ถือเป็นการตอกย้ำ และไม่ควรออกมาจากคนของรัฐบาล ซึ่งต้องมีคนได้ประโยชน์ ทั้งที่สังคมไม่ต้องการให้มีการทุจริตเกิดขึ้น นอกจากนี้รัฐบาลต้องใจกว้างยอมรับการตรวจสอบ ยอมรับฟังเสียงแตกต่างของสังคม รับฟังความคิดเป็นของประชาชนว่าคิดอย่างไรต่อนโยบายของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการดังกล่าวเป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริตหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คงปฏิเสธไม่ได้เพราะกลไกส่อให้เกิดการทุจริต ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ชี้มาตั้งแต่ต้น และรัฐบาลที่แล้วก็ได้ตัดสินใจว่าเปลี่ยนรูปแบบการช่วยเหลือเกษตรกร ดังนั้นปปช.ได้เสนอแนะต่อรัฐบาลแล้วแต่กลับเพิกเฉย ขณะเดียวกันคนของรัฐบาลก็ออกมายอมรับว่า จะยอมให้หัก 20%หากรัฐบาลไม่ปฏิบัตตาม จะถือว่าละเว้นการปฏิบัตหน้าที่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากเกิดความเสียหาย คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องรับผิดชอบ ส่วนข้อกฎหมายจะเป็นอย่างไรก็ว่ากันไป แต่สิ่งสำคัญคือประโยชน์ของประเทศและประชาชนเสียหาย และโครงการดังกล่าวไม่สามารถตอบโจทก์ได้ ทั้งนี้จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพราะดำเนินโครงการมา 1 ปีก็น่าจะรู้ปัญหาว่าเป็นอย่างไร หากจะมีการปรับรูปแบบ วิธีการ หรือยกเลิกเพื่อให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามตนคิดว่าหากเดินหน้าทำต่อไปสุดท้ายเกษตรกรก็จะได้รับความเดือดร้อน
ส่วนที่มีการนำมวลชนมาสนับสนุนรัฐบาล และกดดันคนที่เห็นต่างนั้น ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ไม่ควรจะมีการปลุกปั่น และเกษตรกรก็ต้องช่วยกันดูว่าโครงการดังกล่าวดีหรือไม่ คิดว่าหากรัฐบาลจะใช้เงินปีละ 1.5แสนล้านมาทำโครงการนี้ทุกปี ควรนำไปเฉลี่ยให้เกษตรกรอย่างทั่วถึงดีกว่า
เมิน “รมว.กห.” เดินหน้าถอดยศ ย้ำต้องเป็นธรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ยืนยันเดินหน้าถอดยศตนและกรณีการเกณฑ์ทหารว่า ยืนยันว่าไม่มีเหตุ ต้องดูว่าจะทำอย่างไร อาศัยอำนาจ และข้อเท็จจริงอะไร และกระบวนการต่างๆถูกต้องหรือไม่ ทั้งนี้คิดว่าเป็นแนวทางที่เขาทำขึ้นมา โดยคนของพรรคเพื่อไทยไปกดดันผ่านผู้ตรวจการ ให้ไปกดดันกระทรวงกลาโหมเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ต่อ ซึ่งก็มีสิทธิตรวจสอบ แต่ต้องอยู่บนความถูกต้องและเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการวางเป้าหมายว่าเดือน ธ.ค.ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จหรือไม่ ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวว่า ตนไม่เข้าใจว่ารัฐบาลตั้งเป้าการบริหารประเทศไว้อย่างไร ทำไมเรื่องการผลักดันกฎหมายปรองดอง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงกลายเป็นเป้าหมายหลัก แต่รัฐบาลควรจะมาดูว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจดีขึ้น โครงการจำนำข้าวไม่มีปัญหา และปัญหาของแพงจะแก้ไขอย่างไร หรือหากจะทำเรื่องการเมืองควรทำเรื่องปรองดองที่แท้จริง ว่าจะนำข้อสรุปของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) มาใช้ประโยชน์อย่างไร จะดึงฝ่ายต่างๆของสังคมหันหน้าเข้ามาหากัน แต่รัฐบาลกลับมองประโยชน์ของฝ่ายตัวเองเท่านั้น โดยใช้ทุกวิธีการทุกรูปแบบคนตรวจสอบก็ถูกคุกคาม ทั้งนี้ขอบอกว่าทั้งตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ สส.สุราษฎร์ธานี ไม่กลัว หากใครกลั่นแกล้ง วันข้างหน้าต้องรับผิดชอบกับการกระทำที่ผิดกฎหมายของตัวเอง



