ข่าว

ตะลุยสถานีเกษตรหลวง'ปางดะ'

ตะลุยสถานีเกษตรหลวง'ปางดะ'

07 ต.ค. 2555

ตะลุยสถานีเกษตรหลวง'ปางดะ' ชมแปลงวิจัย'กีวีฟรุต องุ่นไร้เมล็ด' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

�������������� ไม่เฉพาะที่ "อ่างขาง" เท่านั้น ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและผู้ใฝ่รู้งานวิจัยไม้ผลเมืองหนาว แต่สถานีเกษตรหลวง "ปางดะ" ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แห่งสถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน เนื่องด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนักเพียงแค่ 50 กิโลเมตรจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาทีเท่านั้นเอง

�������������� "ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ขึ้นเหนือเพื่อสัมผัสบรรยากาศแสนสบายช่วงปลายฝนต้นหนาวเพื่อดูความก้าวหน้างานวิจัยพืชผักและไม้ผลเมืองหนาวที่ เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศในบ้านเรา ก่อนนำไปขยายผลสู่เกษตรกรบนพื้นที่สูงเพื่อสร้างอาชีพและรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่พวกเขา ปัจจุบันมี วิพัฒน์ ดวงโภชน์ รั้งตำแหน่งหัวหน้าสถานี

���������������� สถานีเกษตรหลวงปางดะ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์เพื่อช่วยให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้มีรายได้ที่มั่นคง โดยการนำพืชเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดให้เกษตรกรปลูก พร้อมทั้งให้คำแนะนำด้านเทคโนโลยีการผลิต การใช้สารเคมีที่ถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนให้เกษตรกรใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักการอนุรักษ์ดินและน้ำ

��������������� �ลักษณะพื้นที่มีความลาดชันและมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์มีแหล่งน้ำสายหลักคือ ห้วยปลาก้าง สำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค สูงจากระดับน้ำทะเล 720 เมตร อุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน 35.76 เซลเซียสและต่ำสุดในเดือนมกราคม 12.82 เซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนรวมตลอดทั้งปี 1,238.50 มิลลิเมตร

��������������� "ที่นี่เป็นชื่อได้รับพระราชทานนะ เพราะเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มาทรงเยี่ยมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2530 จึงได้พระราชทานชื่อว่า "สถานีเกษตรหลวงปางดะ"�

��������������� �วิพัฒน์ เผยต่อว่า ปัจจุบันสถานีแห่งนี้มีภารกิจการปฏิบัติงานเป็นสถานีเพื่อการวิจัยและขยายพันธุ์พืชหลากหลายชนิด นอกจากไม้ผลเมืองหนาวแล้วยังมีไม้ดอกเมืองร้อน ไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน เช่น พืชผัก ถั่ว ชา กาแฟ ไม้โตเร็ว ไผ่ต่างถิ่นและแฝก มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 804 ไร่ 1 งาน 81 ตารางวา และในปี 2534 สถานีเกษตรหลวงปางดะได้ขยายขอบเขตพื้นที่ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพไปสู่พื้นที่ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ และถือเป็นหมู่บ้านเป้าหมายที่ได้รับการส่งเสริมให้ปลูกข้าวโพดหวานสองสีและพืชผักต่างๆ�

���������������� ในส่วนงานด้านการผลิตและขยายพันธุ์ไม้ผลก็มีอย่างหลากหลาย เช่น พลับ มะเฟือง อะโวคาโด มะละกอ ส้ม เลมอน เสาวรส แก้วมังกร มะม่วง และลิ้นจี่� สำหรับพืชผักและสมุนไพรก็มีกุยช่ายดอก กุยช่ายขาว ถั่วแขก พริกหวาน อาร์ติโช้ค หน่อไม้ฝรั่ง พืชผักสมุนไพรและเมล็ดพืชผักชนิดต่างๆ ขณะที่ไม้ดอก จะเน้นหน้าวัวลูกผสม กระเจียว บัวชั้นและเฮลิโคเนีย สำหรับไม้โตเร็วและไผ่ต่างถิ่น เช่น การบูร จันทร์ทอง พอโลเนีย ไผ่หวานอ่างขาว และไผ่หยก� นอกจากนี้ยังงานผลิตและขยายพันธุ์แฝกอีกด้วย

��������������� �หัวหน้าสถานีคนเดิมระบุอีกว่าสำหรับงานพัฒนาอาชีพทางสถานีจะส่งเสริมให้เกษตรกรในหมู่บ้านเป้าหมายปลูกข้าวโพดหวานสองสีและพืชผักเป็นกิจกรรมหลัก โดยผลผลิตทั้งหมดจะส่งให้แก่โครงการหลวง� ปัจจุบันมีหมู่บ้านที่ได้รับการส่งเสริม 4 หมู่บ้านได้แก่ บ้านแม่สาบ บ้านหาดส้มป่อย บ้านยั้งเมิง และบ้านกองขากหลวง

��������������� �สถานีเกษตรหลวงปางดะ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,232 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ใช้ประโยชน์ในการทำแปลงศึกษาวิจัยรวม 804 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เหลือจะคงสภาพป่าไม้เพื่อให้เป็นป่าต้นน้ำลำธารและพื้นที่บริเวณสถานี รวมถึงในบริเวณใกล้เคียงมีสภาพพื้นที่ที่มีความลาดชัน มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้น การส่งเสริมให้เกษตรกรและชาวบ้านที่อยู่ในที่นี้ มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่บุกรุกป่าไม้

���������������� นอกจากนี้ ทางสถานียังได้ร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินในการจัดรูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อแบ่งแยกพื้นที่ทำกินกับพื้นที่ป่าไม้ให้ชัดเจน โดยจัดทำเป็น โมเดลต้นแบบ คือ พื้นที่สูงให้คงไว้เป็นป่าต้นน้ำ ถัดลงมาที่มีความลาดชันให้ปลูกไม้ผล ส่วนพื้นที่ราบให้ปลูกพืชไร่ พืชผัก ซึ่งในส่วนของแปลงไม้ผลที่อยู่ในพื้นที่ลาดชัน กรมพัฒนาที่ดินได้เข้ามาส่งเสริมการจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ คือ ทำขั้นบันไดดิน และปลูกแฝก ขวางทางลาดเท เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

���������������� "งานหลักจะเน้นงานวิจัยการขยายพันธุ์พืชและการขยายผลสู่เกษตรกร ที่นี่อากาศไม่หนาวมาก เมื่อเทียบกับอ่างขาง ฉะนั้นพวกพืชผักและไม้ผลจะเจริญเติบโตได้ดีกว่า อย่างเสาวรส ถือเป็นจุดเด่นของที่นี่ เมื่อก่อนรับประทานสดไม่ได้ แต่เราวิจัยจนสามารถนำมารับประทานสดได้เลย แล้วยังมีข้าวโพดหวานสองสี กุยช่ายขาว โดยผลผลิตทั้งหมดจะส่งให้แก่โครงการหลวง" วิพัฒน์ย้ำและว่า��

����������������� ผลจากการศึกษาวิจัยของสถานีตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น สามารถพัฒนาพันธุ์พืช ไม้ผลเมืองหนาวที่สามารถนำมาปลูกในพื้นที่เขตร้อนได้สำเร็จเป็นแห่งแรก โดยเฉพาะกีวีฟรุต ที่มีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ใหม่ที่ปลูกได้ในเขตร้อนหรือพื้นที่ที่ไม่สูงมากนัก ซึ่งสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่อุณหภูมิบนพื้นที่สูงอาจจะร้อนขึ้น

����������������� นอกจากนี้ ยังประสบความสำเร็จในการปลูกไม้ผลขนาดเล็ก ได้แก่ องุ่นไร้เมล็ด ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยปกติเกษตรกรทั่วไปได้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15 กิโลกรัมต่อต้น แต่ที่สถานีสามารถปลูกแล้วให้ผลผลิตสูงถึง 85 กิโลกรัมต่อต้น ทั้งนี้ ทางสถานีได้ส่งเสริมขยายผลให้เกษตรกรนำไปปลูกทดแทนพืชอื่น เพราะเป็นพืชที่ใช้พื้นที่น้อย แต่ให้ผลตอบแทนสูง โดยมีชาวเขานำไปปลูกในพื้นที่ 2 งาน ประมาณ 40 ต้น สามารถขายสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท สนใจเยี่ยมชมสถานีเกษตรหลวงปางดะ ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ โทร.053-378046, 08-1961-0363� ในวันและเวลาราชการ

...............................................
(ตะลุยสถานีเกษตรหลวง'ปางดะ' ชมแปลงวิจัย'กีวีฟรุต องุ่นไร้เมล็ด' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)

�