
ของรัก..นักสืบ:ขอดเกล็ดดาวเงิน
ของรัก..นักสืบ : ขอดเกล็ดดาวเงิน พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
เหลือเวลาอีกไม่นาน “ตำนานนักสืบ” อย่าง พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็คงจะเกษียณอายุราชการแล้ว จะเหลือไว้เพียงผลงานการติดตาม ปราบปรามคดีต่างๆ นับไม่ถ้วนตลอดชีวิตการเป็น "ตำรวจอาชีพ" มาเกือบ 40 ปี
หากแต่ช่วงเวลานี้ใครมีโอกาสไปเดินเล่นแถวห้าง เจเจมอลล์ จตุจักร ชั้น 2 ห้อง S208 ที่ร้านเซนต์ออฟสเกล (ตัวแทนจำหน่ายโมเดลรถไฟจำลอง) จะเห็นนายตำรวจใหญ่ผู้นี้เดินก้มๆ เงยๆ ง่วนอยู่กับการจัดโมเดลรถไฟ ฉากจำลอง ที่รังสรรค์มาจากความทรงจำ ความฝันในอดีต มาเป็นสิ่งที่จับต้องได้วางอยู่เบื้องหน้า
นี่แหละ!!! แผนการหลังเกษียณอายุราชการของนายตำรวจผู้นี้
“ผมเป็นลูกค้าที่ร้านนี้มาสักระยะหนึ่ง ร้านจำหน่ายรถไฟจำลองร้านนี้ เปิดมานาน 13 ปีแล้ว จำได้ว่าก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 ครั้งแรกเปิดให้บริการอยู่ที่ห้าง ดิเอ็มโพเรียม ถนนสุขุมวิท ต่อมาย้ายมาที่ อาคารสีลมแกลเลอเรีย ชั้นใต้ดิน ถนนสีลม จนถึงปี 2549 ได้ย้ายร้านมาที่นี่ เจ้าของเดิมเขาเสียชีวิตลง ทาง "ช่างโต้ง" หรือ คุณกิตติ สิงห์แก้วสืบ ก็ชวนผมเข้ามาเป็นหุ้นส่วนและเซ้งร้านนี้ต่อ ผมเองมีความชื่นชอบส่วนตัวอยู่แล้ว และอีกไม่นานก็จะหมดอายุราชการ ก็อยากหาอะไรทำหลังจากนี้ ก็เลยตัดสินใจเข้ามาเซ้ง และปรับปรุงร้านใหม่ให้สดใสกว่าเดิม สั่งของเข้ามาขายเพิ่มเติมจากที่มีอยู่” พล.ต.ท.กฤษฎา บอกถึงจุดเริ่มต้นของงานใหม่
ส่วนความหลงใหลใน "โมเดลรถไฟ" นั้น พล.ต.ท.กฤษฎา นับย้อนเวลากลับไปเมื่อ 50 ปีก่อน หลังจากพ่อซื้อโมเดลหัวรถจักรไอน้ำมาฝากจากต่างประเทศ นับจากนั้นก็เริ่มชื่นชอบและฝังใจในความสวยงามของโมเดลรถไฟมาตลอด แต่ก็ไม่ได้สะสมอะไร จวบจนวันเวลาผ่านไป วันหนึ่งครึ้มใจอยากจัดบ้านใหม่ก็รื้อข้าวของก็ไปเจอโมเดลหัวรถไฟที่พ่อซื้อให้ในยามเด็ก เลยจุดประกายให้กลับมาสนใจสะสมโมเดลหัวรถไฟอีกครั้ง
“เมื่อกลับมาสะสมรถโมเดลอีกครั้ง ก็พยายามหาความรู้เพิ่มเติม ก็ยิ่งหลงใหลมันมากขึ้นไปอีก เพราะโมเดลรถไฟสมัยนี้พัฒนาไปมาก เวลาที่รถวิ่งอยู่บนทางจำลองที่เราสร้างขึ้นมาเสมือนจริง รถไฟสามารถส่งเสียงหวูดออกมาได้ ปล่องไอน้ำสามารถพ่นควันออกมาได้ เวลารถวิ่งผ่านหัวถนนไม้ที่กั้นทางจะยกลงมาปิดทางไม่ให้รถยนต์วิ่งผ่านมันเป็นความสุขที่อธิบายไม่ได้”
พล.ต.ท.กฤษฎา บอกอีกว่า เมืองไทยกลุ่มคนที่เล่นของสะสมแบบนี้ ยังมีไม่มาก แต่ถ้าเปรียบเทียบกับทางยุโรปหรือญี่ปุ่น จะมีมากกว่า เพราะพวกเขาจะมีความผูกพันกับรถไฟมากกว่า ส่วนคนไทยเองน่าจะมีความสุขกับการที่จะเห็นรถไฟเหล่านี้ !!



