
สัญญาณเตือนช่องโหว่แผนป้องกันน้ำ
น้ำทะลักนิคมลาดกระบัง สัญญาณเตือนช่องโหว่แผนป้องกันน้ำ : รายงานพิเศษ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค
คันดินกั้นน้ำที่ทลายลงมาจนเป็นเหตุให้น้ำจากคลองแตงโมหลากเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยความสูงของระดับน้ำเฉลี่ย 20 เซนติเมตร กินพื้นที่ร้อยละ 20 จากทั้งหมด โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 29 กันยายน และคลี่คลายในวันที่ 30 กันยายน แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาอันสั้น แต่ก็สะท้อนได้ในหลายมิติที่น่าสนใจ โดยเฉพาะความสุ่มเสี่ยงและการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ จริงอยู่ที่ข้อสรุปของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สรุปความเป็นมาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นผลต่อเนื่องมาจากฝนที่ตกติดต่อกัน 3 สัปดาห์ ในพื้นที่ใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ทำให้น้ำที่ท่วมขังบริเวณโดยรอบเพิ่มระดับสูงขึ้น
กระทั่งทำให้เขื่อนดินบริเวณคลองแตงโม ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถูกน้ำกัดเซาะเป็นความกว้าง 3 เมตร จนทำให้น้ำไหลเข้าพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง อย่างไรก็ตาม การหลากเข้าท่วมดังกล่าวไม่ได้เข้าถึงตัวสถานประกอบการ เป็นการท่วมเฉพาะพื้นผิวการจราจรเท่านั้น ส่วนการป้องปัญหาในระยะยาวก็คือ ขอให้กรมชลประทานระบายน้ำในคลองบึงบัวลดลงอีก 50 เซนติเมตร เนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุการณ์เป็นรอยต่อของการเกิดฝนตกหนักจนทำให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้น ซึ่งเกรงว่าหากเกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง จะทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ ประสานให้กรุงเทพมหานครเข้ามาขุดลอกคูคลองบึงบัว เพื่อเร่งการระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพ ข้อมูลข้างต้นนี้ยังถูกถ่ายทอดจากทางฝ่ายบริหารของ กนอ.ไปยังผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เพื่อสร้างความมั่นใจถึงการป้องกันพื้นที่นับจากนี้ไป
อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ในทำนองเดียวกันกับนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ก็ได้เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และผลที่ตามมาก็คือ การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่เดิมเป็นความรับผิดชอบของ กรกฎ รัศมี ซึ่งมีประสบการณ์มาแล้วเมื่อครั้งเกิดน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ วันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ด้วยภาวะฝนตกหนักในพื้นที่พระนครศรีอยุธยา ทำให้เกิดน้ำท่วมขังภายในนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร และกว่าที่สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติก็กินเวลาต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 22 กันยายน
สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครกลายเป็นช่องโหว่ที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้อำนวยการ ก็คือการที่ไม่สามารถหาทางป้องกันพื้นที่เอาไว้ได้ อย่างไรก็ดี สิ่งที่สะท้อนมาจากอดีตผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ที่น่ารับฟังก็คือ การได้รับความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องในระดับที่ต่ำมาก จนมีผลมาถึงการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อที่จะหาทางควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลาม และนั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้อำนวยการนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครในที่สุด
ทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้นจึงเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ กรณีของนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังมีที่มาจากปัญหาแรงดันน้ำที่ทำคันดินที่ถูกออกแบบเอาไว้เกิดความเสียจนทำให้เกิดน้ำท่วมในระยะเวลาอันสั้น ขณะที่ในรายของนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนครเป็นความอ่อนไหว และเชื่อมโยงให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานกับพื้นที่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางด้านการลงทุน สำหรับการวางแผนป้องกันความเสียหายหรือการรับมือกับน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้น โดยมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะต้องรักษาเอาไว้
รัฐบาลโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างแนวป้องกันถาวรให้แก่นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร และสวนอุตสาหกรรมบางกะดี ใน จ.ปทุมธานี ที่มีความคืบหน้าในการวางแนวป้องกัน ต่างไปจากนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร ที่เกิดปัญหาภายในจากโครงสร้างการบริหาร จนกระทบมาถึงการจัดการพื้นที่เพื่อรับมือน้ำท่วม ในการจัดทำเขื่อนดินรวมความยาว 6 กิโลเมตร ที่ยังอยู่ในขั้นตอนเร่งดำเนินการเพื่อแข่งกับเวลา
ขณะเดียวกันทาง กนอ.ก็ยังให้ความสำคัญกับการจัดทำแผนรับมือกรณีที่เกิดเหตุการณ์สุดวิสัยขึ้นภายใต้ชื่อ "แผนปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีเกิดอุทัยภัย" สาระสำคัญคือ จำลองเหตุการณ์ระดับน้ำแนวถนนด้านหน้านิคมอุตสาหกรรมเป็นเกณฑ์รวม 3 ระดับ คือ 1.สีฟ้า ระดับน้ำต่ำกว่าถนนมากกว่า 1 เมตร หรืออยู่ในภาวะปกติ 2.สีเหลือง ระดับน้ำต่ำกว่าถนนระหว่าง 0.5-1 เมตร อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือ และ 3.สีส้ม ระดับน้ำต่ำกว่าถนนไม่เกิน 0.5 เมตร ซึ่งอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วม โดยขั้นตอนการดำเนินการที่ออกแบบเอาไว้ คือ แจ้งเตือนโรงงานว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และเซาะเข้านิคมอุตสาหกรรม ขอให้ทางโรงงานจัดเตรียมสิ่งขอ สารเคมีขึ้นไว้ที่สูง ต่อไปให้พนักงานเตรียมย้ายไปอยู่ที่ศูนย์อพยพที่ได้จัดเตรียมไว้
"เพื่อให้การปฏิบัติงานในการควบคุม ภาวะฉุกเฉินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทางกนอ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมกำลังตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว โดยแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบคือ หน่วยควบคุมอุบัติภัย หน่วยข้อมูลข่าวสาร สื่อสาร และประสานงาน หน่วยงานรัฐ หน่วยรักษาความปลอดภัย และจราจร หน่วยช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและปฐมพยาบาล หน่วยอพยพ หน่วยเคลื่อนที่เร็ว หน่วยช่วยเหลือระบบสาธารณูปโภค หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัย" วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการ กนอ.ให้คำอธิบายถึงส่วนหนึ่งของหน่วยงานสนับสนุนที่จะเข้ามามีบทบาท
ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวอีกว่า แผนสนับสนุนเพิ่มเติมจากนี้ ที่ กนอ.วางไว้คือ การสร้างความแข็งแรงของการป้องกันน้ำ วางระบบระบายน้ำทั้งพื้นที่ภายในนิคมอุตสาหกรรมและพื้นที่รอบนอก ขณะเดียวกันก็ได้ให้คำแนะนำไปยังนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมอุตสาหกรรมบางชัน นิคมอุตสาหกรรมบางพลี นิคมอุตสาหกรรมบางปู นิคมอุตสาหกรรมสมุทรสาคร นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ และนิคมอุตสาหกรรมอัญธานี ที่จะต้องเพิ่มความระมัดระวังภาวะน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ จากเดิมที่มุ่งเน้นการป้องกันภัยไปยังนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี
เมื่อประเมินสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาถึงแผนเผชิญเหตุ นี่จึงเป็นการทดสอบต่อการรับมือโดยมีภัยธรรมชาติเป็นตัวแปร
--------------------
(น้ำทะลักนิคมลาดกระบัง สัญญาณเตือนช่องโหว่แผนป้องกันน้ำ : รายงานพิเศษ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)



