
'มาร์ค'จี้'ปู'ดูแลปัญหาชายแดนใต้
'อภิสิทธิ์' จี้ 'ปู' ดูแลปัญหาในพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้ แนะ 'สุกำพล' ยอมรับทุจริตจำนำข้าว เมิน 'เนวิน' ยุติบทบาททางการเมือง ลดความขัดแย้ง
5 ต.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง "Blue Sky Channel" ถึงปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้มันเป็นเรื่องของปัญหาการข่มขู่ ซึ่งเราไม่อยากเห็นภาพตรงนี้ อยากให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น ตนอยากเห็นฝ่ายนโยบายไปเกาะติดพื้นที่ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนที่จะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ
ทั้งนี้ตัวของ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ก็ออกมายอมรับว่าการแก้ไขปัญหาภาคใต้มีหลายกระทรวงและรัฐมนตรีหลายคนมาเกี่ยวข้องจำนวนมาก ตนถึงได้ย้ำว่า คนที่แก้ปัญหาได้คือ นายกรัฐมนตรี ที่ต้องไปกำกับดูแลติดตามนโยบายต่างๆอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอยากเห็นฝ่ายนโยบายติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถ้าหากว่าเรื่องนี้ไม่เกิดความเชื่อมั่นแล้วก็เท่ากับว่าการท้าทายอำนาจรัฐทำสำเร็จ เพราะฉะนั้นฝ่ายที่ต้องการให้มีปัญหาในพื้นที่ก็จะขยายผลไปสู่เรื่องอื่นๆ ด้วย ประชาชนเองก็จะยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่
'อภิสิทธิ์'แนะ'สุกำพล'ยอมรับทุจริตจำนำข้าว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ระบุว่าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชาวนาได้ประโยชน์ 80 เปอร์เซ็นต์ และทุจริต 20 เปอร์เซ็นต์ว่า ตรงนี้ถือเป็นสิ่งที่เลวร้าย เพราะเป็นการตอกย้ำค่านิยมที่ผิด และไม่ได้เป็นอย่างที่พูดว่าชาวนาจะได้ประโยชน์ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพราะถ้าดูจากตัวเลขของนักวิชาการ มันยังห่างไกล
ดังนั้นถ้าเกิดยังย้ำความคิดเช่นนี้บวกกับย้ำนโยบายประชานิยม คือนึกทุกนโยบายแล้วมันก็ต้องมีคนได้ประโยชน์บ้าง แต่เวลาคนท้วงติงมาก็พยายามบอกว่ามันมีวิธีที่จะทำประโยชน์ให้กับคนเหล่านี้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมายหรือมันต้องคำนึงว่าถ้าได้ประโยชน์ไปแล้วแต่ว่ามันมีประโยชน์ที่เสียที่ตามมา ซึ่งมันยิ่งใหญ่กว่าก็ควรไปหาวิธีอื่น
“หลายฝ่ายก็ท้วงติง และขอให้ทบทวน ซึ่งตัวนายกฯเองก็ยอมรับว่ามีปัญหาการทุจริต แต่ก็พูดหันจนเหนื่อย แต่ก็เสียงไม่ดังอย่างคนที่อยู่ฮ่องกงตอนนี้ ผมยืนยันว่า ต้องมีการทบทวน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
'อภิสิทธิ์' เมิน 'เนวิน' ประกาศยุติบทบาททางการเมือง
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศยุติบทบาททางการเมืองว่า นายเนวินก็พูดในทำนองที่ว่าคิดว่าถ้าถอยออกไปก็จะช่วยให้มีความขัดแย้งน้อยลง ซึ่งตนก็คิดว่า เป็นมุมมองที่แสดงให้เห็นว่าต้องการที่จะให้บ้านเมืองสงบ แต่ว่าโดยส่วนตัวแล้วตนไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ว่า มันจะเป็นเจาะจงบุคคลขนาดนั้นหรือไม่ ในเรื่องของความขัดแย้งเพราะต่างคนก็พยายามที่จะทำหน้าที่ จิตใจความเห็นไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนที่จะทำให้เกิดความปรองดองหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ เพราะความขัดแย้งอันนี้มันก็ไปไกล ในรายงานของ คอป. เอง เขาก็ได้วิเคราะห์สาเหตุต่างๆ ไว้เยอะ ซึ่งมันลึกกว่าเรื่องตัวบุคคล แต่ว่าถ้าตัวบุคคลคิดว่าจะช่วยเสียสละเพื่อให้ลดความขัดแย้ง สร้างความปรองดองขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดี
เมื่อถามว่า เสียดายหรือไม่ที่นายเนวิน ประกาศวางมือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ปฏิเสธยากว่านายเนวินก็เป็นคนที่มีความสามารถ และมีบทบาทสำคัญทางการเมือง และตนเชื่อว่ามีหลายคนที่อยู่ในสภา อยู่ในพรรคการเมือง ที่นายเนวินมีอิทธิพล และมีส่วนสร้างให้ขึ้นมาเป็นนักการเมือง ส่วนจะต้องใช้เวลาพิสูจน์หรือไม่นั้น ระยะหลังเขาก็ไม่ค่อยได้มีบทบาทในทางการเมืองมาสักระยะ แต่จะเด่นไปในเรื่องของกีฬาฟุตบอลมากกว่า
ส.ส.ปชป.ลงพื้นที่ดูความพร้อมการระบายน้ำ
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะประกอบด้วยด้วย ส.ส.ของพรรค อาทิ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ นายเกียรติ์ศักดิ์ ส่องแสง ส.ส.ปทุมธานี พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และอดีตผู้สมัครส.ส.จ. สมุทรปราการ ของพรรคลงพื้นที่ดูความพร้อม ในการระบายน้ำของโครงการดังกล่าว
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า จากการมาฟังบรรยายสรุปจากนายสุรัช ธนูศิลป์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร จะนำไปเสนอต่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้านเพื่อประสานไปยังรัฐบาลเพื่อหาทางกำหนดมาตรการในการทำงาน ซึ่งจากการดูการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมชลประทานพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และการทำงานมีเพียงความสามารถในการรับมือเฉพาะน้ำที่เป็นน้ำฝนที่ตกในช่วงแรกของเดือนกันยายน แต่หากมีพายุแกมี เข้ามาอีกอาจจะเกินศักยภาพของการระบาย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องมวลชน เพราะตั้งแต่คลองรังสิตมาถึงชายทะเลมีคลองระบายน้ำไปตะวันออกยังทำได้น้อยมาก เพราะมวลชนมีทั้งฝั่งที่ถูกท่วมและที่ไม่ถูกท่วม อีกทั้งเป็นปัญหาที่เกินขอบเขตของกรมชลประทานจะแก้ไขได้
“อยากให้รัฐบาลนิ่ง ไม่ควรสับเปลี่ยนความรับผิดชอบ รมว.มหาดไทยลาออกแต่ให้รมช.มหาดไทยมาดูแลทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเรื่องน้ำเลย ท่านปลอดประสพจะทำงานดีไม่ดีอย่างไรท่านก็คลุกอยู่กับปัญหามาตลอด ช่วงที่จะเจอวิกฤตพายุลูกใหญ่ ก็ไม่ควรเปลี่ยนนายกฯจะต้องเข้าใจปัญหาและเข้าใจว่าเวลาเผชิญเหตุวิกฤติสายการบังคับบัญชาสำคัญมาก ถ้าเกิดความสับสนหรือเปลี่ยนแปลงจะทำให้ทุกอย่างยุ่งไปหมด” นายอลงกรณ์ กล่าว



