
'สุรพงษ์'ปัด'เจ๊แดง'หน.พรรคคนใหม่
"สุรพงษ์" แย้มหน.เพื่อไทยคนใหม่หน้าตาดี ไม่ใช่ "เจ๊แดง" ไม่ขัดหาก "เพรียวพันธ์" จะมา ระบุ ใครเคยบริหารงานมา ได้ทั้งนั้น บ่นเสียดาย "ยงยุทธ" น่าจะรอพิสูจน์ตามกระบวนการก่อน ยันไม่ไปพบ "ทักษิณ" ที่ฮ่องกง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 55 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะส.ส.พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากหัวหน้า และส.ส.พรรคเพื่อไทย ว่า ตนรู้สึกเสียดายนายยงยุทธที่ลาออกไป ความจริงรอให้มีขบวนการพิสูจน์ให้แล้วเสร็จก็ได้ เพราะเมื่อลาออกไปแล้วฝ่ายค้านก็ไม่ได้ยุติที่จะเล่นการเมือง หาทุกประเด็นขึ้นมาที่จะฉีกประเด็นคำถามต่างๆ ออกไปได้ อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยต้องตั้งกรรมการบริหารพรรคขึ้นมาใหม่ ต้องเดินหน้าต่อไปทางการเมือง แม้ว่าการเมืองบ้านเราวันนี้ก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง เพราะส่วนใหญ่ปัญหามาจากรัฐธรรมนูญ ที่ให้อำนาจองค์กรอิสระมากจนเกินไป ซึ่งถ้าองค์กรอิสระเหล่านั้นใช้อำนาจหน้าที่อย่างอิสระและเป็นธรรมโดยไม่ว่ากัน แต่ถ้าองค์กรอิสระทำหน้าที่โดยลำเอียง ไม่เป็นธรรมก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทย
ส่วนกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่านางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์หรือ เจ้แดง เข้ามามีบทบาท มีกลุ่มก๊วนกดดัน คุมอำนาจในพรรคเพื่อไทย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า คุณแดง อยู่กับพรรคมานาน ไม่ใช่ว่าเพิ่งเข้ามา อยู่มาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย เป็นอดีตส.ส. ซึ่งคนที่เคยเป็นผู้แทนฯ แล้วอยู่ๆ จะให้เลิกเล่นการเมืองมันไม่ใช่ง่ายๆ มันอยู่ในสายเลือด ท่านไม่ได้เข้ามายุ่ง ท่านมาของท่านอยู่แล้ว มีน้องๆ ที่เคารพรักท่านมาหารือพูดคุย บางคนอาจจะมองเป็นกลุ่มก๊วน แต่ทุกคนอยู่กับพรรคมาตั้งแต่ไทยรักไทย เพื่อไทย มาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่หัวหน้าพรรคคนใหม่จะเป็นนางเยาวภา นายสุรพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้รับฟังดูเห็นว่านางเยาวภาจะไม่รับ แต่ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง
เมื่อถามว่าแล้วคนที่เหมาะจะมานั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องเป็นคนอย่างไร นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ฟังจากข่าวเห็นเขาบอกว่าเป็นคนหน้าตาดี ตนจึงไม่ทราบว่าต้องหล่อหรือไม่หล่อ แต่พรรคเราคงไม่ต้องการคนหล่อ เพราะหล่ออย่างเดียวไม่ทำงานก็มีเยอะ
เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่มีชื่อนายเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร.จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทุกคนถ้ามาทำหน้าที่บริหารได้ และเคยทำหน้าที่บริหารมาก่อนก็เหมาะสมทั้งนั้น เพราะการบริหารพรรคการเมือง ไม่ได้ยากเหมือนการบริหารธุรกิจ การบริหารพรรคการเมืองต้องเอาใจ ส.ส. ลูกพรรค ต้องรู้ความต้องการของประชาชนเป็นหลัก เพราะถ้าทราบความต้องการของประชาชนเราก็สามารถกำหนดนโยบายได้ บางคนเป็นหัวหน้าพรรคบางพรรคคิดว่าตัวเองเข้าใจประชาชนเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่มันไม่ได้
ต่อข้อถามที่ว่าเวลานี้คิดว่าคนจะมาเป็นหัวหน้าพรรคควรเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้ทั้งนั้น เพราะผู้หญิงยังมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ หัวหน้าพรรคก็เป็นผู้หญิงได้เช่นกัน
ส่วนความเป็นไปได้ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเองนั้น นายสุรพงษ์ ได้เลี่ยงตอบคำถามแต่กลับกล่าวว่า ตนมองว่าถ้าองค์กรอิสระให้ความเป็นธรรม และทุกเรื่องที่ออกมาทำด้วยความยุติธรรม ตรงไปตรงมา โปร่งใส ไม่มีปัญหา แต่ตราบใดที่องค์กรอิสระไม่ให้ความเป็นธรรมอย่างแท้จริงก็มีปัญหาทั้งนั้น พรรคนี้มีประสบการณ์ผ่านมาหลายครั้งแล้ว
เมื่อถามว่าจะเดินทางไปฮ่องกงเพื่อพบ พ.ต.ท.ทักษิณ บ้างหรือไม่ นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ไป แต่อย่างไรก็ตามช่วงนี้ตนไม่ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เลย เพราะงานยุ่งมาก
"สุกำพล"ไม่ขอไม่รับอ้างเหตุรู้ตัวเองยังไม่เหมาะสม
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า ถูกทาบทามมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า ตนยังไม่รู้เรื่องเลย ไม่มีการทาบทามใดๆทั้งสิ้น เป็นเพียงข่าว ตนรู้ตัวเองว่า ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะเป็นหัวหน้าพรรค ตนรู้ตัวเอง และตนไม่เก่งเรื่องนี้ เป็นข่าวลือที่ตนทราบจากผู้สื่อข่าว อย่าไปใส่ใจเรื่องนี้ เป็นเรื่องของคณะกรรมการพรรคที่จะพิจารณากัน ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือใครๆก็ไม่ได้มาคุยกับตนทั้งสิ้น ใครจะเสนอใครเป็นเรื่องของพรรค ตนไม่เกี่ยว สำหรับผู้เหมาะสมจะมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น ต้องเป็นคนดี
เมื่อถามว่า หากพรรคเพื่อไทยเสนอเป็นหัวหน้าพรรคจะรับตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า “ผมพูดให้เขาฟังอย่างนี้แล้ว เขาคงไม่เอามั้ง และไม่อยากจะยุ่ง ในพรรคมีคนดีกว่าผมเยอะ และผมอยู่ในวงการนี้น้อย ไม่ได้คิดอะไรเลย” เมื่อถามย้ำว่า ท่านจะปฏิเสธรับตำแหน่ง 100 % แม้ว่า จะมีการทาบทามใช่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ตนจะปฏิเสธก่อน แต่คิดว่า คงไม่มีใครเสนอตนหรอก อย่าไปขายข่าวมากเลย
'นพดล'ปัด'ทักษิณ'บินจัดโผครม.
วันเดียวกันนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาทางด้านกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเดินทางมาประเทศฮ่องกงของพ.ต.ท.ทักษิณว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางมาถึงฮ่องกงแล้ว ซึ่งเป็นธรรมดาที่ระหว่างนี้จะมีมิตรสหายทั้งนักการเมือง รัฐมนตรี และส.ส.เดินทางไปเยี่ยมเยียนจำนวนมาก แต่ยืนยันว่าการมาฮ่องกงของพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มาเพื่อปรับครม. เพราะถ้าจะปรับครม.จริงก็ไม่จำเป็นต้องมาถึงฮ่องกง พ.ต.ท.ทักษิณบอกอยู่เสมอว่า เรื่องการปรับครม.นั้นเป็นอำนาจของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าจะปรับครม.เมื่อไหร่ และจะปรับใคร ทั้งนี้ ถ้าให้ตนเดาใจนั้นเชื่อว่าคงไม่ปรับครม.ภายในเดือนต.ค.นี้ แต่น่าจะปรับครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปแล้ว เพราะจะได้รู้ว่าผลงานของรัฐมนตรีแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร ใครจะถูกปรับออกหรือใครทำดีก็ได้อยู่ต่อ หลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีคงดูผลการทำงานของรัฐมนตรีทุกคน อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ฮ่องกงประมาณ 2-3 วัน จากนั้นคาดว่าจะเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษ
นายนพดล ยังกล่าวถึงการคัดเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่แทนนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ที่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วยว่า ในวันที่ 8 ต.ค.จะมีการประชุมคณะรักษาการกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ซึ่งในวันดังกล่าวจะทราบว่าจะให้ใครทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปก่อน ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคอย่างเป็นทางการนั้น คาดว่าจะรู้ผลภายใน 1-2 เดือน ซึ่งอาจจะเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 อดีตกรรมการบริหารพรรคเดิม หรือเป็นคนนอกก็ได้
อย่างไรก็ตามสำหรับคุณสมบัติของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่นั้น จะเน้นเรื่องเก่งงานบริหาร มีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นที่ยอมรับของสมาชิกพรรค แต่ไม่จำเป็นต้องเก่งการเมืองเหมือนหัวหน้าบางพรรคการเมือง และหัวหน้าพรรคคนใหม่ต้องได้รับฉันทานุมัติจากส.ส.ของพรรคเป็นส่วนใหญ่ด้วย ทั้งนี้ ยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นผู้กำหนดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคเห็นว่าคนที่เป็นหัวหน้าพรรคนั้นควรจะเป็นผู้ใหญ่ที่ได้รับการยอมรับ เก่งบริหาร และไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเมืองมืออาชีพ เพราะพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ต้องทำตามนโยบาย เป็นพรรคทางเลือกที่ชัดเจน
นายนพดล กล่าวด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณทราบเรื่องการลาออกของนายยงยุทธแล้ว และรู้สึกเสียดายกับการลาออกของนายยงยุทธ เพราะนายยงยุทธทำงานให้พรรคตั้งแต่พรรคเพื่อไทยยังไม่มีส.ส. และยังชื่นชมสปิริตของนายยงยุทธที่ไม่เอาเรื่องตัวเองมาเป็นภาระของพรรค ไม่อยากให้พรรคถูกโจมตี ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์มีสมาธิในการบริหารงาน หลังจากนี้หากนายยงยุทธสามารถเคลียร์ข้อกล่าวหาและข้อกฎหมายต่างๆได้ ก็สามารถกลับมาทำงานได้อยู่แล้วเพราะพรรคไม่เคยลืมคนที่ทุ่มเททำงานและไม่หนีพรรคไปไหน
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีตผบ.ตร. อาจจะมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ตนยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ เพราะพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ไม่ได้คลุกคลีกับการเมืองมาก สเปคหัวหน้าพรรคแม้ไม่จำเป็นต้องเก่งการเมืองแต่ก็ควรมีพื้นฐานการเมืองอยู่บ้าง เพราะเราเป็นพรรคการเมืองใหญ่



