
อุตุฯเฝ้าระวัง'เกมี'5-6ตค.เหนือเริ่มเย็น
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุ 'เกมี' ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 05 ตุลาคม 2555 เวลา 16.30 น. หลายจังหวัดเตรียมพร้อมรับมือ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (5 ต.ค. 55) พายุโซนร้อน “เกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 750 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 14.5 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 115.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 10 กม./ชม. คาดว่า พายุนี้จะจะมีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันที่ 6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะอ่อนกำลังลงและเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง ของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 6-8 ตุลาคม 2555 บริเวณพื้นที่ตามเส้นทางเดินพายุและพื้นที่ใกล้เคียง มีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและลมแรงในช่วงระยะนี้
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 7-9 ตุลาคม 2555 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2555 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของประเทศไทย ทำให้ตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองในระยะแรกและเริ่มมีอากาศเย็นลง
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยาสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
'กรมชล' ชี้น้ำท่วมท่าจีนอยู่นอกคันกั้นน้ำ คาด 'เกมี' ไม่กระทบ
นายชัยพร พรหมสุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล สำนักชลประทานที่ 11 จ.นครปฐม เผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในฝั่งพื้นที่ตะวันตก โดยเฉพาะชุมชนในเขตพื้นที่ อ.บางเลน และ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ว่า พื้นที่ถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำ โดยสาเหตุเกิดจากปริมาณฝนที่ตกหนักในเขตพื้นที่ตอนบนแถว อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี อ.อู่ทอง อ.โพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี ระบายลงมา บวกกับทางโครงการพระพิมล ก็มีการพร่องน้ำลงไปในแม่น้ำท่าจีนเฉลี่ย 167 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อรองรับน้ำฝน จนทำให้แม่น้ำท่าจีนมีความสูงเพิ่มขึ้นเป็น 2.3 เมตรจากระดับน้ำทะเล จากปกติไม่ควรเกิน 1.80 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนต่างๆ ในเขต อ.บางเลน และนครชัยศรี เฉลี่ยความสูงประ มาณ 50 ซม. ซึ่งอยู่นอกแนวคันถนนคันกั้นน้ำตามแนวแม่น้ำท่าจีนและด้านใต้คลองพระพิมลที่กรมทางหลวงชนบท ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการลดการปล่อยน้ำลงเหลือเพียง 60-70 ลบ.ม.ต่อวินาทีแล้ว ดังนั้นเชื่อว่าอีก 2-3 วันหลังจากนี้ระดับน้ำท่าจีนจะเข้าสู่ภาวะปกติ
นายชัยพร กล่าวว่า ส่วนอิทธิพลของพายุแกมี คาดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบกับระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนมากนัก เนื่องจากมีการพร่องน้ำ และระบายน้ำออกทะเล รวมทั้งยังมีการติดตั้งระบบสูบน้ำในเขตพื้นที่รวม 10 จุด 29 เครื่อง ซึ่งตอนนี้เดินเครื่อง 23 เครื่อง เพื่อพร่องและรักษาระดับน้ำในพื้นที่รองรับกับน้ำที่ระบายลงมาทางฝั่งตะวันตก รวมทั้งได้ประสานกับทางกทม.เกี่ยวกับการระบายน้ำทางฝั่งตะวันตก ผ่านคลองทวีวัฒนา คลองย่อย คลอง คูเวียง คลองขุนศรีบุรีรักษ์ คลองควาย ที่ระบายได้อัตรา 75 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งในกรณีที่กทม.ไม่มีฝนตกหนัก และในพื้นที่ทวีวัฒนาด้านท้ายจะเปิดรับได้เต็มที่ โดยจะเดินเครื่องสถานีสูบน้ำมหาสวัสดิ์ เพื่อระบายน้ำออก ทั้งนี้ก็จะต้องดูว่าจะกระทบกับชาวริมน้ำท่าจีนหรือไม่
แผนระบายน้ำทุ่งพระพิมลพร้อม
นายชัยพร กล่าวอีกว่า สำหรับทุ่งพระพิมล ครอบคลุมพื้นที่กว่า 275,900 ไร่ในเขตจ.นนทบุรี และนครปฐม คณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) ได้กำหนดให้ทุ่งพระพิมลเป็นทุ่งรับน้ำ โดยจะมีน้ำเข้าสู่คลองพระพิมลจำนวน 167 ลบ.มวินาที โดยการระบายน้ำจะผ่านคลองในแนวเหนือ-ใต้ ผ่านประตูระบายน้ำด้านใต้คลองพระพิมลจำนวน 10 แห่งและระบายน้ำออกด้านใต้คลองมหาสวัสดิ์จำนวน 91 ลบ.ม.ต่อวินาที และระบายน้ำเข้าสู่คลองสุคต คลองบางเตยและคลองสามบาม จ.นครปฐมจำนวน 12 ลบ.ม.ต่อ วินาที นอกจากนี้ยังระบายน้ำลงสู่คลองทวีวัฒนา คลองซอย คลองคูเวียง คลองขุนศรีบุรีรักษ์ คลองโพธิ์และคลองควาย เขตทวีวัฒนา กทม.จำนวน 75 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยขณะนี้ได้มีการเตรียมระบบสูบระบายน้ำหลาก และน้ำฝนที่ตกลงในพื้นที่ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่สามารถระบายน้ำได้ 205 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 17.712 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน โดยแบ่งเป็นฝั่งแม่น้ำท่าจีนมีเครื่องสูบน้ำจำนวน 57 เครื่องสามารถระบายน้ำได้ 189 ลบ.ม.ต่อวินาที และฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวน 16 เครื่องรวม 16 ลบ.ม.ต่อวินาที
ชาวบ้านไม่กลัวน้ำล้นตลิ่ง แต่ห่วงฝนตกในคัน
ด้านน.ส.นันทา ประสานวงศ์ เจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลลานตากฟ้า อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม กล่าวว่า พื้นที่น้ำท่าจีนล้นตลิ่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เช่น ต.บ้านงิ้วราย ต.ไทยาวาส ต.ลานตากฟ้า ส่วนใหญ่เป็นชุมชนที่ที่อยู่นอกคันกั้นถนน โดยได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งสูงประมาณ 50 ซม. เนื่องจากโครงการพระพิมล ได้พร่องน้ำที่ระบายลงมาจากทางตอนบนจนเท้อในแม่น้ำท่าจีนออกปากอ่าวไปก่อน ทั้งนี้ยอมรับว่าน้ำล้นตลิ่งไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่ากับน้ำจากฝนตกหนักจากพายุแกมี เพราะอาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมในคันกั้นน้ำได้
"หากมีฝนตกหนักจนเกิดการขังในคัน และจะระบายลงแม่น้ำท่าจีนไปไม่ทัน ประกอบกับในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค.นี้จะมีน้ำทะเลจะหนุนสูง ก็จะดันน้ำกลับเข้ามาในแม่น้ำท่าจีน จนส่งผลกระทบในวงกว้างได้ โดยทางโครงการพระพิมล ได้มีการเพิ่มระบบปั้มน้ำที่ประตูคลองโยง เพิ่มอีก 6 เครื่องบวกกับของเดิมอีก 4 ตัว ส่วนชาวบ้านก็ทำแนวกระสอบทรายบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ส่วนอบต.ลานตากฟ้า ได้ออกประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่เตรียมรับสถานการณ์ และติดตามจากป้ายเตือนระดับน้ำที่นำไปติดไว้ในชุมชนแล้ว"
โคราช - ติดตามอิทธิพลพายุอย่างใกล้ชิด
นายสงัด สายใหม่ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานีอุตุนิยมวิทยา จังหวัดนครราชสีมา มีเครื่องวัดปริมาณน้ำฝนอยู่ทั้งหมด 40 เครื่อง มอบให้ อบต. ต่างๆ ทั่วทั้งจังหวัด จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ประจำเครื่องวัดน้ำฝนเฝ้าติดตามประมาณน้ำฝนอย่างใกล้ชิด ให้รายงานเป็นระยะเพื่อประเมินสถานการณ์น้ำฝนได้
ทั้งนี้จากฝนตกเมื่อคืนวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนไม่มากนัก มีเพียงเชิงเขาที่ปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ปกติ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าติดตามเป็นพิเศษ คืออำเภอวังน้ำเขียว และอำเภอปากช่อง ซึ่งจะเป็นจุดรับน้ำลงสู่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อำเภอปักธงชัย ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างฯ สูงถึงร้อยละ 93 ถึงแม้ว่าจะเร่งระบายน้ำออกจากอ่างฯ วันละ 1.7 ล้าน ลบ.ม. แล้วก็ตาม แต่ก็ยังน่าเป็นห่วง หากปริมาณน้ำฝนไหลเข้าอ่างมาก
ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ยังสามารถรับน้ำได้อีกจำนวนมาก โดยปัจจุบัน อ่างเก็บน้ำลำตะคอง มีปริมาณน้ำ 137 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 43 ของความจุกักเก็บ, อ่างเก็บน้ำลำมูลบน มีปริมาณน้ำ 60 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 42 ของงความจุกักเก็บ, อ่างเก็บน้ำลำแชะ มีปริมาณน้ำ 162 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุกักเก็บ และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำ 101 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 93 ของความจุกักเก็บ
โดยในช่วงพายุแกมีเข้านั้น ยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ทางชลประทานเฝ้าระวังหลังจากที่พายุผ่านไปแล้ว เนื่องจากอาจจะเกิดร่องความกดอากาศต่ำ พาดผ่าน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันมีปริมาณน้ำมากกว่าช่วงพายุเข้า จนทำให้เกิดอุทกภัยอย่างที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปลายปี 2553
พิษณุโลก - พร้อมรับมือพายุแจ้งเตือน 5 อำเภอเสี่ยง
นายบุญยิ่ง คุ้มสุพรรณ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า หลังจากสถานการณ์พายุ 'เกมี' จะพัดผ่านในประเทศไทยในวันสองวันนี้ ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าวในวันที่ 7-8 ตุลาคมนี้ ส่วนผลให้ในขณะนี้ต้องเตรียมรับมือกับพายุดังกล่าว เบื้องต้น ได้มีการตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าเพื่อการช่วยเหลือน้ำท่วมที่ศาลากลางจังหวัด และที่ว่าการอำเภอทั้ง 9 อำเภอ พร้อมกับได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆในจัดตั้งชุดเฉพาะเคลื่อนที่เร็ว ในการช่วยเหลือประชาชนตามหมู่บ้านและหมู่บ้าน ส่วนอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน และมิสเตอร์เตือนภัย ก็ให้เฝ้าระวังปริมาณน้ำฝนตลอด 24 ชม. หากมีปริมาณน้ำฝนที่ตกมามาก ก็ให้ประกาศเสียงตามสายของหมู่บ้าน ให้ประชาชนเฝ้าระวัง นำสิ่งของทรัพย์สินขึ้นที่สูงทันที นอกจากนี้หากท้องที่ไหนประสบภัยรุนแรง ทางจังหวัดก็จะประสานไปยังทหารของกองทัพภาคที่ 3 ,ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 3 ได้นำเครื่องมือ และกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนทันที
ส่วนพื้นที่เสี่ยงและจับตาเป็นพิเศษนั้น คือ 5 อำเภอตามพื้นที่สูง คือ อ.วัดโบสถ์ อ.นครไทย อ.ชาติตระการ อ.เนินมะปราง และ อ.วังทอง ซึ่งหากเกิดฝนตกมาก อาจทำให้ดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งขณะนี้กรมทางหลวง ได้จัดเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรต่างๆประจำอยู่ตามถนนสายหลักและจุดที่เสี่ยงต่อการเกิดบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตามหากประชาชนท่านใดเดือดร้อนจากพายุ “เกมี” ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบในช่วง 2-3 วันนี้ก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือ ผู้นำท้องถิ่น โดยเร็ว เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
พิจิตร - ล้างท่อระบายน้ำรับมือพายุ "เกมี"
เจ้าหน้าที่กว่า 10 คน ของเทศบาลเมืองพิจิตร พร้อมรถบรรทุกสิ่งปฏิกูล เร่งออกทำความสะอาดลอกท่อระบายน้ำภายในเขตถนน ประชาอุทิศ เขตเทศบาลเมืองพิจิตร เพื่อเตรียมรับมือพายุ เกมี ที่จะเข้าเข้าปกคลุม ในจังหวัดพิจิตร เพื่อเป็นการทำความสะอาดภายในท่อระบายน้ำให้น้ำไหลได้อย่างสะดวก และเพื่อป้องกันน้ำฝนที่ตกลงมาจะส่งผลกระทบ ต่อน้ำที่จะท่วมขังภายในเขตเทศบาลเมืองที่ถนนเส้นดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ และมักจะท่วมขังอยู่ประจำมนครั้งที่ฝนตกหนัก
โดยส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่เกิดจากน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมาตกค้างอยู่ภายในท่อระบายน้ำ ทำให้ท่อระบายมีลักษณะที่ตื้นเขิน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการลอกทำความสะอาด ท่อระบายน้ำที่อยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร ที่มีอยู่จำนวนมากให้แล้วเสร็จ เตรียมรับมือกับพายุฝนในช่วงนี้ฤดูฝนที่จะมาถึง เพื่อให้การระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร เป็นไปได้อย่างสะดวก



