ข่าว

สะพัด!ดัน'สุกำพล'นั่งหน.เพื่อไทย

สะพัด!ดัน'สุกำพล'นั่งหน.เพื่อไทย

05 ต.ค. 2555

สะพัดดัน "สุกำพล" นั่งหน.พท. คุณสมบัติได้ทั้งบุ๋นและบู๊ แถมไว้ใจได้ เผยเบื้องหลัง"ยงยุทธ"ลาออกถูกกดดันจากแกนนำพรรค

             5ต.ค.2555 รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ภายหลังจากนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนั้น ตามขั้นตอนภายใน 60 วัน ต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ขึ้นมาทำหน้าที่แทน ซึ่งขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนใกล้ชิด กำลังคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยมีการวางกรอบเบื้องต้นไว้ว่า ต้องเข้าใจบทบาทและสานต่อแนวนโยบายของพรรคได้ รวมทั้งเป็นที่ไว้วางใจของคนตระกูลชินวัตร และอาจจะมีบารมีต่อ ส.ส.ในพรรคที่มีความหลากหลายทางความคิด ที่สำคัญต้องประสานงานกับกองทัพได้ เพื่อให้เกิดความราบรื่นในการทำงานของรัฐบาลด้วย
 
             ทั้งนี้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กำลังเป็นที่น่าจับตา เพราะมีบุคลิกที่ทั้งความเด็ดขาดและประนีประนอม รวมทั้งยังมีความแนบแน่นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เนื่องจากเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) ด้วยกัน นอกจากนี้ พล.อ.อ.สุกำพล ยังได้รับการสนับสนุนจากคนในพรรคเพื่อไทยบางส่วนด้วย และอยากให้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 ที่มีการมองเผื่อไว้หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วย เพื่อจะได้ปฏิบัติงานแทนในช่วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางไปต่างประเทศได้อีกด้วย

เผยเบื้องหลัง"ยงยุทธ"ลาออกถูกกดดันจากแกนนำพรรค

             รายงานข่าวเปิดเผยว่า การลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และส.ส.บัญชีรายชื่อ ของนายยงยุทธ นั้น เป็นการตัดสินใจหลังได้รับฟังคำแนะนำแกมกดดันจากแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคน โดยแกนนำพรรคเกรงว่าปัญหาของนายยงยุทธจะลุกลามนำไปสู่กระบวนการยุบพรรครอบใหม่ได้ ขณะเดียวกันนายยงยุทธเองก็กังวลเช่นกันว่า เรื่องของตัวเองจะส่งผลกระทบต่อพรรค รวมทั้งรู้สึกกดดันและรำคาญต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จึงปรึกษากับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และขอลาออกในที่สุด ส่วนบุคคลที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ต้องเป็นบุคคลที่บ้านจันทร์ส่องหล้าและคนดูไบ ไว้ใจ และต้องมีบารมีพอ ส.ส.ให้ความเคารพนับถือด้วย

ส.ส.อีสานรับอยากได้เก้าอี้เพิ่ม

             นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐมนตรี และส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากเดินทางไปฮ่องกงเพื่อวิ่งพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทราบว่ามีส.ส.ไปเยอะอยู่เหมือนกัน ใครที่กลัวหลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีก็ไป ใครที่ไม่แน่ใจว่าจะได้ตำแหน่งหรือไม่ก็ต้องไป จะได้ทราบแนวโน้มว่าจะได้เป็นหรือไม่ ดีกว่าไม่ไปเลย แต่ตนไม่ได้เดินทางไปด้วย เพราะไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไร

             ส่วนกระแสข่าวที่ว่าส.ส.อีสานต่อรองขอเพิ่มโควตารัฐมนตรีจากเดิมที่มีอยู่ 5 ตำแหน่งนั้น คงไม่ถึงขั้นที่จะไปต่อรองอะไร แต่โดยทางการเมือง พรรคเพื่อไทยมีศูนย์กลางอยู่ที่ภาคอีสาน คนอีสานเป็นฐานการเมืองใหญ่สุดของพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการให้ตำแหน่งฝ่ายบริหารต้องสอดคล้องและสมดุลกับฐานการเมือง เมื่อคนอีสานทุ่มเทให้พรรคเพื่อไทย กรรมการบริหารพรรคก็ต้องให้เกียรติส.ส.อีสานเป็นรัฐมนตรีในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อความสะดวกในการแก้ปัญหาให้คนอีสาน ถ้าส.ส.อีสานได้โควตารัฐมนตรีเพิ่มก็เป็นเรื่องดี ถ้าทำได้เช่นนี้จะเป็นการตอบแทนคนอีสานที่ถูกต้องที่สุด ซึ่งส.ส.ภาคอีสานหลายคนก็คิดเหมือนตน แต่ไม่กล้าพูด อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้โควตารัฐมนตรีเพิ่ม ส.ส.อีสานก็คงไม่ไปกดดันผู้บริหารพรรค เราคงต้องอดทน แต่คงมีความรู้สึกน้อยใจว่า ทำไมจึงเป็นแบบนี้อีกแล้ว