
คมชัดลึกจัดถก'Obama vs Romney'
รายการ "คม ชัด ลึก" ทางเนชั่นทีวีได้นำเสนอ ตอน : Obama vs Romney
ศึก "ดีเบต" เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ในการเสนอตัวลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการะหว่างนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน เป็นไปอย่างเข้มข้น ซึ่งดูเหมือนว่า ในยกแรก นายรอมนีย์ ผู้ท้าชิงทำได้อย่างชัดเจน โดยดูได้จากผลสำรวจความคิดเห็นพบว่า ชาวอเมริกัน 67% มองว่า รอมนีย์ทำได้ดีกว่า ส่วนคนที่เห็นว่า โอบามา ทำได้ดีกว่ามีเพียง 25% เท่านั้น
รายการ "คม ชัด ลึก" ทางเนชั่นทีวีได้นำเสนอ ตอน : Obama vs Romney โดยมีแขกรับเชิญผู้ร่วมรายการ ได้แก่ รศ.ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ อาจารย์อาวุโสภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.พรพิมล กาญจนลักษณ์ คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น และนางแมรี่ อึ้งรังษี
นางแมรี่ กล่าวว่า บุคคลที่เสนอตัวลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐทั้งสองคนต่างมีความแตกต่างไปคนละด้าน โดยการดีเบตเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาคนอเมริกันทุกคนมีความตื่นเต้น เนื่องจากผู้สมัครทั้งสองคนต่างมีอะไรที่น่าสนใจมาก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการแก้ไขเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงตกต่ำ เพราะมีคนตกงานจำนวนมากถึง 8.3% เป็นเวลา 3 ปีมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐ แต่การดีเบตในครั้งนี้ยังไม่สามารถชี้วัดว่าใครจะชนะ
น.ส.พรพิมล กล่าวว่า อัตราการว่างงานในสหรัฐ สูงถึง 8.3% เดโมแครตกำลังมีปัญหาเรื่องคนว่างงาน ส่วนพรรครีพับลิกันเคยมีปัญหาเรื่องรายได้ของประชากร ซึ่งคนอเมริกันตั้งระดับคนจนไว้ที่ 23,000 ดอลลาร์ต่อปี เมื่อปีที่แล้วตัวเลขคนจนของชาวอเมริกันที่อยู่ต่ำกว่าขีดเส้นเพิ่มขึ้นกว่า 2% นอกจากนี้สหรัฐยังมีปัญหาเรื่องการขาดดุลการค้าของประเทศ และยังมีปัญหาเรื่องอื่นๆ อีก ดังนั้นเห็นว่าจุดอ่อนของโอบามา คือ ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ จากการดีเบตเชื่อว่า รอมนีย์อาจชนะเลือกตั้ง
รศ.ดร.โกวิท กล่าวว่า ไม่มีความสนใจอยากจะดูการดีเบต สาเหตุที่รู้สึกเช่นนี้คือ ตัวบุคคลมีความแตกต่างชัดเจน โดยเฉพาะ รอมนีย์ มีปัญหาเรื่องส่วนตัวเรื่องเสียภาษี และถูกฝ่ายตรงกันข้ามนำมาโจมตี ซึ่งตรงนี้เป็นจุดอ่อน ขณะที่จุดอ่อนของโอบามา คือเรื่องเศรษฐกิจ จึงทำให้ทั้งสองคนสูสีกันอย่างมาก รอมนีย์ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า มีอะไรเหนือกว่าโอบามา โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจ ดังนั้นเชื่อว่า ผลคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐของทั้งคู่คงเฉียดฉิวกันมาก



