ข่าว

‘วันศุกร์ทางศาสนา’กับ‘วันศุกร์ทางการเมือง’

‘วันศุกร์ทางศาสนา’กับ‘วันศุกร์ทางการเมือง’

05 ต.ค. 2555

‘วันศุกร์ทางศาสนา’กับ‘วันศุกร์ทางการเมือง’ : : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ [email protected]

             สำหรับมุสลิมแล้ว วันศุกร์คือวันที่สำคัญที่สุดในรอบสัปดาห์ เป็นวันที่ศาสนากำหนดให้ผู้ชายทั้งหมด (หากไม่มีเหตุขัดข้อง) ต้องมาร่วมละหมาดและฟังเทศนาธรรมด้วยกันที่มัสยิดในช่วงบ่าย การฟังเทศนาธรรมถือเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องตั้งใจฟัง ถึงขนาดที่ว่าหากใครคุยกันระหว่างมีการเทศนาธรรม การมาละหมาดของเขาในวันนั้นก็จะสูญเปล่า

             สิ่งที่ถือเป็นข้อควรปฏิบัติสำหรับมุสลิมในวันศุกร์ตามแบบอย่างของท่านศาสนทูตคือ อาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด ประพรมน้ำหอม ใส่เสื้อผ้าที่ดีที่สุด และไปมัสยิดแต่เนิ่นๆ เมื่อไปถึงมัสยิดแล้วก็ให้ละหมาดเคารพมัสยิดก่อนจะนั่งลง และหากมีเวลาก็ให้อ่านคัมภีร์อัล-กุรอานและกล่าวคำรำลึกถึงพระเจ้าให้มากๆ นอกจากนั้น ท่านศาสนทูตยังได้แนะนำให้เดินทางไปมัสยิดด้วยเส้นทางหนึ่ง แล้วเดินทางกลับอีกเส้นทางหนึ่ง เพื่อจะได้พบปะกับสมาชิกในชุมชนให้ได้มากที่สุด

             หากมองกันในเชิงสังคมแล้ว วันศุกร์ก็คือวันพบปะกันของคนในชุมชน ผู้คนได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน พูดคุยถึงสารทุกข์สุกดิบที่ต่างคนต่างเผชิญมาตลอดสัปดาห์ บางครั้งก็นำความรู้และประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันระหว่างเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และสมาชิกในชุมชน ขณะที่ในหลายมัสยิดก็จะมีประเพณีนำขนมและอาหารมารับประทานร่วมกันหลังละหมาดวันศุกร์ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้มาฟังคำตักเตือนและคำชี้แนะทางศีลธรรมจากกิจกรรมเทศนาธรรม เพื่อเพิ่มความรู้และเตือนสติให้สมาชิกชุมชนได้นำแนวทางอิสลามไปใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน

             แม้วันศุกร์จะเป็นทั้งวันแห่งการสังสรรค์ทางสังคมและการปลูกฝังความศรัทธาทางศาสนา แต่ในอีกด้านหนึ่งวันศุกร์ก็อาจแปรเปลี่ยนไปเป็นวันแห่งการรวมพลังทางการเมืองได้หากเกิดสถานการณ์ที่ไม่ปกติขึ้น กระแสการลุกฮือต่อต้านผู้นำเผด็จการที่เกิดขึ้นในโลกอาหรับนับตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน การล้มครืนลงของระบอบการปกครองในโลกอาหรับที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรวมพลังของมวลชน ซึ่งการรวมพลังนี้จะเข้มข้นมากที่สุดในวันศุกร์ จนเป็นที่พูดกันติดปากว่า “Arab dictators hate Friday” หรือ “พวกเผด็จการอาหรับเกลียดกลัววันศุกร์”

             เมื่อเกิดการชุมนุมประท้วงลุกลามไปถ้วนทั่วโลกมุสลิมอันเป็นผลมาจากหนังดูหมิ่นศาสนทูตและศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ ชาวมุสลิมตามหัวเมืองใหญ่ๆ ก็จะใช้วันศุกร์นี่แหละ เป็นวันของการปลุกระดมหรือเป็นวันของการปรึกษาถึงแนวทางการตอบโต้ การรวมพลังชุมนุมประท้วงหน้าสถานทูตสหรัฐครั้งใหญ่ก็มักจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ ปากีสถานถึงขนาดประกาศให้วันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ผู้คนออกมารวมพลังชุมนุมประท้วงหนังดูหมิ่นศาสนาครั้งใหญ่

             จะว่าไปแล้วสถานทูตสหรัฐในประเทศมุสลิมต่างๆ ก็คงเกิดอาการเกลียดกลัววันศุกร์ไม่แพ้ผู้นำเผด็จการอาหรับ โดยเฉพาะหลังปรากฏการณ์การชุมนุมประท้วงทั่วโลกมุสลิมที่ผ่านมา

             ส่วนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราก็แปลกไปอีกแบบ เพราะมีคนแจกใบปลิวข่มขู่ให้ประชาชนหยุดทำมาค้าขายในทุกๆ วันศุกร์ แต่การข่มขู่เช่นนี้คงไม่ได้เกิดจากสาเหตุความไม่พอใจในเรื่องศาสนา เพราะถึงแม้ว่ากลุ่มประเทศมุสลิมส่วนใหญ่จะกำหนดให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการ แต่ก็ใช่ว่าเรื่องนี้จะเป็นข้อกำหนดทางศาสนา หลังละหมาดวันศุกร์การทำมาค้าขายก็สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ

             ยกตัวอย่างเช่นวันศุกร์ในซาอุดีอาระเบีย (ซึ่งถือเป็นถิ่นที่อิสลามปรากฏขึ้นในศตวรรษที่ 7) ผู้คนก็ดำเนินธุรกิจของตนเองเหมือนวันปกติธรรมดา บรรดาห้างร้านและพ่อค้าแม่ขายอาจปิดกิจการบ้างในช่วงเช้า แต่หลังเสร็จพิธีละหมาดชีวิตทางโลกก็กลับมามีชีวาอีกครั้ง ความจริงวันศุกร์กลับเป็นวันที่ท้องถนนคึกคักมากที่สุดในรอบสัปดาห์ด้วยซ้ำไป

             ในเมื่อการข่มขู่ให้หยุดงานในวันศุกร์ไม่ใช่เรื่องที่ศาสนาสอนสั่ง ก็คงพอสรุปได้ว่า สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันศุกร์กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของกลุ่มก่อความไม่สงบเพื่อใช้ต่อสู้กับอำนาจรัฐ และแสดงให้รัฐเห็นถึงศักยภาพของขบวนการที่จะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในพื้นที่ แต่ที่น่าตกใจก็คือ ประชาชนส่วนใหญ่ในสามจังหวัดฯ เกิดอาการกลัวจนถึงกับปิดกิจการห้างร้านกันแทบทั้งหมด นั่นแปลว่า ความเชื่อมั่นในหมู่ประชาชนต่ออำนาจรัฐที่จะสามารถปกป้องคุ้มครองพวกเขา กำลังลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ใช่หรือไม่ ?