
คนแบกหนี้
คนแบกหนี้ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
มีกลอนอยู่บนหนึ่งซึ่งพ่อท่องให้ฟังตั้งแต่ผมยังเล็กๆ - กลอนบทนั้นมีว่า
“คิ้วของเขาชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเหงื่อ
ที่ไหลเพื่องานสุจริต สร้างผลิตผล
เขาหากินทุกทางอย่างคนจน
หากทำได้เป็นทนทำทุกงาน
เขามองโลกไม่พรั่นพรึง มองซึ่งหน้า
ตลอดหล้ากล้าผจญเยี่ยงคนหาญ
เพราะไม่เป็นหนี้ใครในจักรวาล
ลองเฟลโลว์ปราชญ์โบราณท่านกล่าวเอย”
หลายปีต่อมาเมื่อโตขึ้น ผมจึงทราบว่าบทกลอนดังกล่าวแปลมาจากท่อนหนึ่งของบทกวีชื่อ “เดอะ วิลเลจ แบล็กสมิธ” ของเฮนรี่ ลองเฟลโลว์ (ค.ศ.1807-1872) กวีชาวอเมริกัน ที่ว่า
‘…..His blow is wet with honest sweat,
He earns whatever he can,
And looks the whole world in the faces,
For he owns not any man.’
ลองเฟลโลว์เขียนบทกวีบทนี้เพื่อสะท้อนภาพของบรรพบุรุษซึ่งเป็นช่างเหล็กและทำงานหลายอย่างในท้องถิ่น ด้วยความสุขกับชีวิตที่เรียบง่าย และขยันขันแข็ง บทกวีนี้ได้รับการพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1841 หากนับถึงวันนี้ ก็เป็นระยะเวลานานกว่า 170 ปีมาแล้ว
ปรัชญาที่แฝงอยู่ในบทกวีของลองเฟลโลว์ก็คือ การไม่เป็นหนี้ทำให้เผชิญหน้ากับโลกอย่างองอาจ แต่คนทุกวันนี้บางคนยังไม่กล้าที่จะสบตากับเงาของตัวเองในกระจกเลยครับ เพราะตกอยู่ในสภาพของลูกหนี้ที่แบกหนี้พะรุงพะรัง ทั้งหนี้สินและหนี้บุญคุณ
ในส่วนของหนี้สิน จากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ พบว่าคนไทยร้อยละ 80 ล้วนเป็นหนี้ โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อ ที่เกิดจากการผ่อนชำระที่อยู่อาศัย และทรัพย์สิน รวมทั้งการลงทุน จากกลุ่มประชากรที่สุ่มตัวอย่าง พบว่าแต่ละคนมีหนี้เฉลี่ยแล้วคนละ 198,517.16 บาท นี่ขนาดยังไม่ทันมีหนี้ที่เกิดจากรถคันแรก หรือบ้านหลังแรกตามนโยบายประชานิยมนะครับ หรับหนี้บุญคุณของคนไทยเป็นเรื่องที่คำนวณไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าคงมีจำนวนใกล้เคียงหรือมากกว่าหนี้สินเสียด้วยซ้ำ เพราะประการแรกคนไทยโดยเฉพาะคนในชนบทเป็นคนที่ยังยึดมั่นในเรื่องความกตัญญูรู้คุณ จนบางครั้งกลายเป็นเหยื่อของคนที่มุ่งแสวงหาประโยชน์ ด้วยการสร้างบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ แก่ชาวบ้าน เพื่อให้ตกเป็นหนี้บุญคุณไปจนตาย ขณะเดียวกันในระบบการทำงานของคนไทย ก็นิยมเรื่องพรรคพวกเส้นสายมากกว่าความรู้ความสามารถ จนเกิดคำพูดที่ว่า “ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร”
และคนที่เติบโตในสายงานด้วยระบบอุปถัมภ์ ก็จะเป็นหนี้บุญคุณของลูกพี่ที่ผลักดันตนเองขึ้นมา แล้วก็สร้างวงจรอุบาทว์ในลักษณะนี้ต่อๆ กันไป จนองค์กรขาดแคลนบุคลากรที่มีคุณภาพ เพราะเต็มไปด้วยคนประเภท “ลิ้นกระดาษทรายน้ำลายเชลแล็ก” ซึ่งตั้งหน้าแต่จะตอบแทนพระคุณเจ้านาย มากกว่าการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และขยันขันแข็ง
ครับ เมื่อใดก็ตามที่สามารถทำให้คนไทยไม่สร้างหนี้สิน และไม่อยู่ใต้การเป็นหนี้บุญคุณจอมปลอมได้ เมื่อนั้นคนไทยก็จะ “มองโลกซึ่งหน้า” ได้ครับ



