ข่าว

'นายกฯ'เชื่อ'ยงยุทธ'หวังดีลาออก

'นายกฯ'เชื่อ'ยงยุทธ'หวังดีลาออก

04 ต.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์' เชื่อ 'ยงยุทธ' หวังดีลาออก ปัดโดนกดดัน ยันเคาะหัวหน้าพท.-ปรับครม.ไม่ต้องหารือ 'ทักษิณ' ชี้ ส.ส.พท.บินฮ่องกงเป็นเรื่องส่วนตัว

                         4 ต.ค.55 นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะส.ส.ระบบบัญชีลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อว่า การหาหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ก็เป็นกระบวนการของพรรคตามขั้นตอนของคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการวางตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่เพราะยังไม่ได้คุยกัน ทั้งนี้ก็มีผู้ที่มีความสามารถหลายท่าน ดังนั้นต้องให้กรรมการพรรคหารือกันก่อนเพราะต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการของพรรค

                         "ไม่ได้มีการกดดันเพราะจริงๆ แล้วก็เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของท่านที่มีความประสงค์ดีไม่อยากให้ทุกคนเป็นกังวล และจริงๆก็รู้สึกเสียดายเพราะทำงานกับเรามานานและทุ่มเทให้พรรค แต่เรียนว่าท่านเองก็มีความปรารถนาดีที่จะช่วยงาน ในด้านสังคมหรือด้านต่างๆ เพราะมีประสบการณ์ ก็หวังว่าจะมีโอกาสช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ต่อไป เราก็เคารพในการตัดสินใจของท่าน" นายกฯ กล่าว

                         นายกฯ ยอมรับว่า การทำงานของรัฐบาลก็อาจจะติดขัดนิดหน่อยในเรื่องของการแบ่งงานมอบหมายงานที่อาจจะต้องเพิ่มให้รองนายกรัฐมนตรีที่เหลือที่จะต้อง ส่วนนายยงยุทธลาออกแล้วจะกระทบคดีต่างๆ ที่เกี่ยวกับนายยงยุทธ และอาจกระทบพรรคหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า คดีต่างๆ ยังไม่ได้ข้อสรุป เป็นเพียงแต่ข้อห่วงใยและข้อกังวล ซึ่งนายยงยุทธก็ไม่อยากให้ใครเป็นกังวลจึงประกาศเจตนารมณ์นี้ และยืนยันว่ารู้สึกเสียดาย

                         เมื่อถามว่ารู้สึกหวั่นไหวไหมเพราะมีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เรื่องของการเมืองก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่แล้วปกติ แต่การทำงานก็อยู่ในลักษณะของการทำงานที่อยู่บนข้อเท็จจริงมากกว่า เราก็ต้องทำหน้าที่ชี้แจงให้ประชาชนได้ใช้ดุลพินิจในการพิจารณาตัดสินเพื่อให้เห็นข้อเท็จจริงมากกว่าจะใช้การเมืองในการตัดสินหลายอย่าง

                         ผู้สื่อข่าวถามว่ายังรับไหวหรือไม่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบด้านทั้งเรื่องการบริหารประเทศและเรื่องการเมืองในพรรค นายกฯหยุดคิดชั่วครู่แล้วกล่าวเสียงอ่อยๆว่า "วันนี้ก็ทำเต็มที่ค่ะ ก็ดิฉันเองก็ทำเต็มที่นะคะ ก็จะทำด้วยความทุ่มเทเต็มความสามารถที่ตัวเองทำค่ะ แน่นอนคนเดียวทำก็คงไม่แข็งแรง  ก็ต้องทำกันเป็นทีม ทั้งเรื่องของคณะรัฐมนตรี หน่วยงาน ข้าราชการต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันค่ะ"

                         ส่วนที่เคยยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับครม.แต่วันนี้ส.ส.และคนในพรรคกลับบินไปประเทศฮ่องกงเพื่อพบกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยิ้มที่มุมปากแล้วกล่าวตะกุกตะกักว่า "ก็ บินไปก็คงเรื่องส่วนตัวมั๊งค่ะ เรื่องครม.ก็ไม่สามารถหารือตรงนั้นได้"

                         "ยืนยันเหมือนเดิมค่ะว่ายังไม่มีการปรับครม. ส่วนที่มีความเคลื่อนไหวในพรรคก็เห็นอยู่ตลอด สื่อมวลชนก็ถามคำถามนี้มาเกือบเฉลี่ยจะตลอดนะคะ เป็นคำถามที่ทุกคนอยากทราบข่าว ก็อย่างที่บอกความเหมาะสมกับเวลาคะ จะแจ้งอีกทีนึงคะ" นายกฯ กล่าว

                         ต่อข้อถามที่ว่าการกดดันไม่มีผลอะไรใช่หรือไม่เพราะอำนาจอยู่ที่นายกฯ นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ใช่คะ ใช่คะ คืออย่าใช้คำว่ากดดันเลย จริงๆก็ต้องดูที่ความเหมาะสม เคลื่อนไหวก็จริงๆ ไม่ถึงกับเคลื่อนไหวหรอก ก็อาจจะอยากเสนอข้อคิดเห็นมากกว่านะคะ ก็รับไว้ เวลาเท่านั้นจะเป็นตัวบอก"

                         เมื่อถามว่าถ้าจะปรับครม.หรือเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่จะต้องหารือกับพ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "ไม่คะ ทุกอย่างมีกระบวนการและกลไกค่ะ ท่านไม่ได้มายุ่งเกี่ยวหรอกค่ะ ก็เรื่องครม.ก็เป็นเรื่องของดิฉันเองที่จะต้องหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเมืองไทยนะคะ ทุกอย่างอยู่ในเมืองไทยคะในการปรับครม. ยืนยัน และเรื่องหัวหน้าพรรคก็อยู่ในเมืองไทยค่ะภายใต้กลไกของคณะกรรมการบริหารพรรคคะ" ยิ่งลักษณ์ กล่าว

 

เคลียร์ใจ'โกร่ง'แล้วเข้าใจผิด


              ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) นางสาวยิ่งลักษณ์ได้เดินสนทนากับผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่มีหลายฝ่ายออกจากวิจารณ์เรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลว่ากรณีของ นายวีระพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุหากรัฐบาลไม่ล้มเลิกโครงการรับจำนำข้าวอาจทำให้รัฐบาลพังนั้น เรื่องนี้ได้คุยกันแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเกิดจากการที่นายวีระพงษ์ ไปฟังข้อมูลจากทางหนึ่ง ที่ข้อมูลอาจไม่ตรงกัน และทำให้เกิดการเข้าใจผิด ซึ่งวันที่ 4 ต.ค. ได้ให้นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย ออกมาชี้แจงแล้ว ในฐานะที่เป็นผู้จัดทำโครงการดังกล่าว

              พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ระบุด้วยว่าอยากให้ไปถามเกษตรกรว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์หรือไม่ สำหรับการที่เวียดนามออกมาขอบคุณรัฐบาลไทยที่ทำให้ข้าวเวียดนามส่งออกเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเกิดจากผลพวงโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงของรัฐบาลไทยนั้น ตรงนี้มองว่าเป็นเรื่องที่ดีของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมากกว่า ซึ่งต้องมองภาพรวมทั้งหมด อย่าไปจับตรงนั้นตรงนี้มาต่อกัน

 

'นายกฯ'พร้อมให้ความร่วมมือ กทม.แก้น้ำท่วม

                         นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่ากทม. และอาจจะกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและกทม.ว่า ทุกคนคงแยกบทบาทได้ การแข่งขันของการเลือกตั้งก็เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย บทบาทในการที่คุณต้องมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบเพื่อดูแลประชาชนจะต้องทำไม่ว่าสภาวะการไหนก็คงต้องทำ

                         ส่วนเรื่องการประสานงานกับกรุงเทพมหานครในการป้องกันน้ำท่วมหลังจากพบว่าคลองหลักในกทม.บางส่วนเริ่มมีน้ำปริ่มตลิ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า มีการระบายตั้งแต่ต้นน้ำอยู่แล้ว และน้ำในเขื่อนทั้งหมดก็ทยอยพร่องแล้ว ทั้งนี้กทม.เป็นพื้นที่ปลายน้ำซึ่งการขุดลอกคูคลองเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ติดตามสถานการณ์น้ำในจุดสำคัญของกทม. และตั้งศูนย์จราจรที่จะดูควบคู่กัน เพราะน้ำท่วมขังจะเป็นสาเหตุของการจราจรด้วย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ส่วนหน้าของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ทำงานร่วมกับศูนย์ของกทม.อยู่แล้ว

                         เมื่อถามว่ามีนักวิชาการออกมาระบุว่าจะมีน้ำท่วมขังในกทม.สูง 20-30 ซม. นาน 2-3 สัปดาห์นั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ถ้าเป็นการประเมินก็คงจะเป็นน้ำท่วมขัง และไม่คาดว่าจะนานขนาดนั้น เพราะจะทำหน้าที่ในการระบาย ส่วนจะท่วมขังนานก็ต้องดูรายจุด แต่ภาพรวมจะไม่นานขนาดนั้น ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมเข้าร่วมทำงานกับกทม.โดยไม่มีการเกี่ยงงานกัน

                         "วันนี้อยากให้เห็นแก่การแก้ไขปัญหาของประชาชนเถอะ งานของรัฐบาลหลายส่วนก็เข้ามาทำงานร่วมกับกทม. ส่วนไหนที่ทำคนละมือและอะไรที่รัฐบาลช่วยเหลือได้ก็ยินดี ไม่ได้มองว่าจะเป็นงานความรับผิดชอบของใคร แต่มองว่าเป็นงานที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา" ยิ่งลักษณ์ กล่าว