ข่าว

มติคกก.สัมปทานรังนกไม่เกิน5ปี

มติคกก.สัมปทานรังนกไม่เกิน5ปี

04 ต.ค. 2555

คกก.รังนกอีแอ่น มีมติจัดสัมปทานรังนกไม่เกิน 5 ปี ให้เอกชนยึดราคากลาง 'ซื้อ-ขาย' แบ่งเป็น 4 เกรด เตรียมจัดจ้างทีมวิจัยตลาดสร้างมาตรฐานไทย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 55  ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) กระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดประชุม "คณะทำงานเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของผู้รับสัมปทานเก็บรังนกอีแอ่น" เป็นครั้งที่ 2/2555 โดยตัวแทนจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมสรรพากร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และตัวแทนผู้รับสัมปทานรังนกอีแอ่นจาก 9 จังหวัด ประกอบด้วยประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี พัทลุง กระบี่ ตรัง พังงา สตูล ชุมพร และตราด มีนายวิชช์ จีระแพทย์ อธิบดีอัยการฝ่ายวิชาการเป็นประธานในที่ประชุม โดยเนื้อหาหลักในการประชุมเพื่อกำหนดราคากลางการประมูลซื้อขายรังนกที่ถือเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกันได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการสัมปทานรังนก วิธีการดำเนินงานของหน่วยงานเอกชน ภาครัฐที่ผ่านมา รวมถึงอนาคตในการจำหน่ายรังนกในตลาดที่มีประเทศจีนเป็นผู้รับซื้อหลัก

          นายวิชช์ กล่าวว่า ในการซื้อขายรังนกที่ผ่านมายังไม่เคยมีการกำหนดราคากลางในการซื้อขายผู้รับสัมปทานจาก 9 จังหวัดต้องไปประเมินกำหนดราคากันเอง ทำให้มีปัญหาในการจัดเก็บภาษี หรือการตรวจสอบจากหน่วยงาน หรือการกำหนดราคาตลอดมา ซึ่งการประชุมครั้งนี้เพื่อหาข้อสรุปหลักการปฏิบัติในการดำเนินการให้สัมปทานรังนกอีแอ่นที่ภาครัฐมอบสัมปทานให้กับเอกชนที่มีสัญญาในการไปดำเนินการไม่เกิน 5 ปี ทั้งนี้เพื่อให้มีความเป็นธรรมมีมาตรฐานเป็นอันเดียวกัน จึงได้มีการถกเถียงแลกเปลี่ยนแนวทางจากตัวแทนหน่วยงานต่างๆ แล้วยังถือเป็นครั้งแรกที่คณะกรรมการได้มีข้อสรุปราคากลางนำไปใช้ในช่วง 5 ปี ที่เป็นราคาขั้นต่ำแล้วไปใช้ในการประมูลซื้อขายรังนกอีแอ่นที่มีอยู่ 4 เกรด 

          โดยราคาเกรด 1 ของรังนกอีแอ่นมีราคา 71,250 บาทต่อกิโลกรัม เกรด 2 ราคา 62,000 บาทต่อกิโลกรัม เกรด 3 ราคา 53,750 บาทต่อกิโลกรัม และเกรด 4 ราคา 27,500 บาทต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตามเรามีแนวทางที่จะขออนุญาตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้มีการไปจ้างทีมทำวิจัยตลาดรังนก ว่าตลาดรังนกในประเทศไทยควรจะมีการตั้งราคากลาง หรือมีการซื้อขายกันเอาไว้เท่าไรอย่างไร โดยมีการกำหนดระยะเวลาการวิจัยเอาไว้ประมาณ 6 เดือน เพื่อจะได้มีข้อมูลเอาไว้ในการจัดการเกี่ยวกับรังนกอีแอ่น ตั้งแต่การจัดสัมปทาน การซื้อขายเอาไว้ใช้ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลเหล่านี้เลย