
'ปลอด'เตรียมแผนรับมือ'เกมี-พระพิรุณ'
'ปลอด' เตรียมแผนรับมือ 'เกมี-พระพิรุณ' ด้าน 'อลงกรณ์' ปูด กทม. ถูกวางยาปมกระสอบทราย ขณะที่ กทม.ผวาพายุถล่มกรุงฯ สั่งเร่งพร่องน้ำ
4 ต.ค.55 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ทำหน้าที่ เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัย โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถามน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ตอบแทนนายกฯ
โดยนายอลงกรณ์ กล่าวว่า ไทยกำลังเผชิญพายุเกมี ระหว่างวันที่ 5 - 8 ต.ค.55 ส่งผลกระทบพื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง และใต้ตอนบน ขณะที่พายุพระพิรุณจะจ่อเข้ามาช่วงวันที่ 20 ต.ค.55 ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุน สร้างความกังวลว่า รัฐบาลจะมีมาตรการรับมืออย่างไร เพราะช่วงเดือน ก.ย. โดนกันหมด ไล่มาตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง หลายสิบจังหวัดได้รับผลกระทบ งบปกติ งบฉุกเฉินละลายหายไป แต่แทบจะไม่เห็นมาตรการป้องกันที่เห็นผล จึงมีคำถามว่ารัฐบาลจะมีแนวทางรับมือกับบิ๊กสตรอม 2 ลูกนี้อย่างไร
ด้านนายปลอดประสพ ชี้แจงว่า ช่วงเดือน ต.ค. - ต้นพ.ย. เป็นช่วงมรสุมปกติ ซึ่งพายุเกมีที่จะเข้ามานั้นมาแน่นอน ภาคตะวันออกจะมีน้ำเท่าเดิมหรือมากขึ้น แนวทางแก้คือปิดประตูน้ำทุกประตูที่จะไปจากเเม่น้ำเจ้าพระยา หรือ กทม. ให้รับเฉพาะน้ำภาคตะวันออก รับน้ำเก่าหรือน้ำที่จะมาอีก เพราะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน เพราะหากน้ำขึ้นแล้วจะไม่สามารถใช้เครื่องดันน้ำได้
ทั้งนี้ได้เตรียมมาตรการแจ้งเตือนและอพยพราษฎรไว้แล้ว ที่ผ่านมาฝั่งภาคตะวันออกไม่เคยพร่องน้ำ แต่ตอนนี้ต้องพร่องบ้าง แต่ท้ายน้ำมีน้ำเยอะอยู่แล้ว ดังนั้นต้องพร่องด้วยความระมัดระวัง โดยการระบายผ่านคลองทั้งหมด โดยทางสำนักระบายน้ำ กทม.จะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่กบอ.จะเข้าไปสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ได้ส่งเรือดันน้ำเข้ามาช่วยแล้ว เตรียมพื้นที่พักพิงให้ประชาชน โดยมีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข รับไปดำเนินการ มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนทางฝั่งตะวันตก สุพรรณบุรี นครปฐม ระดับน้ำเกือบล้นตลิ่ง หนทางเดียวคือใช้เครื่องผลักดันน้ำ โดยกองทัพเรือส่งแล้ว 30 กว่าลำ ดันน้ำท่าจีนลงอ่าวไทย การเตรียมการปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว มีการขุดลอกสันดอนไปแล้ว
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าประธานกบอ.ไปนั่งหลับอยู่ที่ไหน เมื่อปี 2554 พายุทยอยเข้ามายังขนาดนั้น แต่ปีนี้ทั้ง 2 ลูกเข้ามาห่างกันเพียง 15 วัน และเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน คำตอบดังกล่าวสะท้อนความไม่พร้อม ชี้ถึงความประมาทของรัฐบาล ไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมเพิ่งทำแผนเสร็จ กรมชลประทานเพิ่งทำหนังสือถึงกบอ. เพื่อให้สั่งการฝ่ายที่เกี่ยวข้องเช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานกับประชาชนในพื้นที่ และเดินเครื่องระบายน้ำ สิ่งที่กล่าวอ้างมาตลอดว่ามีการระบายน้ำจึงไม่จริง หนังสือแจ้งจากกรมโยธาธิการระบุว่า 3 สถานีสูบน้ำ คือที่คลอง 6 วา ประเวศแสบ-หนองจอก ซึ่งมีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 67 เครื่อง แต่เปิดเพียง 17 เครื่อง มีแต่แผนทำก็ทำช้า ไม่ลงไปดูหน่วยปฏิบัติว่ากรมชลประทานมีปัญหาอะไร
"ส่วนกทม.ไม่ต้องห่วง ผู้ว่าฯกทม.เพิ่งลุยลอกท่อ ทำเต็มที่ แต่อยากให้ทางรัฐบาลหรือผบช.น. ไปตามจับคนที่เอากระสอบทรายไปอุดท่อระบายน้ำ ย่านมีนบุรี ไม่ต้องมาลอกท่อเองเพราะไม่ใช่หน้าที่ ไม่อยากคิดว่ามีการกลั่นแกล้งวางยากันหรือไม่ ไม่อยากให้เล่นการเมืองกันแบบนี้ ดูแนวทางแล้ววังเวงจริงๆ ถ้ากทม.จะท่วมก็ไม่ใช่เพราะบริหารจัดการ แต่เพราะการกลั่นแกล้งกัน" นายอลงกรณ์ กล่าว
นายปลอดประสพ ชี้แจงว่า ตนไม่ได้นอนหลับที่ไหน ต้องบอกว่า ยังไม่ได้นอนเลย ยืนยันว่า ปีนี้พร้อมกว่าปีที่แล้วเยอะ ไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนกว่านี้ หรือแน่จริงตกมาสิ เราไม่ประมาท แต่ที่แผนเพิ่งจะเสร็จต้องชี้แจงว่า เรามีแผนปกติอยู่ แต่คราวนี้ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ และมีเวลาน้อย จึงต้องเตรียมแผนเผชิญเหตุ หากเกิดวิกฤติเมื่อไหร่ความรับผิดชอบจะถูกเปลี่ยนจากกบอ. ไปเป็นกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเป็นการสนธิกำลังเพื่อพร้อมเผชิญเหตุที่จะเกิดความเสียหายใหญ่ ไม่ได้ประมาท หนังสือที่เพิ่งส่งมาเพราะมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจเชิงหลักการ เพราะความเห็นชองฝ่ายวิชาการยังขัดแย้งกันอยู่ ว่าจะใช้เส้นไหนระบาย มีคนเสนอให้ใช้แม่น้ำบางปะกง หรือระบายผ่านกทม. สุดท้ายเห็นว่าควรใช้แม่น้ำเจ้าพระยา เพราะยังมีพื้นที่รองรับอยู่พอสมควร ส่วนกทม.จะใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เพราะมันอันตรายจริงและอาจมีประเด็นอื่นอีก
อย่างไรก็ตามขณะนี้มีพายุแค่ลูกเดียว ลูกหลังคือพระพิรุณยังไม่มา แค่ตั้งชื่อเอาไว้ ยังไม่เชิงเป็นพายุโซนร้อน ส่วนเรื่องกระสอบทราย ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญ หากจะให้ตนเลือกระหว่างจับคนกับเก็บกระสอบทราย ตนจะเก็บกระสอบทรายก่อน และค่อยจับคน แต่ยืนยันว่า พวกตนคงไม่ทำ
ขณะที่นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ยืนยันว่า ขณะนี้มีเพียงพายุเเกมี ส่วนพระพิรุณเป็นเพียงการตั้งชื่อ และยังอยู่ห่างไปทางด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์อยู่มาก
'ปลอดประสพ'เดินหน้าโครงการวิจัยร่วม'นาซ่า'
นายปลอดประสพ สุรัสวดี เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วม 2 สภา กรณีการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (นาซ่า) เข้ามาดำเนินการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า จากการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาในกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ส.ว.90% เข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าข่ายมาตรา 190 และขอให้รีบดำเนินการเพราะเป็นประโยชน์ ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่มีใครบอกเช่นกันว่าเข้าข่ายมาตรา190 เพียงแต่ได้บอกให้ทำด้วยความรอบคอบ และอธิบายประชาชนเข้าใจ ส่วนโพลจากภาคประชาชนบอกว่าให้ทำเลย
ซึ่งหลังจากนี้ตนพร้อมที่จะเดินหน้าต่อ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ เตรียมลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยน (Exchange of Notes) ร่วมกับนาซ่า อีกครั้งเร็วๆ นี้ โดยจะมีการหารือในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง โดยโครงการดังกล่าวสามารถทำได้ทันทีหากมีเมฆ โดยเฉพาะช่วงสถานการณ์ฝนตกในภาคใต้อีก 2 เดือนนับจากนี้ แต่หากเตรียมการไม่ทันโครงการที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้โดยนักวิจัยไทย ด้วยงบประมาณ 200 ล้านบาทที่อนุมัติไป สามารถทำได้ทันที โดยเก็บตัวอย่างฝุ่นในเขตเมือง ข้อมูลไฟป่า และการเผาไร่ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องเทคนิคที่ต้องหารือกัน
ทั้งนี้นายปลอดประสพเตรียมเดินทางไปที่สหรัฐอเมริกาเพื่อเจรจากับนาซ่าอีกครั้ง โดยยืนยันว่านักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์เห็นประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว และตนจะชี้แจงในรายละเอียด ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ในรายการนายกพบประชาชนเสาร์นี้
กทม.ผวา 'เกมี' ถล่มกรุง-สั่งเร่งพร่องน้ำ
นายอดิศักดิ์ ขันตี รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงมาตราการรับมือพายุเกมีที่จะเข้าประเทศไทยช่วง 5-8 ต.ค. ว่า สำนักการระบายน้ำได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่กรุงเทพฯ ดังนี้ 1.เร่งพร่องน้ำในคลองทั้งหมดให้แห้งมากที่สุด เพื่อรองรับน้ำฝนที่จะตกในช่วงนั้น 2.เตรียมเครื่องสูบน้ำในเขตต่างๆ เน้นจุดอ่อนที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก 3.เตรียมหน่วยเบสท์ทั้ง 95 หน่วยเพื่อเตรียมลงพื้นที่ทันทีกรณีเกิดเหตุน้ำท่วม 4.ประสานข้อมูลกับกรมชลประทานและกรมอุตุนิยมวิทยาด้าน โดยเฉพาะกรมชลประทานช่วยพร่องน้ำในเขตพื้นที่ติดต่อกับกรุงเทพฯทั้งหมดให้มีระดับน้ำต่ำมากที่สุด 5.เตรียมกระสอบทราย 5 ล้านใบกรณีฉุกเฉิน
นอกจากนี้ วันที่ 6 ต.ค. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. จะเดินทางมายังสำนักการระบายน้ำเพื่อประชุมเตรียมความพร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสั่งการหากมีพื้นที่ใดเกิดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยอาจมีการลงพื้นที่ช่วงเสาร์และอาทิตย์นี้ด้วย
ทั้งนี้อิทธิพลพายุเกมีจะต้องมีการประเมินอีกครั้งว่าจะมาระดับใด โดยจากการฟังคำพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา มีการคาดว่าพายุเกมีเมื่อพัดเข้าแผ่นดินจะลดกำลังเป็นดีเปรสชั่น และเมื่อถึงประเทศไทยอาจจะเป็นแค่ความกดอากาศต่ำ แต่หน่วยงานต้องประเมินกันอีกครั้งว่าพายุจะมีความรุนแรงแค่ไหน จึงขอให้ประชาชนอย่าตระหนก เพราะกทม.ได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้ทุกด้านไว้แล้ว
"จากนี้อาจมีฝนบ้าง ถ้าพายุยังไม่สลายตัว และหากทิศทางเป็นไปตามที่กรมอุตุฯประเมิน ที่คาดว่าจะพาดผ่านอีสานตอนล่าง หรือตอนบน ขณะที่หางพายุอาจจะกระทบภาคตะวันออกบ้าง ส่วนกรุงเทพฯจะโดนถากๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าพายุมาเต็มๆ ก็ต้องปรับระดับความพร้อมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น"รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำกล่าว



