
'นิด้า'ยันยื่นระงับจำนำข้าวช่วยชาวนา
'นิด้า' ยันยื่นศาล รธน. สอบนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล เป็นการช่วยชาวนาทั้งระบบ ด้าน ปปช. แนะ 'ปู' อุดช่องทุจริต หากทำเมินอาจเข้าข่าย ม.157
4 ต.ค.55 นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา คณบดีคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยเเลนด์ เอฟเอ็ม97เมกะเฮริทซ์ กรณีการล่ารายชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยโครงการการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดนี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญว่า เอกสารที่ตนไปยื่นไว้นั้น โฆษกศาลรัฐธรรมนูญให้ข้อมูลว่า เอกสารไม่ผิดพลาด เพียงเเค่ไม่ได้ทำสำเนา 9 ชุด ส่งให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตนจึงส่งสำเนากลับไปเเล้ว
โดยการดำเนินการครั้่งนี้ยื่นเรื่องนี้ไปศาลในช่องทางภาวะไม่ปกติ โดยตนบอกกับศาลว่า ยื่นเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 เพราะไม่รู้ว่าจะยื่นในช่องทางใดเเล้วจึงต้องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หากไปยื่นเรื่องนี้ตามช่องทางปกติ เช่น ยื่นต่อผู้ตรวจการเเผ่นดิน ตามคำเเนะนำของนายบรรเจิด สิงคเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ นิด้า ซึ่งเคยเเนะนำพวกตนว่า ควรยื่นผ่านผู้ตรวจการเเผ่ดิน เพราะจะยื่นเรื่องนี้โดยตรงกับศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้นั้น ขอเรียนว่าขอบคุณนายบรรเจิด กรณีนี้ตนทำงานในช่วงนั้น 7-10 วัน เพราะอยากให้งานเสร็จในเดือน ก.ย. เพราะตนคุยกันในคณะเเล้วพบว่ารัฐบาลทำผิดรัฐธรรมนูญจึงมีจดหมายเวียนภายในคณะเพื่อไปเเสดงต่อศาลโดยมี 146 ลายเซ็นต์ ตรงนี้จึงจะเลี้ยวไปยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการเเผ่นดินไม่ได้ เเม้การยื่นเรื่องในครั้งนี้จะผิดหรือถูก เเต่เจตนาของพวกตนนั้นถูกต้อง นายบรรเจิดเเนะนำว่าควรไปยื่นเรื่องกับผู้ตรวจเเผ่นดินด้วย จึงขอเรียนว่าไว้โอกาสหน้าเพราะครั้งนี้มีลายเซ็นมาเเค่ศาล
เมื่อถามว่าหากศาลบอกว่าต้องไปดำเนินการตามช่องทางอื่นนั้น นายอดิศร์กล่าวว่า ตนเเสดงประเด็นชัดเเล้วว่ารัฐบาลกระทำขัดต่อบทบบัญญัติเเห่งรัฐธรรมนูญเเละหลายภาคส่วนเห็นด้วย ฉะนั้นต่อไปนี้ตนจะเชิญหลายภาคส่วนมาหารือว่าควรไปในทิศทางเเละใครควรนำทีมเเบบวงใหญ่ ยอมรับว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นการเเสดงจุดยืนว่า รัฐบาลจะทำอะไรตามใจที่ผิดไม่ได้เพราะมีรัฐธรรมนูญคุ้มครอง ศาลน่าจะพิจารณาว่าควรสั่งให้รัฐบาลยุติโครงการได้หรือไม่ เพราะโครงการรับจำนำข้าวนั้นรัฐบาลผูกขาดการรับจำนำข้าว เพราะตั้งราคาสูงกว่าราคารับจำนำที่เเท้จริง รัฐบาลไม่ได้ทำตรงกับสิ่งที่ประกาศไว้ในช่วงหาเสียง เพราะบิดพลิ้วให้เเตกต่างการการรับจำนำ ข้าวในสต็อกนับล้านๆตัน มันเป็นระบบจำนำเช่นใด เพราะจนถึงวันนี้ไม่มีใครมาไถ่จำนำ
เมื่อถามว่า หากเป็นเเบบนี้สมมติว่า พรรคต่างๆไปหาเสียงเเละเสนอชุดความคิดการรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าตลาด หากประชาชนเลือกพรรคนั้นมาเป็นรัฐบาลเเละนำมาเป็นนโยบายรัฐบาล หากมีบางกลุ่มไปยื่นเรื่องชุดความคิดเเละนโยบายรัฐบาลกับศาลเเละศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ ตรงนี้จะเกิดปัญหาหรือไม่ เพราะ วันนี้นิด้ากับชาวนาเกิดความขัดเเย้งกันเเล้ว นายอดิศร์กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลนี้ เเต่ความจริงเเล้วรัฐบาลประกาศรับจำนำเเต่ทำผิดโดยบิดพลิ้วไปเพิ่มราคา ตรงนี้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตนออกมาครั้งนี้เพื่อช่วยชาวนา เพราะการรับจำนำเเบบการรับซื้อข้าวเช่นนี้ มันลดคุณภาพข้าวเเละเพิ่มต้นทุน วันนี้รัฐบาลโปรยเงินเเจกเเต่ในอนาคตมันคือการทำลายข้าวทั้งระบบ
ปปช. แนะ 'นายกฯ' อุดช่องทุจริต
วันเดียวกันนายวิชา มหาคุณ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กล่าวถึงกรณีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ที่ขณะนี้ได้รับการเตือนจากหลายฝ่าย ถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินการว่า ก่อนหน้านี้ ปปช.ได้เคยเสนอข้อตักเตือนไปว่าโครงการดังกล่าวจะเปิดช่องให้มีการทุจริตได้ง่าย ขอให้มีการทบทวน แต่เมื่อรัฐบาลยืนยันจะดำเนินการต่อก็ถือเป็นสิทธิของรัฐบาล ปปช.คงไม่มีอำนาจก้าวล่วงอะไร อย่างไรก็ตามเมื่อมีการดำเนินโครงการจำนำข้าวต่อไป และมีผู้ตักเตือน รวมถึงกรณีเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นภาคเอกชน ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน ต่างเห็นร่วมกันว่านโยบายสุ่มเสี่ยงให้มีการเปิดช่องทุจริต
ดังนั้น ปปช.ในฐานะหน่วยงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต จึงต้องหาข้อมูลอีกครั้ง โดยจะให้ “ศูนย์วิจัยเพื่อต่อต้านการทุจริต ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ของ ปปช. ที่มีนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ไปศึกษา และหาข้อสรุป ก่อนจะส่งจดหมายเตือนไปถึงรัฐบาลเป็นครั้งที่ 2 ว่าโครงการการรับจำนำข้าวนั้น ได้เกิดปัญหาการทุจริตในขั้นตอนใดบ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อ ปปช. แจ้งเตือนแต่รัฐบาลยังยืนยันเดินหน้า จะเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า ต้องดูในภาพที่ชัดขึ้น เจาะเป็นประเด็นว่าจุดใดบ้างที่มีรอยรั่ว มีช่องทุจริตเกิดขึ้น เมื่อมีกรณีเช่นนี้แล้ว มีการเตือนแล้ว แต่รัฐบาลไม่มีการดำเนินการอะไรอีก อาทิ ในขั้นตอนการตรวจรับข้าวรัฐบาลมีการสั่งการอะไรบ้าง หากยังไม่มีการปฏิบัติใดๆเลย เช่นนี้ถึงจะนำมาพิจารณาได้ แต่แค่คำตักเตือนในภาพรวมอย่างที่ดำเนินการไปแล้วก่อนหน้านี้ คงยังไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งนี้คงต้องศึกษาให้ชัดเจน ก่อนที่จะมีหนังสือไปถึงให้มีการทบทวน
“ที่เราเคยบอกไปคือการจำนำ ขอให้มีการจำนำให้โปร่งใสจริงๆ เรื่องนี้เคยมีคนมายื่นนานแล้ว แต่ขณะนั้นยังไม่มีการทุจริต มีเพียงการศึกษาว่าอย่างที่รัฐบาลทำนั้นจะมีช่องโหว่อะไรบ้าง ทั้งนี้ไมได้หมายความว่าไม่ได้แย่ทั้งหมด แต่เราคงไม่มีอำนาจยับยั้งอะไร”นายวิชากล่าวและว่า ส่วนการดำเนินคดีนั้น หากมีการทุจริตกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คงจะส่งเรื่องมา และรัฐบาลหวังว่ารัฐบาลคงรับฟังกับปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะข้อเสนอของนายวีรพงษ์ รามางกูรประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นคนในฝ่ายรัฐบาลเอง



