
อุตุฯเตือน'เกมี'ฉ.13ฝนตกหนัก5-8ต.ค.
อุตุฯเตือนภัยพายุ 'เกมี' ฉ.13 กระทบไทยระหว่างวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ ส่งผลให้มีฝนหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล มีฝนร้อยละ 70
4 ต.ค.55 ประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 10.00 น. พายุโซนร้อน "เกมี" (GAEMI) ฉบับที่ 13 ระบุบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 950 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.0 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 118.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้
คาดว่าพายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันที่ 6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2555 บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
ขณะที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
กทม. แนะปชช.พร้อมรับมือ 'เกมี' 5-8 ต.ค.นี้
ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร(กทม.) รายงานว่า วันนี้พายุโซนร้อนแกมีบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 920 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ และลองจิจูด 116.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้ คาดว่าพายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันที่ 6 ต.ค.
จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ต.ค.นี้ บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วงวันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย
ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม รายงานด้วยว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในคลองมีระดับที่สูงขึ้น และมีน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำริมตลิ่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล สำนักการระบายน้ำได้เร่งระบายน้ำโดยการผันน้ำบางส่วนเข้ามาในพื้นที่ผ่านประตูระบายน้ำ และใช้เครื่องผลักดันน้ำ อุโมงค์ระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ เร่งระบายน้ำในคลองต่างๆ เพื่อช่วยลดระดับน้ำพื้นที่ภายนอกและเตรียมรับปริมาณฝนที่คาดว่าจะตกหนักในสัปดาห์นี้ โดยพื้นที่ด้านตะวันออก ระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองสอง ประตูระบายน้ำคลองแสนแสบ ประตูระบายน้ำคลองประเวศน์ฯ ระบายน้ำผ่านอุโมงค์ระบายน้ำและสถานีสูบน้ำ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนพื้นที่ด้านตะวันตกระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา คลองภาษีเจริญ คลองพระยาราชมนตรี สถานีสูบน้ำ เข้าสู่พื้นแก้มลิงสนามชัย และลงสู่ทะเลอ่าวไทย
ขณะที่ประสานกรมชลประทานได้เร่งระบายน้ำในคลองรังสิตฯ และคลองหกวาสายล่าง ผ่านสถานีสูบน้ำจุฬาลงกรณ์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ประตูระบายน้ำคลองเปรมฯใต้ เพื่อระบายน้ำในคลองเปรมประชากรออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมเร่งระบายน้ำที่สถานีสูบน้ำกระทุ่มแบน ออกสู่แม่น้ำท่าจีน เร่งระบายน้ำที่สถานีสูบน้ำคลองหกวาสายล่าง สถานีสูบน้ำคลองแสนแสบ (หนองจอก) และสถานีสูบน้ำคลองประเวศน์ เพื่อระบายน้ำสู่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต สู่สถานีสูบน้ำชลหารพิจิตร (คลองด่าน) ลงทะเลอ่าวไทย ด้านประสานงานกองทัพเรือ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติม ในคลองต่างๆ พื้นที่ด้านตะวันออกเพื่อเร่งระบายน้ำลงไปยังสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ และสูบลงสู่ทะเลอ่าวไทย
ศูนย์เตือนภัยพิบัติเเห่งชาติ 'เกมี' ส่งผลกระทบหลายภาค
น.อ.สมศักดิ์ ชาวสุวรรณ์ ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติเเห่งชาติ กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยเเลนด์ เอฟเอ็ม97เมกะเฮริทซ์ กรณีการรับมือพายุเเกมีที่จะมีผลกระทบหลายภูมิภาคของประเทศเเละหลายวันว่า กังวลใจในหลายเขื่อนที่มีปริมาณน้ำสูง โดยมาตรการที่จะดำเนินการในวันที่3-8ต.ค.คือกรมชลประทานเตรียมระบายน้ำเพิ้่มขึ้นโดยไม่ให้มีผลกระทบทางด้านล่าง เช่น ภาคตะวันออกคือ เขื่อนประเเสร์ จ.ระยอง เขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ที่ต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น รวมทั้งปิดประตูระบายน้ำตามคลองต่างๆเพื่อประคองน้ำในคลอง โดยใช้เขื่อนพระรามหกรองรับน้ำเเละผลักดันลงเเม่น้ำเจ้าพระยาเเละผ่านอุโมงค์ยักษ์ของกทม.ด้วยเพราะเเม่น้ำบางปะกงเเทบจะรับปริมาณน้ำไม่ได้เเล้ว
น.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนเขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมาที่ตอนนี้ปริมาณน้ำเยอะในวันนี้นั้น ขอเรียนว่า ตอนนี้ฝนตกใต้เขื่อนลำตะคอง ตนก็เป็นห่วงว่าจ.นครราชสีมาเเละจ.ชัยภูมิว่า อาจจะเกิดเหตุเหมือนปี2553 ตรงนี้ต้องพร่องน้ำออกมาไปในหลายอำเภอในจ.นครราชสีมาเเละจ.บุรีรัมย์ เเละยังกังวลว่าพายุเเกมีจะมาในพื้นที่ที่มีปริมาณเยอะ เเต่หากพายุไปในพื้นที่ภาคอีสานที่ยังต้องการน้ำก็ดีไป เเละยังห่วงว่าพายุเเกมีจะมาในภาคตะวันออกเพราะตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีเเล้วจากน้ำท่วม รวมทั้งเกรงว่าจะมีผลในโซนตะวันออกของกทม.เเละปริมณฑลเช่นจ.นครปฐมด้วย เเต่ตอนนี้เพิ่มเรือผลักดันน้ำเเละการระบายน้ำจากฝ่ายต่างๆรวมทั้งกทม.ที่เร่งร่วมมือกันเเล้ว
ลำพูน-เตือนปชช. 5-8 ต.ค.นี้ มีฝนตกหนาแน่น
นายวิชัย ตินโนเวศ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดลำพูน กล่าวว่า ลักษณะอากาศโดยทั่วไปเมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (4 ต.ค.55) พายุโซนร้อน “แกมี” (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 920 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.2 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 116.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในวันที่ 6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น
ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วง วันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย อนึ่งจะมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การคาดหมายลักษณะอากาศในช่วงวันที่ 3-4 ตุลาคม มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในช่วงวันที่ 5-9 ตุลาคม มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในช่วงวันที่ 3-4 ตุลาคม มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนในช่วงวันที่ 5-9 ตุลาคม มีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป ร้อยละ 60-80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความชื้นสัมพัทธ์ 80-90%
และในช่วงวันที่ 5-9 ตุลาคม เกษตรกรทางตอนล่างของภาคควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และป้องกันความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร กรอปกับระยะนี้เป็นปลายฤดูฝน สภาพอากาศจะแปรปรวน เกษตรกรควรดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง เพื่อป้องกันการเจ็บป่วย เนื่องจากร่างกายปรับตัวไม่ทัน เนื่องจากระยะต่อไปจะเป็นฤดูหนาว เกษตรกรควรเตรียมวัสดุอุปกรณ์สำหรับกันหนาวและให้ความอบอุ่นแก่ตนเองและสัตว์เลี้ยงเอาไว้ในระยะนี้ให้พร้อมอีกด้วย
ตาก-ฝนกระหน่ำแม่สอด คาดอิทธิพลพายุ 'เกมี'
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ว่า ตลอดคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เมฆฝนได้ปกคลุมไปทั่วพื้นที่อำเภอแม่สอด และอำเภอใกล้เคียง แต่ไม่มีลมกรรโชกแรง ทั้งนี้ประชาชนเชื่อว่า เป็นอิทธิพลจากพายุแกมี และไม่น่าส่งผลกระทบจนทำให้เกิดอุทกภัย เพราะยังอยู่ไกลจากอทธิพลนี้มาก ขณะที่ก่อนหน้านี้อากาศเริ่มเข้าสู่สภาพอากาศหนาว และเย็นในตอนเช้า เพราะเดือนตุลาคมทุกปีนั้น พื้นที่ภาคเหนือได้เข้าสูฤดูหนาวแล้ว
พิษณุโลก-ยันพายุเกมีไม่มีผลกระทบน้ำท่วมบางระกำ
นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลก ได้เริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยเฉพาะ อ.พรหมพิราม ทั้ง 3 ตำบล คือ ต.ท่าช้าง ต.หนองแขม ต.วังวน ระดับน้ำลดลง และเหลือเท่าคันนา ชาวนาสามารถเริ่มลงมือทำนากันได้แล้ว บางพื้นที่ต่ำมากก็รออีกสองสามวันเท่านั้น จะเหลือเพียงน้ำที่บางระกำ ที่ยังท่วมอยู่ แต่ระดับน้ำยมก็ได้ลดลงทุกวัน วันละ 7-8 ซม.เหลือเพียง 8.35 ม.เท่านั้น ซึ่งเหลือเพียง 1.35 ม. ระดับน้ำก็เท่ากับแม่น้ำยม คาดว่า วันที่ 20 ต.ค.นี้น้ำจะแห้งชาวนาสามารถลงมือทำนาได้เหมือนชาวนาพรหมพิราม
ทั้งนี้ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังจะรับมือกับพายุลูกใหม่ คือ “แกมี” ที่คาดว่าจะเข้าประเทศไทยในช่วงวันสองวัน นี้ ซึ่งพายุลูกนี้เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบกับน้ำที่ยังท่วมบางระกำอยู่ แต่จะเป็นผลดีกับเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ ซึ่งหากมีฝนตกในพื้นที่ก็จะมีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำเพียง 636 ล้านลบ.ม.เท่านั้น หรือ คิดเป็น 69.94% ของความจุของเขื่อน 939 ล้านลบ.ม.ยังเหลือพื้นที่เก็บน้ำได้อีก 30 % หากฝนตกมากก็จะทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเท่านั้น และก็จะสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งมากขึ้น



