
'โอบามา-รอมนีย์'เปิดศึกอภิปรายนัดแรก
ศึกอภิปรายรอบแรกระหว่าง'โอบามา'แห่งสหรัฐฯ กับผู้ท้าชิงอย่าง 'รอมนีย์' ตัวแทนผู้สมัครประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน โดย'รอมนีย์'โจมตีนโยบายเศรษฐกิจของโอบามา ขณะที่ 'มิเชล โอบามา'ชี้การดีเบทครั้งแรกของสามีทำเครียด
4 ต.ค.55 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การดีเบทครั้งแรก ซึ่งใช้เวลา 90 นาที ระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามา ตัวแทนของพรรคเดโมแครต และนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลีกัน ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว ที่มหาวิทยาลัยเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ท่ามกลางผู้ชมหลายล้านคน ซึ่งเป็นไปตามคามคาดหมายว่า จะมุ่งเน้นไปที่นโนยบายในประเทศที่มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการแข่งขัน กระตุ้นการสร้างงาน โดยมีผู้ดำเนินรายการคือ จิม เลห์เรอร์ พิธีกรผู้คร่ำหวอดจากรายการ " นิวส์ อาวร์ " ทางสถานีโทรทัศน์ พีบีเอส ทำหน้าที่ดำเนินรายการ โดยแบ่งออกเป็น 6 ช่วง ช่วงละ 15 นาที และประธานาธิบดีโอบามากับนายรอมนีย์ มีเวลาในการตอบคำถามแต่ละคำถามครั้งละ 2 นาที นายเลห์เรอร์ จะเป็นคนที่กำกับเวลาและเข้าแทรกถ้าผู้สมัครคนไหนพูดยาวเกินไป
ทั้งนี้ ตอนที่ประธานาธิบดีโอบาม่าและนายรอมนีย์ เผชิญหน้ากันบนเวที พวกเขาได้จับมือกัน ก่อนจะดีเบทครั้งแรก จากทั้งหมด 3 ครั้ง จากนั้นต่างก็แนะนำตัวเองคนละ 2 นาที และประธานาธิบดีโอบาม่า ได้ฉวยโอกาสแสดงความยินดีต่อ นางมิเชล ภรรยาของเขา เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีของการแต่งงาน ก่อนจะพูดถึงแผนการสร้างงาน ด้วยการช่วยเหลือธุรกิจขนาดย่อม
ส่วนนายรอมนีย์ ได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวหานโยบายของประธานาธิบดีโอบามาว่า ล้มเหลว และไม่สมควรจะอยู่ในตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่สอง ขณะที่โอบามาโต้ว่า เขาต่างหากที่ช่วยปกป้องเศรษฐกิจถดถอย ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีของรีพับลีกัน และรอมนีย์จะทำให้นโยบายในยุคบุชหวนกลับมาอีก และนำไปสู่วิกฤติการเงินและเกื้อหนุนคนรวย ทำร้ายคนจนและชนชั้นกลาง
ทั้งโอบาม่า และเลห์เรอร์ ดูเหมือนจะกดดันรอมนีย์ เกี่ยวกับเรื่องที่หลุดความเห็นเกี่ยวกับคนอเมริกัน ในเทปลับอื้อฉาว ที่เขาบอกว่า คนอเมริกัน 47 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าพวกเขาเป็นผู้เคราะห์ร้าย ที่ต้องพึ่งพารัฐบาลและไม่ยอมรับผิดชอบชีวิตตนเอง
รายงานระบุ ความสนใจในตัวผู้ดีเบท ยังมีแนวโน้มไปที่บุคลิกท่าทาง หรือความสามารถในการตอบโต้และมุ่งไปที่สไตล์และภาษากาย ซึ่งรอมนีย์ถูกมองว่า เป็นคนที่มีบุคลิกแข็งและห่างเหิน แต่โอบามาดูอบอุ่นและติดดินเหมือนคนอเมริกันทั่วไป และผลสำรวจก็ยังชี้ว่า คนยังคาดหวังไว้สูงกับโอบามา แต่ยิ่งคาดหวังสูง ก็ยิ่งหมายความว่า ถ้าการดีเบทครั้งนี้ของโอบามาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควร ความเสียหายก็จะตกกับเขามากกว่ารอมนีย์
อีกทั้ง ตามธรรมเนียมการเมืองอเมริกัน ทั้งสองฝ่ายต้องพยายามทำลายความคาดหวังในตัวของอีกฝ่ายหนึ่งลงให้ได้ รวมถึงทำลายชื่อเสียงที่สั่งสมมาในด้านทักษะในการดีเบทของคู่แข่งลงด้วย รอมนีย์เคยผ่านการดีเบทมาแล้ว 19 ครั้ง ในระหว่างการรณรงค์เพื่อชิงการเป็นตัวแทนพรรครีพับลีกัน ไปชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ส่วนโอบาม่าผ่านศึกดีเบทมาตั้งแต่สมัยเจอกับ อดีตวุฒิสมาชิกจอห์น แม็คเคน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของรีพับลีกัน เมื่อปี 2008 ส่วนการดีเบทที่เหลือคือ วันที่ 16 ตุลาคม ที่นิวยอร์ค และ 22 ตุลาคม ที่ฟลอริด้า ส่วนคู่ชิงรองประธานาธิบดีระหว่าง โจ ไบเดน และพอล ไรอัน จะดีเบทกันหนึ่งครั้งในวันที่ 11 ตุลาคม ที่รัฐเคนตั๊กกี้
''มิเชล โอบามา''ชี้การดีเบทครั้งแรกของสามีทำเครียด
นางมิเชล โอบามา สุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐ กล่าวยอมรับในระหว่างการให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ CNN ว่า การดูประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้เป็นสามีประชันวิสัยทัศน์ในการดีเบทครั้งแรกกับ นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลีกัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ผู้วิตกกังวล และเครียดกับการดีเบทเหล่านี้
นางมิเชล กล่าวต่อเจสสิก้า เยลลิน หัวหน้าผู้สื่อข่าวสายทำเนียบขาวของ CNN ว่า เธอเหมือนผู้ปกครองที่เฝ้าดูลูกของตัวเองยืนอยู่บนคานทรงตัว และทำได้แค่เพียงยืนลุ้นอยู่ตรงนั้น โดยไม่แสดงสีหน้าหรือความรู้สึกใด ๆ ออกมา
ผู้ชมสามารถชมการถ่ายทอดการดีเบทครั้งแรกได้ทั้งทางเคเบิล ทีวีและเครือข่ายสถานีโทรทัศน์อีกหลายช่อง รวมทั้งผ่านแอ๊พพลิเคชั่น ไอโฟน , ไอแพด และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และมีการแชร์คลิปกันทั้งในเฟ้ซบุ๊คและทวิตเตอร์ด้วย
มิเชล ยอมรับว่า มันเป็นการยากสำหรับเธอ ในการติดตามดูสามีดีเบทบนเวที เธอบอกด้วยว่าไม่ได้ให้คำแนะนำสามีก่อนการดีเบท แต่ช่วยเสริมแรงในทางบวกแทน เนื่องจากสามีของเธอไม่จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำมากนัก เขาเป็นนักดีเบทที่เหนือชั้นอยู่แล้ว และเธอได้แต่บอกให้เขาทำให้เป็นเรื่องสนุกสนาน ผ่อนคลาย และเป็นตัวของตัวเองเท่านั้น
บรรดาที่ปรึกษาของประธานาธิบดีโอบามาบางคน บอกว่า เขาพยายามที่จะตอบคำถามอย่างรัดกุม ส่วนการตอบคำถามที่ยืดยาว ได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่่ถูกใช้ในระหว่างการแถลงข่าวของทำเนียบขาวจนกลายเป็นธรรมเนียม และนางมิเชลก็เลือกที่ไม่ทำตามกลยุทธ์นี้โดยเลือกตอบคำถามสั้่น ๆ เวลาถูกถามถึงสามีในการดีเบทครั้งแรก โดยบอกว่า เขาเป็นนักพูดที่ยิ่งใหญ่ เขาเจนจัดในด้านนี้ และเขาทำได้ดีที่สุด
ขณะที่แอนน์ รอมนีย์ บอกกับ CNN เช่นกันว่า สามีได้เตรียมตัวและไม่ไขว้เขว่ และเธอบอกให้เขารู้ว่า เขามีลูกชายถึง 5 คนเขาเรียนรู้ที่จะโต้เถียงกับลูกๆได้ดีทีเดียวและก็ทำได้ดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพียงแค่ทำเหมือนเดิมเท่านั้น



