
"จะไปรอดมั้ย"
สัปดาห์นี้ถือว่าเป็นสัปดาห์ "ร้อน" ของรัฐบาล เนื่องจากจะมีความเคลื่อนไหวหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องการ "ปรับคณะรัฐมนตรี" ซึ่งกำลังจะได้ข้อยุติ
โดยพรรคร่วมรัฐบาลที่จะเสนอปรับ "รัฐมนตรี" ขณะนี้เพียงพรรคเดียวคือ "พรรคภูมิใจไทย"
หลังจากในที่ประชุมพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม มีมติเอกฉันท์ขับ "ชาติชาย พุคยาภรณ์" พ้นจาก "รมช.เกษตรและสหกรณ์"
พร้อมกับแถลงข่าวว่าการขับ "ชาติชาย" ครั้งนี้ให้มีผลทันทีหลังจากที่ประชุมมีมติ !
แต่จนถึงวันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา "ชาติชาย" ก็ยังไม่ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง "รมช.เกษตรและสหกรณ์" แต่ได้ติดต่อขอพบ "นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"
จนมีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการที่ "ชาติชาย" ติดต่อขอเข้าพบ "นายกฯ อภิสิทธิ์" เพื่อเจรจาหวังยื้อเก้าอี้รัฐมนตรี
จนมีเสียงเล็ดลอดมาจากปากของ "ปู่ชัย ชิดชอบ" ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างตอบคำถามผู้สื่อข่าวหากนายกรัฐมนตรียืนยันให้ "ชาติชาย" อยู่ในตำแหน่งต่อไปว่า
"คุณชาติชายคงอยู่ไม่ได้ ยังไงนายกรัฐมนตรีก็ต้องเอาออก ตอนนี้พรรคภูมิใจไทยได้ส่งชื่อคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ แทนคุณชาติชายแล้ว คุณชาติชายเป็นคนดี ไม่ได้ทำทุจริตหรือฉ้อฉล แต่ขณะนี้พรรคมีมติให้มีการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ จึงเป็นเรื่องของพรรค ผมไม่อยากไปก้าวก่าย เพราะต้องถอยห่าง ทุกอย่างอยู่ที่มติของพรรค"
แต่เมื่อถูกถามย้ำว่าระหว่างมติของพรรคภูมิใจไทยกับความเห็นของนายกรัฐมนตรีจะต้องฟังเสียงของใคร "ปู่ชัย" ตอบว่า "ต้องฟังเสียงนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่นายกรัฐมนตรีคงใช้วิจารณญาณของตัวเองตัดสินใจให้ดี เพราะทุกคนเชื่อนายกรัฐมนตรี พรรคร่วมรัฐบาลยังคงสนับสนุนความเห็นของนายกรัฐมนตรี หากไม่เชื่อก็ต้องแยกไปไม่ร่วมรัฐบาล"
ฟังแล้วดูเหมือน "นายกรัฐมนตรี" มีอำนาจตัดสินใจจะให้ "รัฐมนตรี" คนไหนอยู่หรือไป แต่หากวิเคราะห์คำพูดให้ดีจะรู้ว่ามีนัยแอบแฝง หากไม่ปฏิบัติตามมติพรรค งานนี้ถึงขั้น "ถอนตัว"
ดังนั้นการพบกันระหว่าง "นายกฯ อภิสิทธิ์" กับ "ชาติชาย" เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "นายกฯ" จึงให้สัมภาษณ์โยนเรื่องทั้งหมดให้ "ชาติชาย" เป็นคนเปิดเผยเอง
"ได้คุยกับคุณชาติชายแล้ว ซึ่งคุณชาติชายบอกว่าจะแถลงข่าวในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ โดยจะเป็นผู้พูดเรื่องทั้งหมดเอง ทุกอย่างจะชัดเจนในบ่ายวันที่ 26 พฤษภาคมนี้ "
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า "ประชาธิปัตย์" กับ "ภูมิใจไทย" มีเรื่อง "ขัดใจ" กันหลายประเด็น
ตั้งแต่โครงการใหญ่ที่ "พรรคภูมิใจไทย" เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่ถูกตีกลับให้ไปพิจารณาใหม่ 2 เรื่อง
นั่นคือ "โครงการเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี 4,000 คัน วงเงิน 6.9 หมื่นล้านบาท ของ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)" ที่เสนอโดย "โสภณ ซารัมย์" รมว.คมนาคม
เนื่องจากเห็นว่า "ค่าซ่อมรถและอัตราดอกเบี้ย" ที่ ขสมก.เสนอเข้ามาไม่ตรงกับตัวเลขของคณะกรรมการพิเศษระดับรัฐมนตรี ที่มี "เสธ. หนั่น" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ทาง คณะรัฐมนตรี จึงให้ "กระทรวงคมนาคม" กลับไปทบทวนตัวเลขใหม่ และให้หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ให้ชัดเจนในตัวเลขต่างๆ แล้วค่อยเสนอ ครม.พิจารณาอีกครั้ง ภายในสองสัปดาห์
นอกจากนี้ยังตีกลับ "โครงการระบายจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์" ที่เสนอโดย "พรทิวา นาคาศัย" รมว.พาณิชย์
แม้ทั้งสองโครงการทาง "พรรคภูมิใจไทย" จะบอกว่าไม่มีผลกระทบต่อการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่เป็นสัญญาณเริ่มต้นการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลในอนาคต
เพราะขณะนี้แกนนำใน "ภูมิใจไทย" ส่วนใหญ่คิดว่าพรรคเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ "อภิสิทธิ์" มีวันนี้
ดังนั้นถ้า "นายกฯ อภิสิทธิ์" ยังเย็นใจนั่งชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายทีมโปรดในดวงใจระหว่าง "นิวคาสเซิล" กับ "แอสตัน วิลล่า"
แม้ว่าทีมโปรดอย่าง "นิวคาสเซิล" จะรอดจากการตกชั้น แต่ไม่รู้ว่า "รัฐนาวาของนายกฯ อภิสิทธิ์" จะรอดหรือไม่
สมถวิล เทพสวัสดิ์



