
หนุนเก็บ"ภาษีที่ดิน"สร้างความเป็นธรรม
หลังจากนายกรณ์ จติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศชัดว่าจะปัดฝุ่นแผนการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายจะให้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายในปีนี้ ได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมกับสังคมไม่น้อย นสพ.กรุงเทพธ
นางดวงมณี เลาวกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตามระบบภาษีที่ดินปกติควรจะมีการจัดเก็บจาก 3 ฐานภาษี คือรายได้ การบริโภค และทรัพย์สิน ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีการจัดเก็บภาษีจากฐานทรัพย์สินอย่างแท้จริง จะมีที่ใกล้เคียงที่สุดคือ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีบำรุงท้องที่ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้จัดเก็บ แต่พบว่ายังมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ และมีความพยายามหลีกเลี่ยงจ่ายภาษีกันจำนวนมากจากข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนดไว้
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจึงเป็นการเก็บจากฐานทรัพย์สินอย่างแท้จริง ด้วยการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน แบ่งเป็น 3 อัตราคือ พื้นที่เพื่อการเกษตรจัดเก็บต่ำที่สุดไม่เกิน 0.05% ที่อยู่อาศัย 0.1% และที่ดินเพื่อการพาณิชย์ไม่เกิน 0.5% โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกลางขึ้นมาพิจารณาอัตราการจัดเก็บ ส่วนการให้ท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บและเป็นรายได้ของท้องถิ่นนั้นๆ เชื่อว่าจะก่อให้เกิดกระบวนการรับผิดรับชอบระหว่างประชาชนและผู้บริหารท้องถิ่นเอง และสามารถนำไปบำรุงท้องถิ่นได้อย่างเต็มที่ อปท.จึงต้องทำความเข้าใจกับประชาชนในจุดนี้
“ในขณะนี้ไทยคงไม่ได้มีความพร้อม 100% แต่คิดว่าควรจะต้องมีจุดเริ่มต้น ภาษีที่ดินฯ เป็นภาษีทางตรงที่คนถือครองก็มีฐานะในระดับหนึ่ง ดังนั้นภาระภาษีจะตกไปอยู่กับคนกลุ่มนี้ ส่วนอีกกลุ่มที่มีฐานะน้อยกว่าก็จะได้รับผลกระทบน้อย" นางดวงมณีกล่าว
นายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.จังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวกับที่ดินในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีปัญหาและอุปสรรค เพราะผู้บริหารท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้งไม่ต้องการปรับขึ้นภาษีตามอัตราขั้นสูงต่ำที่กำหนด เพราะกลัวจะกระทบกับฐานคะแนนเสียงของตัวเอง นอกจากนี้ พบว่าที่ดินเพื่อการเกษตรทั่วประเทศเกินกว่า 50% ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์สมบูรณ์ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยห้ามรับภาษีบำรุงท้องที่จากเกษตรส่วนนี้ที่ต้องการเสียภาษีเพื่อจะได้ความเป็นเจ้าของที่ดี ซึ่งจุดนี้ต้องมาดูว่าจะพิจารณาอย่างไร
“คงต้องมาดูกันว่าอำนาจในการจัดเก็บภาษีที่ดินนั้นจะคืนกลับมาที่กรมสรรพากรดีหรือไม่ โดยสรรพากรเป็นผู้จัดเก็บแล้วส่งเงินกลับสู่ท้องถิ่นแต่อาจจะมีการหักค่าบริหารจัดการ ซึ่งจะทำให้การจัดเก็บภาษีทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ส่วนผลกระทบอื่นๆ นั้น อย่างโรงงานทั่วประเทศที่จะต้องเข้าข่าย ยังไม่แน่ใจว่าจะกระทบมากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่าเมื่อพวกเขาได้รับผลกระทบในที่สุดก็จะมีการผลักภาระไปสู่ผู้บริโภคทันที เมื่อมีผลกระทบที่กว้างขวางเช่นนี้ รัฐจะต้องศึกษาให้ดีว่าคุ้มหรือไม่คุ้มกับการขึ้นภาษี” นายพิเชษฐ์กล่าว
ด้านนายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมบ้านจัดสรร กล่าวว่า การจะปฏิรูปภาษีที่ดินใหม่ รัฐบาลต้องตอบโจทย์ให้ได้ก่อนที่ว่า กฎหมายเดิมนั้นล้าสมัยและไม่ดีจริงหรือไม่ หากแก้แล้วจะเป็นการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนได้จริงหรือไม่ และช่วยในการลดช่องว่างทางสังคมได้หรือไม่ รวมทั้งเป็นการช่วยลดปัญหาการกักตุนที่ดิน ลดปัญหาเรื่องที่ดินรกร้างว่างเปล่าได้จริงหรือไม่ ซึ่งถ้าตอบโจทย์นี้ได้และทำได้จริง ตนก็เห็นด้วย และเห็นด้วยที่ว่ากฎหมายเดิมมีความล้าสมัย
ทั้งนี้ มองว่ากฎหมายใหม่มีความชัดเจนและดีกว่าของเดิม แต่มีข้อเสนอแนะคือ กรณีการจัดเก็บหากโยนกลับไปให้กรมสรรพากรดำเนินการ ก็กังวลว่าการรวมศูนย์กลางอาจจะไม่ค่อยทันท่วงทีและเกิดปัญหาตามมา ดังนั้น จึงน่าจะมีการถ่วงดุลระหว่างส่วนกลางและท้องถิ่น ซึ่งคิดว่ามีความจำเป็น ส่วนกรณีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบ้านจัดสรร จะมีความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษีค่อนข้างมาก เมื่อรัฐบาลดำเนินการปรังปรุงแล้ว ก็ควรทบทวนด้วยว่าผู้อยู่อาศัยที่เสียค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ควรที่จะลดหย่อนในจุดนี้ให้ได้หรือไม่ นอกจากนี้ เห็นว่าควรให้อิสระแก่ท้องถิ่นในระดับหนึ่งด้วยในการพิจารณาเรื่องการจัดเก็บด้วย
ขณะที่นายบุญ แซ่จุง เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินการปฏิรูปภาษีที่ดินทันที หากจะช่วยทำให้เกิดการกระจายการถือครองที่ดินให้เกษตรกรมีพื้นที่ทำมาหากิน เพราะเป็นสิทธิพื้นฐานของทุกคนที่ควรสามารถเข้าถึงที่ดินทำกิน ไม่ควรให้มีการผูกขาดเฉพาะกลุ่มคนใดกลุ่มหนึ่ง อย่างไรตาม เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเพียงมาตรการหนึ่งที่จะทำให้ที่ดินกระจายตัวเท่านั้น
"ในนามภาคประชาชนไม่ค่อยมั่นใจนัก เพราะดูเหมือนยากมาก คนมีอำนาจทางการเมืองส่วนใหญ่ผูกติดกับอยู่กับอำนาจ และมีการถือครองพื้นที่จำนวนมาก จึงทำให้ความหวังว่าจะมียากมาก แต่เราเองจะเดินหน้า ลงมือเองโดยการสร้างกองทุนที่ดินของเรา และพยายามผลักดันสังคมให้เข้าใจ" นายบุญกล่าว



