
'บอร์ดค่าจ้าง'จ่อปรับค่าพาร์ทไทม์นศ.
'บอร์ดค่าจ้างกลาง'ยืนยันเดินหน้าขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทใน 70 จว. ชงครม.ออกประกาศพร้อมมาตรการรองรับในส่วนของก.แรงงานภายใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เผยผลศึกษาปรับขึ้นค่าจ้างพาร์ทไทม์ นร.-นศ.มี 2 อัตราทั้ง 35.50 บาทต่อชั่วโมงและ 40 บาทต่อชั่วโมง แต่ยังไม่ได้
3 ต.ค.55 นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน(รง.)ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างกลางกล่าวหลังประชุมคณะกรรมการฯว่า ที่ประชุมได้มีมติรับรองการประชุมครั้งที่ผ่านมาซึ่งเห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทใน 70 จังหวัดในวันที่ 1 มกราคม 2556 และให้เสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ รวมทั้งกระทรวงแรงงานจะเสนอมาตรการช่วยเหลือธุรกิจต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างโดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มด้วยในลักษณะแพคเกจ โดยจะทำความเข้าใจและให้ความรู้แก่นายจ้างกับลูกจ้างเพื่อให้ปรับขึ้นค่าจ้าง การติดตามสถานการณ์ของสถานประกอบการว่า ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างโดยเฉพาะธุริจเอสเอ็มอี รวมทั้งจะเน้นเร่งการพัฒนาศักยภาพแรงงานเพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่สถานประกอบการ ทั้งนี้ คาดว่าประเด็นทั้งหมดนี้จะเสนอเข้าครม.ได้ภายใน 2-3 สัปดาห์นี้
“ส่วนที่หลายฝ่ายห่วงว่าการปรับขึ้นค่าจ้างครั้งนี้ จะทำให้ธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้น เนื่องจากขณะนี้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกนั้น จากการศึกษาข้อมูลการส่งออกสินค้าพบว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม 2555 ธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทค้าปลีกขยายตัวเพิ่มขึ้น 16% และธุรกิจส่งออกสินค้าประเภทค้าส่งออกสินค้าขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 18% อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลก ทำให้ตลาดส่งออกสินค้าหดตัว ก็จะต้องหันมาพึ่งพิงตลาดภายในประเทศ ซึ่งการปรับขึ้นค่าจ้างจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อภายในประเทศ ทั้งนี้ ขอฝากเตือนแรงงานว่าควรใช้จ่ายอย่างประหยัดเพราะการปรับขึ้นค่าจ้างก็เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงาน และกระทรวงแรงงานจะสำรวจว่าเมื่อปรับขึ้นค่าจ้างแล้วแรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วมีการใช้จ่ายอย่างไร และมีปัญหาหนี้สินหรือไม่” นพ.สมเกียรติ กล่าว
นพ.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีโพลของมหาวิทยาลัยเอกชนได้คาดการณ์ว่า การปรับขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ 300 บาทใน 70 จังหวัดที่เหลือ จะทำให้มีแรงงานตกงานกว่า 1.2 ล้านคนนั้น ตนคิดว่าไม่น่าเป็นห่วงเพราะการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งที่ผ่านมา ทำให้การจ้างงานขยายงานตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว
"ที่ประชุมยังพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างให้แก่นักเรียน นักศึกษาที่ทำงานพาร์ทไทม์ในสถานประกอบการต่างๆ ซึ่งฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฯได้เสนอผลการศึกษาการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างดังกล่าวมาใน 2 อัตราได้แก่ คนละ 37.50 บาทต่อชั่วโมง และ คนละ 40 บาทต่อชั่วโมง" นพ.สมเกียรติ กล่าว
นพ.สมเกียรติ กล่าวต่ออีกว่า การจ้างงานพาร์ทไทม์นักเรียน นักศึกษา มีเงื่อนไขหากทำงานในวันธรรมดา จะต้องทำงานนอกเวลาเรียนไม่เกินวันละ 4 ชั่วโมง หากเป็นช่วงปิดเทอมทำงานไม่เกินวันละ 7 ชั่วโมงและแต่งกายด้วยชุดที่แสดงให้เห็นว่าเป็นนักเรียน นักศึกษา
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือว่า ควรจะออกเป็นประกาศคณะกรรมการค่าจ้างกลางเพื่อบังคับให้สถานประกอบการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างพาร์ทไทม์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาในอัตราเดียวกันทั้งหมดหรือจะให้คำแนะนำแก่สถานประกอบการในการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างพาร์ทไทม์ซึ่งไม่เป็นการบังคับให้ทุกสถานประกอบการต้องปรับขึ้นในอัตราเดียวกัน
“เบื้องต้นที่ประชุมเห็นว่า ควรจะออกประกาศคณะกรรมการค่าจ้างกลางเพื่อบังคับให้สถานประกอบการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างพาร์ทไทม์ แต่ทั้งเรื่องอัตราค่าจ้างที่จะปรับเพิ่มและการจะออกประกาศรองรับหรือไม่ยังไม่ได้ข้อยุติ ที่ประชุมได้ให้ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการฯไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและนำมาเสนอในการประชุมครั้งหน้าในวันที่ 7 พ.ย.นี้ “ นพ.สมเกียรติ กล่าว
นายปัณณพงศ์ อิทธิ์อรรถนนท์ เลขาธิการสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าไทย ในฐานะกรรมการค่าจ้างกลางฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า กรณีที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) จะไปยื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.)ในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อขอให้ชะลอการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทใน 70 จังหวัดนั้น ตนอยากให้ภาคธุรกิจทำหนังสือเสนอข้อมูลปัญหาและผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าจ้างมายังบอร์ดค่าจ้างกลางโดยตรงว่า กลุ่มธุรกิจใดบ้างที่ได้รับผลกระทบ และกระทบอย่างไรมากน้อยแค่ไหน รวมถึงธุรกิจเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบแค่ไหน ซึ่งบอร์ดค่าจ้ากลางงพร้อมรับฟังและหามาตรการช่วยเหลือ



