ข่าว

'ก่อแก้ว'หนุนเดินหน้าจำนำข้าว

'ก่อแก้ว'หนุนเดินหน้าจำนำข้าว

03 ต.ค. 2555

'ก่อแก้ว' หนุน 'รัฐบาล' เดินหน้ารับจำนำข้าว ซัด 'นิด้า' จ้องค้านโครงการ จี้แนะนโยบายเหมาะสม พร้อมวอน 'ฝ่ายค้าน' เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์

                            3 ต.ค.55 นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง แถลงถึงกรณีที่กลุ่มอาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำสั่งให้รัฐบาลยุติโครงการรับจำนำข้าวว่า อยากให้นักวิชาการที่ออกมาคัดค้านนั้นเสนอนโยบายให้สังคมเห็นด้วยว่า มีนโยบายอะไรที่ดีๆ ที่ทำเพื่อเกษตรกรและเหนือกว่าโครงการรับจำนำข้าวบ้าง ไม่ใช่คิดที่จะล้มโครงการรับจำนำข้าวเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ได้เสนอแนะอะไรเลย ส่วนตัวขอสนับสนุนให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไป เพราะถือเป็นการยกระดับรายได้ให้กับชาวนา ซึ่งหากชาวนามีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ก็จะมีเงินมาใช้จ่าย ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศต่อไปด้วย

                            ทั้งนี้ราคาข้าวของประเทศไทยนั้น ข้าว 5% ของประเทศไทยเมื่อเทียบกับของประเทศเวียดนามนั้น ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา ราคาข้าวของไทยยังคงสูงกว่าจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เราต้องทำราคาข้าวให้ต่ำลงหรือทำของดีให้ราคาถูกเพื่อจะไปแข่งขันกับเวียดนาม แต่สิ่งที่ควรทำคือ ดันราคาข้าวให้สูงไว้เหมือนกับกรณีที่กลุ่มโอเปคพยายามดันราคาน้ำมันให้สูง เพราะอดข้าวนั้นตาย แต่อดน้ำมันนั้นไม่ตาย วันนี้รัฐบาลต้องพยายามยืนระยะให้ได้ จากนั้นอีก 2-3 ปีรัฐบาลจึงค่อยมาพิจารณาว่าโครงการรับจำนำข้าวนั้นเป็นไปตามที่คาดหวังไว้หรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ก็ค่อยมาทบทวน

 

'ก่อแก้ว'วอน'ฝ่ายค้าน'เล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์

                            นายก่อแก้ว พิกุลทอง แถลงถึงกรณีที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาเรื่องการอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมาว่า ท่าทีของฝ่ายค้านและส.ว.ฝ่ายแค้นยังคงเล่นเกมการเมืองอยู่ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่ประเทศไทยได้ประโยชน์เต็มๆ และทั้งโลกก็รู้ว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเรื่องเมฆเนื่องจากส่งผลกระทบต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ทั้งนี้ตนอยากเห็นฝ่ายค้านทำงานการเมืองแบบแยกแยะ เรื่องไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศก็อย่าดึงมาเป็นเกมการเมือง และอะไรที่เป็นความถูกต้อง เป็นประโยชน์ก็อย่าดึงมาเป็นประโยชน์ของพรรคตัวเอง แต่ควรที่จะสนับสนุน และสำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของฝ่ายค้านนั้น ก็ไม่อยากให้ออกมาตอบโต้ด้วย

 

'ประชา' ท้า 'ปชป.' รีบยื่นซักฟอกรัฐบาล

                            นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงปลายเดือน ต.ค.ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยในการทำงานตามกติกาประชาธิปไตยแต่หวังว่าจะไม่เห็นภาพเดิมๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์มีพฤติกรรมขาดจริยธรรมทางการเมือง ทั้งนี้ เราอยากให้รีบยื่นเร็วๆ อย่ามัวแต่ข่มขู่ ถ้าพูดเรื่องจริงไม่เคยกลัว กลัวแต่จะเป็นเรื่องโกหก ถ้าแบบนั้นคงต้องปะทะกันหน่อย และถ้ามีการพาดพิงคนนอกสภาฯ พาดพิงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่การพูดถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แบบไม่ถูกต้อง เราจะไม่ยอมแน่นอน

                            อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะตั้งทีมส.ส.ขึ้นมาชุดหนึ่งไว้คอยพิทักษ์รัฐบาล พร้อมกับตรวจสอบฝ่ายค้านในเรื่องฉาวโฉ่ของรัฐบาลที่แล้วด้วย

 

'พท.'อัด'ปชป.'ป่วนปรับครม.ชี้เป็นอำนาจนายกฯ

                              นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาชี้แนะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พิจารณาถึงความเหมาะสมในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า พรรคประชาธิปัตย์ว่างมากหรืออย่างไร ทำไมไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เที่ยวคอยออกมาสาระแน วุ่นวายในสิ่งที่ธุระไม่ใช่ และพูดส่อเสียดในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ทำงานการเมืองแบบคนมักง่าย คอยตีปลาหน้าไซ เพราะการปรับครม. พรรคเพื่อไทยเองก็ยังไม่ทราบว่าจะมีใครเป็นแคนดิเดต

                              “อย่ามาทำลายความน่าเชื่อถือโดยไม่จำเป็น และการปรับครม.เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ควรจะรู้ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องของตัวเองและเรื่องไหนเป็นเรื่องของคนอื่น หรือไม่ก็ควรจะเอาเวลาไปคิดนโยบายที่จะเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชน มาแข่งกับพรรคเพื่อไทยจะสร้างสรรค์กว่า เพราะพรรคเพื่อไทยยังไม่เคยเข้าไปวุ่นวายกับการปรับครม.เงา ของพรรคประชาธิปัตย์เลย ปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์ได้สนุกสนานและสามารถใช้จินตนาการได้อย่างเต็มที่กับครม.เงา” นายอนุสรณ์ กล่าว

                              รองโฆษกฯสำนักนายกฯ กล่าวว่า ผู้ที่มีบทบาทและอำนาจเต็มในการคัดเลือกบุคคล ที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งในครม.จริง คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์แต่เพียงผู้เดียว ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์นั้น อดใจรอสักครู่ พอรู้ว่าใครได้รับการแต่งตั้งค่อยออกมาวิจารณ์ก็ไม่สายเกินไป