ข่าว

หวั่นศก.ไตรมาสแรกยังไม่ต่ำสุดชี้ท่องเที่ยววิกฤติหนัก-หวังแรงหนุนเศรษฐกิจโลกฟื้น

หวั่นศก.ไตรมาสแรกยังไม่ต่ำสุดชี้ท่องเที่ยววิกฤติหนัก-หวังแรงหนุนเศรษฐกิจโลกฟื้น

25 พ.ค. 2552

หวั่นไตรมาสแรกเศรษฐกิจยังไม่ถึงจุดต่ำสุด แม้ติดลบ 5-7% มองไตรมาส 2 ปัจจัยลบฉุดหลายด้าน การผลิตยังไม่กระเตื้อง จับตาไข้หวัด 2009 กระทบรายได้ท่องเที่ยว ชี้ปีนี้วิกฤติหนักสุด หวังเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ช่วยพยุงไทยให้ฟื้นตาม มองการลงทุนภาครัฐช่วยได้ไม่มาก

 ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 น่าจะขยายตัวติดลบ 5-6% แต่ยังไม่ใช่จุดต่ำสุดของปีนี้ เพราะภาพรวมในไตรมาส 2 ยังดูไม่ดี การผลิตลดลง มีวันหยุดมาก รวมทั้งฤดูฝนมาค่อนข้างเร็ว ทำให้การก่อสร้างชะลอตัว นอกจากนี้ เหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็น่าจะกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งอาจทำให้อัตราการขยายตัวไตรมาส 2 ติดลบ 6% กว่าๆ และน่าจะเป็นจุดต่ำสุด ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 และ 4

 อย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ยังเป็นปัจจัยลบที่ต้องจับตา เพราะการแพร่เชื้อค่อนข้างเร็วและจะแพร่เชื้อได้ดีในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย อาจกระทบต่อรายได้จากการท่องเที่ยวอีก โดยปีนี้ถือเป็นปีวิกฤติมากของการท่องเที่ยว เจอทั้งปัจจัยลบในประเทศจากปัญหาการเมือง ไข้หวัดใหญ่ 2009 การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกพร้อมกัน

 ดร.เศรษฐพุฒิกล่าวว่า โดยภาพรวมการจะเห็นเศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวอย่างยั่งยืนหรือไม่ คงต้องขึ้นกับเศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ ซึ่งเศรษฐกิจโลกไม่น่าจะฟื้นเร็ว จากการวิจัยของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) พบว่า ในวิกฤติเศรษฐกิจที่รวมเอาภาคการเงินไว้ด้วยจะใช้เวลาในขาลงประมาณ 7 ไตรมาส และใช้เวลาอีก 6-7 ไตรมาส ในการจะฟื้นกลับมาที่เดิม

 ดร.พิชิต อัคราทิตย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า บริษัทประมาณว่าจีดีพีของไทยในไตรมาส 1 ปีนี้ จะหดตัวประมาณ 7% เป็นมุมมองค่อนข้างลบนิดหน่อย แต่เชื่อว่าจะเป็นจุดที่ต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยแล้ว จากนั้นจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี การใช้จ่ายภาครัฐที่มีออกมาอาจจะน้อยไป แต่จำเป็นต้องทำ ส่วนจะไปหวังผลมากมายนั้นคงไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพิงการส่งออก

 “บลจ.เอ็มเอฟซีมองว่า เศรษฐกิจไทยน่าจะเริ่มฟื้นตัวไปทิศทางของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก โดยเราหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะปรับตัวดีขึ้น เม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ลงไปในโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวของประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่ดีในระยะยาว ส่วนปัจจัยลบที่ยังมีความกังวลคือเรื่องการเมืองและท่องเที่ยว” ดร.พิชิตกล่าว

 ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัย ธนาคารไทยธนาคาร กล่าวว่า คาดว่าจีดีพีไตรมาสแรกหดตัว 3-4% หรืออาจถึง 5% ส่วนไตรมาส 2 แนวโน้มยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากการส่งออกและนำเข้ายังหดตัวอยู่ต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3 ก่อนจะเป็นบวกได้ในไตรมาส 4 ของปี โดยตลอดปีนี้คาดว่าจีดีพีจะติดลบ 2-3% ภายใต้สมมติฐานว่าโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ไม่แพร่ระบาดมากนัก และการเมืองไทยมีดุเดือดเกินไป