ข่าว

'ปู-บุญทรง-โต้ง'ชี้จำนำข้าวได้ประโยชน์

'ปู-บุญทรง-โต้ง'ชี้จำนำข้าวได้ประโยชน์

03 ต.ค. 2555

'ยิ่งลักษณ์'หน้าเครียด ควง'บุญทรง'โต้'ดร.โกร่ง' รัฐบาลไม่พังเพราะจำนำข้าว ชี้'ชาวนา'ได้ประโยชน์ ด้าน'กิตติรัตน์'การันตี'โครงการจำนำข้าว'เป็นผลบวกกับ'ชาวนา'เพิ่มกำลังซื้อ-ศก.ขยับ เชื่อถ้าไม่ดีก็ถูกตำหนิ พร้อมทำอย่างระวังเต็มที่

                3 ต.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ร่วมกันชี้แจงกรณี นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีและกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.)  วิจารณ์เรื่องการจำนำข้าว โดยใช้เวลาสัมภาษณ์เรื่องนี้เรื่องเดียวถึง 8 นาที ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

               น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงเสียงวิจารณ์โครงการรับจำนำข้าวจากนายวีรพงษ์ว่า ต้องชี้แจงเหมือนเดิมว่า โครงการรับจำนำข้าวนั้นรัฐบาลต้องการที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับโดยตรงจากนโยบายนี้ ส่วนที่สองคือ เมื่อมีการจำนำข้าวแล้วก็จะทำให้รายได้ของเกษตรกรสูงขึ้น ซึ่งก็จะกลับมาเป็นภาพสะท้อนในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมานั้นราคาข้าวไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็รู้ดีว่าข้าวไทยเป็นข้าวที่มีคุณภาพ แต่ราคาที่มีการขายออกไปนั้นไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง นโยบายที่ดำเนินการนั้นก็เพื่อต้องการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร การกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อการพยุงราคา

              น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการรับจำนำข้าวที่สูงกว่าราคาท้องตลาดจะทำให้เกิดปัญหาการระบายข้าวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ถ้าเราคำนึงถึงเรื่องการระบายข้าวในประเทศ ก็อาจจะได้ราคาข้าวที่ไม่สูงมากนัก เราจึงใช้วิธีการระบายออกต่างประเทศคือ การขายแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี)ในราคาที่เหมาะสม ดูจากราคาตลาด อย่างไรก็ตามก็ต้องดูปริมาณที่ผลิตภายในประเทศด้วย ทั้งนี้ การระบายออกข้าวไปที่ไหนนั้น เราจะดูจากฐานราคาที่ดีที่สุดเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล และไม่ได้หมายความว่ารัฐต้องการกำไร นอกจากนี้จะต้องคำนึงถึงการบริโภคภายในประเทศด้วยว่ามีจำนวนเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายเนื่องจากปัญหาข้าวเหลือจนราคาตก

                “รัฐบาลจึงพยายามที่จะสร้างความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน รวมถึงราคา ช่วงนี้จึงถือเป็นรอยต่อซึ่งแน่นอนอาจมีผลกระทบบ้าง ซึ่งก็ได้มอบหมายให้ นายบุญทรง นัดประชุมกับผู้ส่งออกข้าวเพื่อที่จะหารือแนวทางในการช่วยเหลือและแก้ไขต่อไป สำหรับข้อห่วงใยต่างๆที่หลายหน่วยงานให้ความคิดเห็นก็ต้องยืนยันว่า ทุกอย่างที่เริ่มต้นก็ย่อมมีปัญหาและอุปสรรคบ้าง เราก็พยายามเก็บข้อมูลต่างๆเพื่อนำไปแก้ไข ตรวจสอบ ทำทั้งเชิงรับและเชิงรุก ก็ต้องขอเวลาที่จะค่อยๆทำงานไป” น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว

                 ทั้งนี้ ส่วนที่นายวีรพงษ์ ระบุว่า โครงการรับจำนำผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่เกษตรกรแต่จะเป็นนักการเมืองและกลุ่มเจ้าของโรงสี ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ก็ต้องดูและต้องถามกับเกษตรกรโดยตรงว่าวันนี้การรับจำนำข้าวนั้นครอบคลุมจำนวนเกษตรกรเท่าไหร่ ถือเป็นจุดหลักมากกว่า ในส่วนของโรงสีนั้นเป็นเพียงกลไกในการทำงานที่เขาจะได้ค่าใช้จ่ายเท่านั้น แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นก็ต้องมีการตรวจสอบ ยืนยันว่า ด้วยนโยบายของรัฐบาลแล้วต้องการให้ประโยชน์ส่งถึงเกษตรกรและชาวนาโดยตรง

                 ส่วนกรณีที่ นายวีระพงษ์ ระบุว่า หากยังเดินหน้าต่ออาจทำให้รัฐบาลพัง เพราะการตรวจสอบการทุจริตค่อนข้างลำบาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ความจริงนโยบายรับจำนำข้าวไม่ใช่การเริ่มนโยบายใหม่ เป็นนโยบายเดิมที่มีมาก่อนแล้วและได้รับการตอบรับจากประชาชน อย่างไรก็ตามก็ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการทำงานร่วมกัน วันนี้ต้องการให้สื่อมวลชนลงไปถามกับเกษตรกรในพื้นที่ว่าโครงการนี้เกษตรกรมีความต้องการอย่างไร และได้รับประโยชน์อย่างไร อยากให้มีการสอบถามไปถึงทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้อง

               “ไม่โกรธนายวีระพงษ์ค่ะ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ห่วงใยได้ เราเองก็มีหน้าที่ชี้แจง วันนี้ถือว่าทุกท่านมีความห่วงใย แต่ก็ต้องทำการอธิบายและลงไปดูความต้องการที่แท้จริง อย่างไรก็ตามข้อเสนอแนะทุกอย่างเราก็พร้อมน้อมรับฟัง แต่รัฐบาลเองก็มีกลไกในการตรวจสอบ” น.ส.ยิ่งลักษณ์  กล่าว

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อมีการระบายเสร็จ ก็เชื่อว่า รมว.พาณิชย์ จะเป็นผู้แถลงทั้งหมด เบื้องต้นเท่าที่ได้รับรายงานก็มีการแข่งขันทั้งด้านของราคา ก็จะมีขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เราได้กลับมาจากการส่งออกนั้น บางส่วนจะมาจากการขายในลักษณะของจีทูจี ก็จะมีการทยอยการส่งมอบ ก็จะโชว์ตัวเลขต่อเมื่อมีการส่งมอบจริง ถึงวันนี้ที่ รมว.พาณิชย์ระบุถึงจำนวนที่จำหน่ายได้นั้นก็เป็นตัวเลขที่มีการตกลง มีสัญญาแล้ว แต่การส่งมอบเป็นการทยอยส่งไม่ได้ส่งครั้งเดียวทั้ง 7 ล้านตัน ซึ่งจะชัดเจนโดยดูได้จากตัวเลขที่กระทรวงพาณิชย์จ่ายเงินกลับคืนเข้าคลังซึ่งจะเป็นรอบๆไป จึงทำให้ไม่เห็นภาพที่ชัดเจนเหมือนปีที่ผ่านมา

                เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ทำความเข้าใจกับนายวีระพงษ์ หรือยัง นายกรัฐมนตรี พยักหน้าแต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

                ส่วนข้อวิจารณ์ที่นายวีระพงษ์ ระบุว่า นโยบายจำนำจะทำลายโครงสร้างข้าวภายในประเทศนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน เพราะข้าวทั้งหมด 30 กว่าล้านตัน รัฐบาลรับจำนำเข้ามาประมาณ 20ล้านตัน ที่เหลือก็อยู่ในมือพ่อค้า

               เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นการขาดทุนกำไรหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ทำหน้างงและสีหน้าไม่สู้ดี ก่อนจะโยนให้ รมว.พาณิชย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเป็นผู้ตอบ โดยนายบุญทรง กล่าวว่า วันนี้ก็ต้องกลับไปดูว่าที่ผ่านมาเป็นโครงสร้างราคาที่ได้มานั้นสะท้อนกับคุณภาพข้าวที่แท้จริงหรือไม่ ข้าวไทยมีคุณภาพดีแต่ราคาที่ขายได้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านนั้นบางครั้งก็ไม่ได้สูงขึ้น รัฐบาลจึงพยายามทำให้ข้าวไทยนั้นกลับเข้าไปสู่ราคาที่เหมาะสมและสะท้อนความเป็นจริง

              ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ออกมายอมรับว่า มีการทุจริตสวมรอยข้าวไทยจะดำเนินการอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการโดยข้อกฎหมาย การทุจริตนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นเฉพาะจุดซึ่งอาจต้องไปดูในรายละเอียด เพราะบางครั้งอาจเกิดจากพฤติกรรมที่มีคนไปใช้ช่องว่างของระเบียบ อย่างไรก็ตามในทุกๆ ข้อมูลของการทุจริตไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของผู้ประกอบการหรือเจ้าหน้าที่ ก็ต้องดำเนินการตามข้อกฎหมาย

              นายบุญทรง กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นหัวหน้าทีมในการตรวจสอบการทุจริต ดังนั้น เรื่องการทุจริตมีการทำอย่างละเอียดอยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนข้อสังเกตที่ว่าไทยไม่สามารถขายข้าวได้เลยหลังดำเนินโครงการจำนำข้าวนั้น ยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ขายไปได้มากแล้วประมาณ 7 ล้านกว่าตัน เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง และที่ฝ่ายค้านระบุว่าตัวเลขการส่งออกกับข้อมูลที่มีการนำเสนอไม่ตรงกัน รวมทั้งระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นการขายข้าวในประเทศไม่ได้มีการส่งออกแต่อย่างใด นายบุญทรง กล่าวว่า การส่งออกวันนี้ตัวเลขเป็นลักษณะการขายระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) ถ้าไม่ได้ทำสัญญาการขายแบบจีทูจีก็ไม่สามารถที่จะขายได้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ก็มีอยู่หลายประเทศที่เป็นคู่สัญญาระหว่างกัน

              ส่วนการดำเนินโครงการจำนำข้าวทำให้เกิดการขาดทุนกำไรหรือไม่ นายบุญทรง กล่าวว่า โครงการดังกล่าวการระบายข้าวจะจบในปีหน้า ดังนั้นตัวเลขที่รัฐบาลต้องรับภาระก็ยังยืนยันว่าอย่างไรก็ไม่มากไปกว่าโครงการที่ทำในปีที่ผ่านมา

             เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจตามมา นายบุญทรง กล่าวปฏิเสธว่า เป็นไปไม่ได้เพราะรอบที่แล้วรัฐบาลก็ใช้เงินไป 8 หมื่นล้านจากโครงการประกันรายได้ ปีนี้ยืนยันว่าไม่เกินกว่านี้แน่นอน

 

"ปู"โวย"พอเเล้วๆ"หลังโดนจี้"ปชป."จ่อซัดรถติดจากนโยบายรถคันเเรก

             น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมพร้อมกับการที่ฝ่ายค้านเตรียมขอยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า “พอแล้ว พอแล้ว”   เมื่อถามถึงกรณีที่เว็บไซต์ของสำนักข่าวบีบีซี จัดอันดับให้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงที่รถติดมากที่สุด 1ใน10ของโลก นับตั้งแต่รัฐบาลไทยใช้นโยบายคืนภาษีรถยนต์คันแรก และคนไทยอยากจะมีรถเป็นของตัวเองเพื่อยกระดับทางสังคม   โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เรื่องรถติดตอบแล้วเมื่อวานนี้ พอแล้ว พอแล้ว”

 

 

"กิตติรัตน์"ย้ำโครงการจำนำข้าว"ชาวนา"ได้ประโยชน์

                    นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวถึงกรณีที่ นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ระบุว่า โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนี้อาจจะทำให้รัฐบาลต้องพังว่า นโยบายต่างๆ ของรัฐบาลไม่ว่า เรื่องจำนำข้าว ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท  เรื่องการจัดตั้งกองทุนให้คนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่างๆได้ ล้วนเป็นนโยบายสำคัญ เพราะฉะนั้นรัฐบาลให้ความสำคัญทุกนโยบาย และการที่บอกว่านโยบายต่างๆถ้าหากทำได้ดีคนก็พอใจก็เป็นเรื่องทั่วไป ถ้าทำได้ไม่ดีก็เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องตำหนิ

                     “จะเห็นได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและครม.ให้ความสำคัญกับการทำงาน กับนโยบายต่างๆ และตอบการดำเนินการต่างๆ ด้วยความชัดเจนเสมอ ยืนยันว่านโยบายจำนำข้าวเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน หากไม่ดีก็คงถูกตำหนิ ดังนั้นต้องทำอย่างระมัดระวังเต็มที่ ผมเชื่อว่าการทำโครงการรับจำนำข้าว เกิดผลบวกแล้วคือเกษตรกรได้ราคาที่ดี ขณะเดียวกันก็เพิ่มกำลังซื้อให้กับชาวนาและทำให้เศรษฐกิจขยับด้วย ทั้งนี้การที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี จะได้ช่วยกันระวังและผมมั่นใจว่าเป็นนโยบายที่ดี และมั่นใจด้วยว่า นายวีรพงษ์ ก็มั่นใจว่าเป็นนโยบายที่ดี ท่านจึงพูดว่าหากทำไม่ดีก็เป็นเรื่องเสียหาย” นายกิตติรัตน์ กล่าว
 
                    ส่วนกรณีที่ นายวีระพงษ์ เป็นห่วงเรื่องการทุจริตการจำนำข้าวนั้น  รองนายกฯ เเละรมว.คลัง กล่าวว่า การแก้ไขและป้องกันการทุจริตไม่ว่าเรื่องใดต้องทำอย่างจริงจัง ไม่เฉพาะเรื่องจำนำข้าว และหากรัฐบาลเอาจริงเรื่องการทุจริต   ความกล้าในการทุจริตก็จะลดลง