
'มาร์ค'ชี้นโยบายจำนำข้าวปัญหาอื้อ!
'อภิสิทธิ์' จี้ รบ.รับความจริง ปม 'จำนำข้าว' ชี้พบปัญหาอื้อ จ่อยื่นซักฟอกปลาย ต.ค.นี้ ซัด ปภ.เรียกเงินเยียวยาน้ำท่วมคืนจากกทม. 700 ล.
3 ต.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีที่นายวีรพงษ์ รามางกูร ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี ออกมาติงโครงการรับจำนำข้าวว่า ตนห่วงโครงการนี้จะสร้างปัญหามาก อยากให้รัฐบาลยอมรับความจริงและต้องทบทวน แต่ทั้งหมดอยากให้รัฐบาลช่วยเกษตรกรด้วยวิธีการที่ไม่สูญเสียมากเท่านี้ และล่าสุดที่ครม.มีมติอนุมัติงบประมาณในการจำนำข้าวเพิ่มอีก ตนก็ไม่แปลกใจเพราะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะทำโครงการนี้ต่อ
เมื่อถามว่าการที่ครม.อนุมัติเงินมาให้ใช้ได้เฉพาะข้าวนาปี แต่ไปไม่ถึงข้าวนาปรัง สะท้อนว่ารัฐบาลมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทำให้โครงการจำนำข้าวต้องไปตายเอาดาบหน้าหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ามันจะสะสมไปเรื่อย เวลานี้รูปธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือปัญหาเรื่องเงินและที่เก็บข้าว ทำให้ชาวนาไม่สามารถเข้าถึงโครงการในหลายพื้นที่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าโครงการมีปัญหา ถือเป็นความรับผิดชอบของพรรคเพื่อไทยเต็มๆ เพราะเป็นคนคิดและทำนโยบายนี้ วันนี้ทำให้ประเทศสูญไปเป็นแสนล้านบาท มีงบประมาณ 1 ใน 3 เท่านั้นที่ไปถึงเกษตรกร อย่างไรก็ตามไม่ควรมีความแตกแยกในเกษตรกรทั้งรายเล็กหรือรายใหญ่ เพราะทุกคนต้องการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่ดี แต่มีวิธีการที่จะเข้าไปช่วยเหลือแตกต่างกันตามเหตุแลผล
ปชป.จ่อยื่นซักฟอก'รัฐบาล' ปลาย ต.ค.นี้
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า คาดว่าจะสามารถยื่นญัตติได้ในปลายเดือน ต.ค.นี้ เพื่อที่จะมีการอภิปรายกันในเดือน พ.ย. เพราะต้องให้เวลารัฐบาลในการเตรียมตัว ส่วนจะอภิปรายเรื่องอะไรบ้างและจะอภิปรายรัฐมนตรีคนไหนบ้างนั้น ไม่ขอเปิดเผย ต้องถามวิปฝ่ายค้าน และการอภิปรายก็คงไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลแถลงผลงาน เพราะรัฐบาลยังไม่มีความชัดเจนว่าจะแถลงผลงานต่อสภาได้เมื่อใด
อัด ปภ.เรียกเงินเยียวยาน้ำท่วมคืนจากกทม.700 ล.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวถึงปัญหาที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทยทวงเงินเยียวยาคืนจากกทม. กรณีเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน ว่า ปัญหาเรื่องเงินเยียวยาเท่าที่ตรวจสอบเป็นเรื่องที่กทม.จ่ายเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์และแนวทางของรัฐบาล เพียงแต่เป็นการจัดทำ 2 รอบ ในรอบแรกที่ตรวจสอบได้มีเงินเหลืออยู่ประมาณ 700 กว่าล้านบาท ต่อมารอบที่สอง กทม.ได้มีการสำรวจเพิ่มเติมผู้ที่ตกหล่นพบว่า ต้องการเงินอีก 1.8 พันล้านบาท จึงใช้เงินที่เหลือ 700 กว่าล้านบาทจ่ายไปก่อน จากนั้นจึงได้ไปขออนุมัติจากรัฐบาลอีก 1.1 พันล้านบาท ซึ่งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ก็พูดทำนองว่าอนุมัติแล้วและกำลังไปดูให้มีการจ่ายให้กทม.จึงไม่น่ามีปัญหาในการเรียกคืน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การที่ปภ.มีหนังสือมาเรียกคืนเงิน 700 กว่าล้านบาทจากกทม.นั้น ก็ต้องเอาเงิน 1.8 ล้านบาทกลับคืนให้กทม.ด้วย เพราะต้องนำไปจ่ายให้กับประชาชน ดังนั้นไม่น่าจะนำมาสร้างให้เป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งทุกอย่างน่าจะเดินหน้าแก้ปัญหาร่วมกัน ก่อนหน้านี้ตนได้คุยกับม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังได้คุยกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ ว่า เวลาฝนตกรถติด อย่ามัวมาทะเลาะกัน ควรลงพื้นที่ร่วมกันช่วยกันแก้ปัญหา ดังนั้นปัญหานี้ก็เป็นเรื่องการจ่ายเงินเมื่อมีหลักเกณฑ์การเยียวยาและต้องจ่ายด้วยความรวดเร็ว เพราะปภ.ก็อนุมัติให้กทม.ช้ากว่าที่อื่น และตนเข้าใจว่าจะต้องไปตรวจสอบดู เพราะจากการฟังข้อมูลในการประชุมครม.เงา พบว่ากทม.ต้องการเงินเพิ่ม 1.8 พันล้านบาท แต่ขอไปเพียง 1.1 พันล้านบาท เพราะถือว่ามีเงิน 700 กว่าล้านเหลืออยู่แล้ว จึงควรทำความเข้าใจตั้งแต่ตอนนั้น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กทม.ก็ต้องทำความเข้าใจกับปภ. ซึ่งตนก็มองไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเป็นเงินที่ต้องจ่ายให้กับชาวบ้านตามหลักเกณฑ์ของรัฐบาล ไม่เช่นนั้นรัฐบาลก็ต้องไปเอาคืนจากชาวบ้าน และการที่ปภ.ออกมาทวงในครั้งนี้ก็ไม่ทราบเหตุผล เพราะการอนุมัติเงินเยียวยาอย่างไรก็ต้องมีหลักฐาน ซึ่งตนได้ให้มีการตรวจสอบอยู่ และการที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เชิญผู้ว่าฯกทม.ไปพบในวันนี้นั้น ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะทำความเข้าใจกันได้ เพราะตนสนับสนุนให้คุยกันและแก้ปัญหาร่วมกัน ขอให้พยายามหยุดเล่นการเมือง เพราะที่ผ่านมาตนเห็นโฆษกและส.ส.พรรคเพื่อไทยยังไม่หยุดในการให้ข่าวเพื่อหวังผลในทางการเมืองเกี่ยวกับกทม. เวลานี้คนในกทม.ก็วิตกกังวลทั้งเรื่องฝนตก รถติด ทุกคนควรช่วยกันแก้ปัญหาจะดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ทราบมาดูเหมือนร.ต.อ.เฉลิม จะไม่พยายามแก้ปัญหาในกทม.แต่จะใช้การเมืองเข้ามากดหัวกทม. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามหลักการกระจายอำนาจ ร.ต.อ.เฉลิม น่าจะเข้าใจดี
เมื่อถามย้ำว่า ถ้ารัฐบาลยังคิดเอาการเมืองนำหน้าการแก้ปัญหาจะเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็จะเป็นความเดือดร้อนของชาวกทม. ซึ่งตนได้เตือนพรรคไปว่าอย่าหลงไปกับการเมืองที่เขาเล่นอยู่ในเวลานี้ด้วย เพราะประชาชนไม่ต้องการอย่างนั้น แต่รัฐบาลก็ยังสร้างประเด็นขึ้นมา ซึ่งจากการที่คุยกับนายปลอดประสพ ก็ถามว่ามีประโยชน์อะไร ในการที่จะมาออกข่าวให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง มีปัญหาตรงไหนก็ร่วมกันแก้ไขซึ่งนายปลอดประสพก็เห็นด้วย ตนก็หวังว่ารัฐบาลจะช่วยประชาชน เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง
เมื่อถามว่านายกฯก็ออกมาพูดว่าจะร่วมกับกทม.ในการแก้ปัญหา นายกฯควรมีบทบาทอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้านายกฯ ช่วยบอกทางฝ่ายรัฐบาลอีกแรง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันได้ว่ามีการคุยกับผู้ว่าฯกทม. และกำชับส.ส.กทม.ไปว่าทำอย่างไรจึงจะร่วมมือกันแก้ปัญหาได้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า ฝ่ายตรงข้ามคงหวังผลทางการเมือง
น.ส. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงภายหลังการประชุมครม.เงา ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีหนังสือมาถึงกทม.เพื่อให้คืนเงิน 700 กว่าล้านบาทที่จ่ายเยียวยาไปให้คนกรุงเทพไปแล้วคืนให้ ปภ. ทั้งที่กทม.เองยังต้องเบิกเพิ่มอีก 1,100 ล้านบาทเพื่อจ่ายให้คนที่ยังไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้รัฐบาลได้กำหนดเงินเยียวยาในการซ่อมแซมบ้านรายละ 2 หมื่นบาท โดย กทม.ได้มีการประมาณการตัวเลขที่ต้องจ่ายเงินเยียวยาให้กับประชาชน 1,900 ล้านบาท แต่จ่ายจริงในช่วงแรก 1,200 ล้านบาท ซึ่งต่อมาประชาชนก็ยังเห็นว่าเป็นการจ่ายที่น้อยกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง อีกทั้งยังมีประชาชนตกสำรวจในครั้งแรก กทม.และจังหวัดอื่นจึงร้องไปยังรัฐบาล ทำให้มีการประชุมร่วมกับนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีต รมว.มหาดไทยเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา และมีมติให้ กทม. นครปฐม อยุธยา ปทุมธานี สำรวจเพิ่มเติมว่ายังมีประชาชนตกสำรวจเท่าไหร่ โดยให้ทำเรื่องอุทธรณ์ให้เสร็จภายใน 31 สิงหาคม 2555 กทม.จึงเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้ยื่นขอเยียวยาในรอบแรก หรือน้อยกว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงมาทำเรื่องขอเพิ่มเติม และส่งรายชื่อไปยัง ปภ.ตามระยะเวลาที่กำหนด
โดยส่วนของกทม.นั้นมีเงินเหลือจากการจ่ายรอบแรก 700 กว่า ล้านบาท จึงได้จ่ายให้กับประชาชนที่มาขอเงินเยียวยารอบสองไปแล้ว แต่ในการสำรวจรอบสองยังต้องใช้เงินอีก 1,100 ล้านบาท ซึ่งนายยงยุทธ ก็รับปากว่าอยู่ในขั้นตอนให้นายกรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณดังกล่าว ตนจึงไม่สบายใจที่กระทรวงมหาดไทยทวงเงิน 753 ล้านบาทจาก กทม. ทั้งที่ต้องจ่ายเพิ่มให้กับ กทม.1.1 พันล้านเพื่อนำไปเยียวยาประชาชน ไม่ใช่มาทรวงเงินที่ได้จ่ายให้ประชาชนไปแล้ว



