
พาณิชย์เล็งถกรับมือนำเข้าข้าวเสรีสกัดข้าวด้อยคุณภาพปนของไทย
พาณิชย์เตรียมจัดประชาพิจารณ์ ถกหามาตรการดูแลนำเข้าข้าวเสรีภายใต้ข้อตกลงอาฟตา เบื้องต้นกำหนด 3 แนวทาง ให้นำเข้าเฉพาะข้าวสาร ใช้มาตรการด้านสาธารณสุข และเปิดให้นำเข้าเฉพาะด่าน คาดสรุปให้ได้ภายในเดือนกันยายนนี้
นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของไทย เพื่อรองรับการเปิดเสรีข้าวภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ อาฟตา ที่จะลดภาษีนำเข้าเป็น 0% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศจะจัดประชาพิจารณ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงมาตรการที่จะใช้ดูแลการนำเข้าข้าว จากประเทศสมาชิกอาเซียน
"กระทรวงพาณิชย์จำเป็นต้องกำหนดมาตรการดูแลการนำเข้า เพื่อป้องกันการนำเข้าข้าวด้อยคุณภาพจากประเทศสมาชิกอาเซียนมาผสมกับข้าวไทย และทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพด้อยลง สร้างความเสียหาย และเสื่อมเสียภาพลักษณ์ได้ อีกทั้งยังเป็นห่วงว่า การนำเข้าโดยเสรี จะมีกระบวนการปลอมปน เพื่อหวังส่วนต่างราคา เพราะข้าวไทยมีราคาสูงกว่าข้าวจากเพื่อนบ้านมาก" นางพรทิวากล่าว
ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ในการประชุมวางมาตรการรับการเปิดตลาดข้าวภายใต้กรอบอาฟตา เบื้องต้นกำหนดออกเป็น 3 แนวทาง คือ 1.เสนอให้นำเข้าเฉพาะข้าวสาร เพราะการนำเข้าข้าวเปลือกปลอมปนง่าย และตรวจสอบยาก 2.จะใช้มาตรการสาธารณสุข ด้านการกักกันโรคพืชตรวจสอบข้าวที่นำเข้า และ 3.เปิดให้นำเข้าเฉพาะด่าน และห้ามเคลื่อนย้ายข้ามเขต ซึ่งทั้ง 3 แนวทางจะนำเสนอในการประชาพิจารณ์ และต้องสรุปผลให้ได้ก่อนการเปิดเสรี 3 เดือน หรือประมาณเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีเวลาเตรียมตัวทำตามมาตรการที่กำหนด
นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ อุปนายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการนำเข้าข้าว เพราะปัจจุบันมีการลักลอบนำเข้าข้าวเมล็ดสั้น ข้าวด้อยคุณภาพ จากเพื่อนบ้านมาผสมกับข้าวไทยอยู่แล้ว ซึ่งกระทบต่อคุณภาพ และทำลายชื่อเสียงข้าวไทยมาก ส่วนการจะกำหนดให้นำเข้าเฉพาะข้าวสารคงไม่ได้ เพราะตามข้อตกลงอาฟตา กำหนดชัดเจนว่า ภาษีนำเข้าข้าวที่จะลดเป็น 0% มี 11 ชนิด ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวขัดสี ข้าวขัดสีบางส่วน ข้าวเหนียว ข้าวหัก ข้าวนึ่ง ข้าวกล้อง รวมถึงข้าวเปลือกด้วย



