ข่าว

'เกมี'มาแล้ว!ไทยฝนตกหนัก5-8ต.ค.

'เกมี'มาแล้ว!ไทยฝนตกหนัก5-8ต.ค.

03 ต.ค. 2555

อุตุฯ คาดพายุโซนร้อน 'เกมี' จะทวีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ช่วงวันที่ 5-8 ต.ค. ปท.ไทยจะมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขณะที่หลายจังหวัดสั่งเตรียมพร้อมรับมือช่วยเหลือปชช.

          เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ต.ค. 55  กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย เรื่อง "พายุ 'เกมี' (GAEMI)" ฉบับที่ 10 ระบุ  เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (3 ต.ค. 2555) พายุโซนร้อน 'เกมี' (GAEMI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 950 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ ละติจูด 15.3 องศาเหนือ และ ลองจิจูด 117.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 95 กม./ชม. โดยเคลื่อนตัวทางทิศใต้อย่างช้าๆ และยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทยในระยะนี้

          คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนามในช่วงวันที่ 5-6 ตุลาคม 2555 จากนั้นจะเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลางของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม 2555 บริเวณประเทศไทยมีฝนหนาแน่นเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ กับมีลมแรง โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกก่อน จากนั้นภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศร้ายในช่วงวันเวลาดังกล่าว สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบน และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

 

 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

 

ภาคเหนือ

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

          มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคกลาง

          มีฝนฟ้าคะนองเป็นกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

 

ภาคตะวันออก

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นประมาณ 1 เมตร

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

          มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

อธิบดีปภ.ยันพร้อมรับมือพายุ 'เกมี'

 

          นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงการเตรียมรับผลกระทบจากพายุเกมี ว่า นายกฯได้สั่งการโดย คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นผู้วิเคราะห์เพื่อแจ้งเตือนภัยโดยจะสั่งการเชิงนโยบาย ส่วนปภ.เป็นสื่อกลางในการนำนโยบายไปปฏิบัติในพื้นที่ โดยปภ.ได้แจ้งไปยังจังหวัดที่มีความเสี่ยงให้ติดตามการเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยา และสั่งการเชิงนโยบายให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงหรือมีแนวโน้มพายุจะพาดผ่าน โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกให้สำรวจจุดเสี่ยงภัย และเตรียมเตือนภัยทางเรือ จุดที่มีโอกาสเกิดดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก โดยปภ.ได้แจ้งเตือนครบทุกจังหวัดที่มีความเสี่ยง ได้ตั้งศูนย์ส่วนหน้าและเตรียมพร้อมสำรวจอุปกรณ์ช่วยเหลือประชาชน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกจังหวัดมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

 

โยธาฯ เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำรับมือ 'เกมี'

 

          นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง กล่าวถึงการจัดทำผังเมืองเพื่อรับมือกับอุทกภัยว่า กรมฯมีแผนที่จะทำผังเมืองต้นแบบเพื่อป้องกันน้ำท่วมเป็นตัวอย่างใน 2 พื้นที่ คือ จ.ภูเก็ต และ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทั้งสองพื้นที่เป็นพื้นที่สำคัญที่มีน้ำท่วมซ้ำซากและเป็นเมืองนานาชาติที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ส่วนสิ่งที่จะทำคือแผนผังเพื่อประกอบการพัฒนาเมืองในการป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยกำหนดถึงสิ่งจำเป็นที่ต้องทำ อย่างไรก็ตามเราจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประชาชนด้วย ซึ่งแผนนี้เมื่อทำเสร็จจะเสนอหน่วยงานที่รับผิดชอบอาทิ กรมชลประทาน กรมทางหลวง ฯลฯ รับไปดำเนินการ 

          ส่วนประเทศไทยจะต้องรับมือกับปริมาณน้ำฝนจากพายุโซนร้อนเกมี ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าวว่า เราได้เตรียมความพร้อมให้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำให้กับหน่วยราชการและท้องถิ่นซึ่งตอนนี้ได้ประสานกับกรมทางหลวงเพื่อนำเครื่องไปติดตั้งไปจุดที่มีน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำเช่นบริเวณถนนวิภาวดีที่อนุสรณ์สถาน นอกจากนี้ เรายังมีทีมเคลื่อนที่เร็วพร้อมนำเครื่องสูบน้ำและเรือกำจัดผักตบชวาไปช่วยในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล หากได้รับการประสานมา นอกจากนี้ ทางกรมโยธาฯจะนำเรือกำจัดผักตบชวาย้ายจากจุดคลองคู่ขนานคลองรังสิตไปติดตั้งที่หมู่บ้านเมืองเอก ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่ตั้งของโครงการสร้างแนวป้องกันน้ำคลองรังสิตฝั่งใต้ที่กรมรับผิดชอบดำเนินการอยู่

 

นครปฐม - น้ำทะลักเข้าท่วมต.บางแก้วสูงกว่าเมตร

 

          น้ำจากคลองบางแก้ว ได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งคลองบางแก้วพื้นที่ ม.1, ม.2 , ม.3 และม.4 สูงกว่า 1 เมตร ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนตำบลบางแก้วต่างออกมาช่วยกันเอากระสอบทรายกั้นน้ำท่ามกลางความมืด แต่มวลน้ำที่ไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้พระครูพิจิตสาระคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแก้ว ต้องเกณฑ์พระลูกวัด และเณรมาช่วยชาวบ้านขนกระสอบทราย เนื่องจากเป็นยามวิกาลไม่สามารถติดต่อใครได้

          ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 กล่าวว่า ขณะที่น้ำไหลทะลักเข้าท่วม ตนได้พยายามติดต่อไปที่ อบต. ตลอดจนอดีตนายกอบต. และสมาชิกอบต. ซึ่งหมดวาระ อยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านเลยสักคน ชาวบ้านจึงได้หันไปพึ่งพระครูพิจิตสาระคุณ เจ้าอาวาสวัดบางแก้ว ให้ช่วยเหลือ ซึ่งทางเจ้าอาวาสก็ได้เกณฑ์พระลูกวัด และเณร มาช่วยชาวบ้าน อีกทั้งเจ้าอาวาส ยังได้ควักเงินส่วนตัวซื้อทรายมาสมทบอีกจำนวน 12 คันรถ ใส่กระสอบแจกชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน

 

ระยอง - เขตทับมา น่าเป็นห่วงฝนตกต่อเนื่อง

 

          นายชุมพล พิชญชัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ ต.ทับมา เป็นปัญหาเรื้อรังยากแก่การแก้ไข เพราะจากการเข้าสำรวจคลองทับมาพบว่า คลองมีลักษณะคดเคี้ยวอ้อมไปมา เป็นเหตุให้น้ำไหลผ่านไม่สะดวก ประกอบกับมีหมู่บ้านจัดสรรเกิดขึ้นบนพื้นที่แก้มลิง ทำให้ไม่มีที่รองรับน้ำที่ไหลมาจาก อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านค่าย ซึ่งเป็นการไหลมาจากทุกทิศทุกทาง ส่วนสาเหตุที่ระดับน้ำสูงขึ้น เนื่องจากฝนตกในพื้นที่ 2 อำเภอ ไม่สามารถสูบน้ำออกจากพื้นที่ได้เพราะระดับน้ำเท่ากัน แนวทางแก้ไขเบื้องต้นได้ประสานกับท้องถิ่นให้ประชาสัมพันธ์ไปยังชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันเตรียมยกของขึ้นที่สูง

 

รองผู้ว่าปากน้ำ มั่นใจน้ำไม่ท่วมนิคมบางพลี 

 

          นายสุรชัย กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน จังหวัดสมุทรปราการได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ใน ต.เปร็ง ต.คลองสวน อ.บางบ่อ ต.บางเสาธง ต.ศีรษะจระเข้น้อย ต.ศีรษะจระเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีน้ำจาก คลองประเวศบุรีรมย์ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางโฉลง และคลองบางเสาธง ล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย จากการระบายน้ำของ กทม.และจากจังหวัดนครนายก สำหรับหมู่บ้านดีสกุลที่ถูกน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์ ไหลเข้าไปท่วม ในขณะนี้ได้ประสาน อบจ.สมุทรปราการ นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่สูอออกแล้ว ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสพอุทกภัย 

          ด้าน นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาชลหารพิจิตร กล่าวว่า มีความมั่นใจ 100% ว่าน้ำจะไม่ท่วม นิคมอุตสาหกรรมบางพลี สนามบินสุวรรณภูมิและย่านเศรษฐกิจของ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากน้ำที่ท่วมอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่น้ำเหนือ เป็นน้ำที่เกิดจากปริมาณน้ำฝน ที่ตกในพื้นที่ กทม.และใกล้เคียง บวกกับน้ำจาก จ.นครนายก เท่านั้น ในขณะนี้ ทางโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาชลหารพิจิตร ได้ทำการสูบน้ำออกทะเลตลอด 24 ชม. เครื่องสูบน้ำจำนวน 122 เครื่อง สามารถใช้งานได้ทั้งหมด ปริมาณน้ำในคลองริมทะเลลดลง 1-2 ซม. สิ่งที่เคยขวางทางน้ำใน ปี 2554 โดยเฉพาะ สะพานใต้ ถ.บางนา-ตราด ที่เคยเป็นคอขวด ในปีนี้ได้มีการขุดลอกไปก่อนแล้วทำให้น้ำไหลดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา ตามคลองสายหลักที่ใช้ระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต คลองจระเข้ใหญ่ คลองบางโฉลง และคลองบางเสา ทางกรมชลประธาน ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ จำนวน 6 จุด จุดละ2 เครื่อง และยังมีหน่วยงานของกองทับเรือนำมาติดเพิ่มให้อีกบางส่วน ที่น่าเป็นห่วงคือวันที่ 6-8 ต.ค.55 ซึ่งเป็นช่วงที่พายุเกมี่พัดเข้าประเทศไทย จะมีปริมาณน้ำฝนมากแต่ก็ยังรับไหว สามารถระบายน้ำลงทะเลได้ทัน หากผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปฝนก็จะตกน้อยลงและเริ่มเข้าสู่หน้าหนาว

 

พิจิตร - น้ำยมเอ่อท่วม อ.โพธิ์ประทับช้าง

 

          สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จ.พิจิตร แม่น้ำยมที่ยังเพิ่มระดับสูงขึ้น เอ่อเข้าท่วมพื้นที่ย่านชุมชนที่พักอาศัยในเขต ต.ไผ่ท่าโพ อ.โพธิ์ประทับช้าง ม.1 และ ม.9 ทำให้มีบ้านเรือนปชช. 35 หลังคาเรือนถูกน้ำท่วมขัง ปชช.ต้องลุยน้ำและใช้เรือในการสัญจร

          ด้านนายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดพิจิตรว่า สถานการณ์น้ำท่วมในแนวริมแม่น้ำยม พื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.วชิรบารมี อ.สามง่าม อ.โพธิ์ประทับช้าง อ.บึงนาราง รวม 6 ตำบล 20 หมู่บ้าน โดยมีพื้นที่ผลผลิตเสียหาย 4-5 พันไร่ 

          สำหรับพายุโซนร้อน 'เกมี' ทาง จ.พิจิตร ได้ ให้ปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าติดตามสถานการณ์ระดับน้ำยม และแม่น้ำน่าน รวมไปถึงน้ำที่มาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ และเทือกเขาวังทอง จ.พิษณุโลก และแจ้งเตือนปชช.แล้ว ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำยมทรงตัว และคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะไม่รุนแรงเหมือนเมื่อปีที่ผ่านมา

          ล่าสุดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม รายงานเบื้องต้น มีพื้นที่ประสบอุทกภัยใน 8 อำเภอ 19 ตำบล 116 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 2,925 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจำนวน 4,870 ไร่ (ข้อมูล กษ.จ. พิจิตร) ถนนลูกรังถูกน้ำท่วมเป็นบางช่วง จำนวน 22 สาย คอสะพาน ชำรุด 1 แห่ง ท่อ คสล. ชำรุด 2 แห่ง ความเสียหายด้านอื่น อยู่ระหว่างการสำรวจ

 

ตาก - พายุกระหน่ำหลังคาบ้านพัง

 

          นายสำรวย วิริยะ นายกเทศมนตรีตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบความเสียหายบ้านเรือนราษฎร ที่บ้านฉลู ตำบลท่าสายลวด หลังจากที่ถูกลมพายุพัดโหมกระหน่ำ จนทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 7 หลังคา และโรงเรียนซีดีซี. ของชาวพม่าอีก 1 แห่ง ซึ่งส่วนมากหลังคาได้รับความเสียหาย ซึ่งได้นำกระเบื้องให้ความช่วยเหลือชาวบ้านเพื่อบรรเทาความร้อนไปก่อน

 

เขื่อนฯ จ.กาญจนบุรี ยังสามารถรับน้ำได้ 

 

          นายบุญอินทร์ ชื่นเชาว์ลิต ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี กล่าวหลังมีกระแสข่าวพายุเคลื่อนที่เข้าไทย ว่า ขณะนี้ก็ได้เฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา เนื่องจากอากาศขณะนี้เป็นแค่ร่องกดอากาศต่ำ เป็นร่องฝนยังไม่มีพายุ หากมีพายุเข้ามาคงต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการระบายน้ำอีกครั้ง เมื่อมีพายุเข้ามาจริง แต่อย่างไรก็ตามมีพายุเข้ามาลูกหนึ่งก็จะมีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 500 ล้านลูกบาศก์เมตร เท่านั้น ตนยืนยันได้ ทั้ง 2 เขื่อนนั้นสามารถรับน้ำได้อีกยืนยันได้ว่าไม่มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนแน่นนอน

          ด้านนายสมศักดิ์ วังวิทยา ประชาสัมพันธ์เขื่อนศรีนครินทร์ กล่าวถึง สถานการณ์น้ำในปัจจุบันของเขื่อนศรีนครินทร์ ข้อมูลล่าสุด 3 ตุลาคม อยู่ที่ระดับ 174.70 เมตรจากระดับสูงสุด ยังสามารถรับน้ำได้อีก จำนวน 2,137.16 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนวชิราลงกรณ อยู่ที่ระดับ 152.35 จากระดับสูงสุด 155 เมตร ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 996.29 ล้านลูกบาศก์เมตร 

          "เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ได้ระบายน้ำลงสู่ใต้เขื่อนต่ำกว่าระดับปกติ ส่วนน้ำที่อยู่ท้ายเขื่อนมีระดับเพิ่มสูงขึ้น ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนบางแห่งนั้น เป็นน้ำฝนที่ตกลงมาก่อนหน้านี้ ไม่ใช่เป็นการระบายน้ำเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด จึงขอชี้แจงสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนได้รับทราบ"

 

พิษณุโลก - คาดบางระกำน้ำในทุ่งแห้งหมด 20 ต.ค.

 

          นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยว่า คาดว่าน้ำที่ท่วมขังในทุ่ง อ.บางระกำ จะลดลงหมดประมาณวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ด้วยการเร่งระบายน้ำจากแม่ยมออกสู่แม่น้ำน่านผ่านคลองระบายน้ำ DR 2.8 และคลอง DR 15.8 .ในอัตราสูงสุด 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้แม่น้ำยมที่ อ.บางระกำ มีความสูง 8.41 เมตร จากที่เคยเพิ่มระดับสูงสุดที่ 9 เมตร เมื่อ 26 กันยายน 2555 ส่วนพื้นที่ทางเหนือ อ.บางระกำ ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาก่อน ได้แก่ ต.วังวน ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม น้ำที่ท่วมได้แห้งหมดแล้ว ยังคงเหลือ ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม และ ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก ยังมีน้ำท่วมขังในนาข้าว คาดว่าอีก 1 สัปดาห์พื้นที่เหล่านี้จะแห้งหมด และชาวนาจะเริ่มทำนาปรังรอบแรกได้ทันทีในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ 

          ขณะที่พื้นที่บ้านเรือนปชช.ที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยม ที่ถูกน้ำท่วมขังบริเวณบ้าน ได้แก่ บ้านวังกุ่ม ม.15 ต.บางระกำ เชิงสะพานข้ามแม่น้ำยม ชุมชนปากคลอง ในเขตเทศบาลตำบลบางระกำ แม้ว่าแม่น้ำยมจะลดระดับลงมาก แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นถนนสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เนื่องจากมีการเตรียมตัวรองรับฤดูการน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี และหลายครอบครัวที่อพยพมาสร้างเพิงพักชั่วคราว ริมถนนสายพิษณุโลก-บางระกำ และเริ่มเก็บสิ่งของกลับไปไว้ที่บ้านตามเดิมแล้ว

 

ชาวบ้านระนอง ทยอยซื้อสินค้าจำเป็นตุนรับมือฝนตกหนัก

 

          นายวิชัย ศรีเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางหิน อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากการที่ทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 อำเภอของ จ.ระนอง ให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักในช่วงระหว่างวันที่ 5-9 ต.ค. ปรากฏว่า ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยในเขตพื้นที่เสี่ยงภัยใน 5 หมู่บ้าน ของ ต.บางหิน ได้ทยอยออกมาซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นเพื่อกักเก็บตุนไว้ใน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้เนื่องจาก ต.บางหินและพื้นที่ อ.กะเปอร์ จะประสบภัยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก บ่อยครั้งในระยะหลัง รวมถึงประสบปัญหาเส้นทางคมนาคมเข้าหมู่บ้านชำรุดจากเหตุฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก จึงทำให้ชาวบ้านตื่นตัว

          ทั้งนี้ได้มีการกำชับให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. ในช่วงระยะวันแจ้งเตือนดังกล่าว สำหรับอำเภอให้แจ้งเตือนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม และให้อำเภอจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ เพื่อเตรียมพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที