
'สุขุมพันธุ์'เรียกถกด่วนรับมือพายุ'เกมี'
'สุขุมพันธุ์' เรียก 'ผอ.เขต' ประชุมด่วนรับมือพายุ 'เกมี' ระบุสั่งเตรียมพร้อมเต็มที่ แนะเจ้าหน้าที่แจงหากถูกกล่าวหาไม่ลอกท่อ
3 ต.ค.55 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้เรียกประชุมผู้อำนวยการเขตทั้ง 50 เขต เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย โดยกล่าวว่า ในวันที่ 6- 7 ต.ค.นี้ พายุเกมีจะเข้าประเทศไทยโดยเข้างด้านล่างของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะมีผลกระทบกับต่อกทม.ถึงร้อยละ 80 กทม.จึงได้ติดตามสถานการณ์ของพายุเกมีอย่างใกล้ชิด โดยในเว็บไซต์ของสำนักการระบายน้ำ (สนน.) http://dds.bangkok.go.th จะมีอัพเดตสถานการณ์ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ยังระบุด้วยว่า ทั้งนี้ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของสำนักและเขต เตรียมพร้อมทั้งเครื่องมือและบุคลากร โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมความพร้อมล่วงหน้า และสำหรับพื้นที่ในหมู่บ้านและชุมชนบางจุดทีมีน้ำท่วมขัง ให้เขตเข้าไปช่วยเหลือแก้ไข หากขาดเครื่องมือและบุคลากรให้แจ้งเข้ามาส่วนกลางจะมีการจัดสรรไปช่วยเหลือทันที
สำหรับเขตที่มีชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ 27 ชุมชนนั้น ก็ให้เขตเข้าไปดูแล เตรียมความพร้อมเต็มที่ ส่วนเขตที่อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา ขอให้ตรวจสอบแนวคันก้นน้ำ หากมีสิ่งใดผิดสังเกตให้รีบแจ้งสนน.ให้เร่งแก้ไข พร้อมกันนี้อยากเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกับประชาชน กรณีรถเสียในช่วงที่ฝนตก เพราะจะส่งผลให้เกิดรถติดมาก นอกจากนี้ จะมีการแจกจ่ายเสื้อ 1 แสนตัวในการสวมใส่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ของกทม.ทุกคน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนต้องการให้เจ้าหน้าที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ถ้ามีหน่วยงานอื่นเข้าช่วยเหลือก็ต้องต้อนรับ แต่หากหน่วยงานอื่นพูดพาดพิง ว่ากทม.มีความบกพร่องในการทำงาน ขอให้เจ้าหน้าที่พูดความจริง หากจุดใดที่มีบุคคลกล่าวหาว่ายังไม่ลอกท่อระบายน้ำ ถ้าลอกแล้ว ก็ต้องบอกว่าลอกแล้ว ขอให้ข้าราชการอย่าหวั่นไหว ถ้าเราได้ดำเนินการแล้วก็ให้ยืนยันตามความเป็นจริง ไม่ใช่แค่เพื่อตนเอง แต่เพื่อองค์กรด้วย ถ้าไม่พูดความจริงองค์กรจะเสียหาย ขอให้ข้าราชการตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ตนรู้ว่าข้าราชการทำงานหนัก ฝนตกน้ำท่วมสามารถระบายน้ำได้ไม่เกิน 2-3 ชม.แต่ก็ยังถูกวิพากวิจารณ์ จึงขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนว่าการให้พื้นที่ในการวิพากษ์วิจารณ์แล้ว ควรให้พื้นที่ให้กทม.อธิบายชี้แจงด้วย
ม.ร.ว.สุขุมพันธ์กล่าวด้วยว่า ตนมีความเป็นห่วงประชาชนนอกแนวคันกั้นน้ำฝั่งตะวันออก เนื่องจากทราบว่ารัฐบาลจะมีการระบายน้ำผ่านพื้นที่ดังกล่าว กทม. จะประสานร่วมกับกรมชลประทานและจ.สมุทรปราการ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ทั้งนี้จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ และรายล้อมไปด้วยคลอง จากเดิมเมื่อ 20 ปี เป็นจุดที่ระบายน้ำไปได้เนื่องจากยังไม่มีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยมากนัก แต่ปัจจุบันมีประชาชนมาอยู่อาศัยมากขึ้น การหาวิธีแก้ไขอย่างยั้งยืนเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด พื้นที่ในและนอกแนวคันกั้นน้ำอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแนวทางแก้ไขคือการสร้างเขื่อนและอุโมงค์ กทม.จะประสานและหารือกับรัฐบาลในเรื่องนี้



