
'ประยุทธ์'ชี้'ปู'ห่วงไฟใต้หวั่นต.ค.เดือด
'ประยุทธ์'เผย'ยิ่งลักษณ์'ห่วงไฟใต้ หวั่น ต.ค.เดือด ลั่นโจรใต้หมด ถ้าปชช.ร่วมมือแจ้งข่าว วอนครูอยู่ในกฏกติกา รปภ.ของทหาร พร้อมพิจารณา'ดีเอสไอ'ส่งหนังสือขอตัวทหารสอบคดีแดง
3 ต.ค 55 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางลงพื้นจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.รมน.ได้สั่งการ 2-3 เรื่องในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่า เดือน ต.ค.ที่มีเหตุการณ์สำคัญจึงอยากให้ระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงการแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในเรื่องที่ผู้ก่อความไม่สงบขู่ให้ปิดตลาดนัดในช่วงวันศุกร์ ซึ่งตนสั่งการให้ พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าไปดูแล เพราะครั้งนี้เขาใช้ความรุนแรง โดยเอาเหตุการณ์ที่สายบุรี จ.ปัตตานี มาข่มขู่ว่า หากใครขายของจะเกิดอันตราย ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น และต้องไปลงโทษ และประณามโจรให้มาก เพราะไม่ได้หวังดีต่อประเทศชาติ เพราะทำร้ายคนทุกประเภท
“ประชาชนจะฝากชีวิตกับพวกนี้ได้อย่างไร ทำมาหากินยังห้าม ไปไหนมาไหนก็ไม่ปลอดภัย ดังนั้นอย่าไปร่วมมือกับโจร และแจ้งเจ้าหน้าที่ หากแจ้งเจ้าหน้าที่ ต่อไปสถานการณ์คงจะดีขึ้น ถ้าทุกคนมัวแต่กลัว และไม่บอกเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อถึงเวลาสูญเสีย เสียหาย ก็โทษเจ้าหน้าที่ ผมว่ามันไม่ถูกต้อง ถ้าทุกคนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และบอกว่า โจรพวกนี้อยู่ที่ไหน ผมว่าเดี๋ยวก็หมด และขอร้ององค์กรสิทธิมนุษย์ชนต่าง ๆ ที่ได้รับเงินสนับสนุนภายนอกจะต้องระมัดระวัง เพราะบางทีขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ทำให้เสียโอกาส การจะทำให้พื้นที่ปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ มีปัจจัยอยู่ 2-3 ประการ คือ ความพร้อมของคน และความเพียงพอยุทโธปกรณ์ในการเฝ้าตรวจ การแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็วคือการใช้กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมกับทุกคน รวมถึงการสร้างความเข้าใจว่า ทุกคนไม่ว่า เชื้อชาติไหน คือ คนอย่าเอาอดีตมาเป็นปัจจัยสู้รบกัน วันนี้ทั้งโลกเราอยู่กันอย่างสันติ ไม่มีประเทศไทยไหน ที่ไม่สามัคคีแล้วเจริญเติบโตได้” ผบ.ทบ.กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งไว้ตั้งแต่ทรงเริ่มเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้วว่า ทุกศาสนาอยู่ได้ในประเทศไทยแบบเท่าเทียมกันหมด ทหารทุกคนเข้าใจประเพณีของพี่น้องคนในพื้นที่อยู่แล้ว ส่วนการรักษาความปลอดภัยครูไม่จำเป็นต้องปรับแผน เพราะปัญหาอยู่ที่ว่า ครูอยู่ในกรอบของแผนการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่หรือไม่ จากการสำรวจพบว่า ปัญหาเกิดขึ้นระหว่างที่ครูออกนอกเส้นทาง ดังนั้น ขอทำความเข้าใจกับครูว่า ทุกอย่างยังดูแลได้ ขอร้องให้อยู่ในกติกาในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ ส่วนกรณีที่สมาพันธ์ครูในพื้นที่ภาคใต้อยากให้กองทัพจัดชุดรักษาความปลอดภัยตามเส้นทางต่าง ๆ นั้น ทหารทำอยู่แล้ว แต่คงไม่ได้เอาทหารไปยืนตามไหล่ทาง เพราะไม่มีกำลังเพียงพอ เนื่องจากมีงานมากมาย หากทุกคนหวังว่าจะให้เจ้าหน้าที่อย่างเดียวจะทำให้ปลอดภัยเป็นไปไม่ได้ ถ้าทุกคนมองว่าธุระไม่ใช่ และไม่ช่วยกันดูแลเฝ้าระวังคงแก้ไขไม่ได้ และหากทหารไม่ดูแลเหตุการณ์จะยิ่งกว่านี้
พิจารณา”ดีเอสไอ”ส่งหนังสือขอตัวทหารสอบคดีแดง
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเษ(ดีเอสไอ) ได้ทำหนังสือถึงกองทัพเพื่อขอนำตัว ผบ.ร้อย กับ ผบ.พันไปสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ว่า ยังไม่เห็นหนังสือ หากจะทำหนังสือก็มา ตนจะพิจารณาอีกครั้งว่า จะทำอย่างไร ซึ่งเมื่อทำหนังสือมาเราก็พิจารณา เพราะมีกฎหมาย กติกาอยู่ ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย อะไรที่พูดคุยกันได้ต้องมาพูดคุยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน และต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ในการทำงานที่ไม่คาดหวังให้ใครบาดเจ็บล้มตาย ซึ่งต้องมาหาข้อเท็จจริงกัน



