ข่าว

พ่อ2ผัวเมียยื่นหนังสือร้อง'สัก'ช่วย

พ่อ2ผัวเมียยื่นหนังสือร้อง'สัก'ช่วย

03 ต.ค. 2555

พ่อ 2 ผัวเมียถูกอุ้ม ยื่นหนังสือร้อง'สัก'เพื่อขอรับการช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย หลังลูกชาย-ลูกสะใภ้ หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

              เมื่อเวลา 10.00 น. นายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดาของนายสามารถ นุ่มจุ้ย เจ้าของไร่สัปปะรด อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปพร้อมกับนางอรสา เกิดทรัพย์ ภรรยา เมื่อปี 2552  เข้าพบ นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ โดยได้นำเอกสารขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับการหายตัวของบุตรชายและลูกสะใภ้ตามที่ปรากฏเป็นข่าว และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ตีพิมพ์ภาพโครงกระดูกที่มีเสื้อยืด สกรีนหมายเลข 20 แต่ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอปรากฏว่าเป็นศพชาวพม่า มอบให้แก่ นายสัก นายกสภาทนายความ ไว้ประกอบการพิจารณาด้วย

              นายสัก  กล่าวว่า ยินดีให้ความช่วยเหลือเพราะเป็นหน้าที่ของสภาทนายความที่จะให้ความช่วยเหลือและให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ที่ผ่านมาสภาทนายได้ส่งทีมทนายความตรวจสอบข้อมูลแล้วระดับหนึ่งซึ่งคดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ขณะที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐานทางคดี หลังจากนี้สภาทนายความจะตั้งคณะทำงานเข้าไปรวบรวมข้อมูลและให้ความช่วยเหลือทางคดี ขณะที่การรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแต่ทางสภาทนายความก็จะเข้าไปติดตามว่ามีส่วนใดที่ขาดตกบกพร่องยังไม่สมบูรณ์ก็จะช่วยเหลือสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

             “ ยืนยันว่าการทำหน้าที่ของสภาทนายความ เรายึดหลักให้ความเป็นธรรมและเป็นกลางกับทุกฝ่าย ไม่มีธงอย่างแน่นอนโดยจะทำการตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างให้ถูกต้องเสียก่อน ดังนั้นเวลานี้ยังไม่ได้ให้คำแนะนำกับนายสว่าง ” นายสัก กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่า หากไม่พบศพหรือโครงกระดูกของ 2 สามีภรรยา จะกระทบต่อรูปคดีอย่างใดหรือไม่ นายสัก นายกสภาทนายความ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่จะต้องรวบรวมหลักฐานให้ได้เพื่อนำไปสู่การนำตัวผู้กระทำความผิดมาสู่กระบวนการ ส่วนที่มีการตรวจพิสูจน์โครงการกระดูกถึง 2 ครั้งของโรงพยาบาลจุฬา ฯ ถือว่าเป็นเรื่องปกติของทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเสียอีกว่าการตรวจพิสูจน์ครั้งที่ 2 จะช่วยยืนยันการตรวจพิสูจน์ครั้งแรก โดยผู้ต้องหาคดีนี้เป็นถึงนายตำรวจระดับสูง หากมีหน่วยงานกลางที่เข้ามาร่วมตรวจพิสูจน์ย่อมจะทำให้สังคมไม่รู้สึกเคลือบแคลงสงสัย

            ด้านนายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดาของนายสามารถ กล่าวว่า ต้องการขอให้สภาทนายความช่วยเหลือด้านคดี ให้คำปรึกษาและต่อสู้คดี เนื่องจากเกรงว่าหากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการตรวจพิสูจน์โครงกระดูก หรือหากไม่พบโครงกระดูก รูปคดีอาจจะเปลี่ยนแปลงและเกรงว่าจะเกิดปัญหาได้ จึงอยากให้สภาทนายความเข้ามาช่วยดูแล รวมถึงคดีที่ตนเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายพลเทพ สุวรรณวิเชียร ทนายความของ พ.ต.อ. นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ข้อหาหมิ่นประมาท ฯและส่วนอื่นด้วย เนื่องจากทนายความให้ข่าวกล่าวอย่างไม่เป็นธรรมในทางที่ทำให้ตนและครอบครัวเสียหายตลอด และยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกกังวลมาก ว่าคดีจะออกไปในทิศทางไหน ซึ่งโครงกระดูกที่ขุดพบแล้วตรวจพิสูจน์ว่าไม่ใช่บุตรชายของตน ทั้งที่เสื้อยืดที่พบเป็นเสื้อที่ตนซื้อให้ ส่วนรถกระบะของลูกสะใภ้ ที่เป็นพยานหลักฐาน ก็มีพยานบุคคลเห็นว่ามีผู้ขับรถเข้าไปจอดไว้ในบ้าน อย่างไรก็ดีตนทราบว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานไปยังทางการพม่า เพื่อจะหาหลักฐานตรวจสอบให้ได้ว่า ศพทั้ง 3 รายที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจได้ตรวจพิสูจน์มาแล้วนั้น เป็นใคร

             " สำหรับนายสุเทพ พี่ชายของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ตนก็เพิ่งรู้จักเมื่อมีการให้เบาะแสเกี่ยวกับรถกระบะ ส่วนที่มีผู้ตั้งสังเกตว่าไร่ของหมอเคยเป็นสุสานเก่านั้น ตนยืนยันว่าไม่ใช่แน่นอนเพราะเจ้าของที่ดินเดิมที่หมอซื้อมา ปัจจุบันเจ้าของก็ยังอยู่" นายสว่าง กล่าว

 

ไร่"หมอสุพัฒน์"เงียบเหงา

              เมื่อเวลา 11.00น. ขณะที่ไร่ของพ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ พบไม้ไผ่กั้นขวางประตูทางเข้าและบรรยากาศรอบๆ เงียบเหงาไม่มีการเคลื่อนไหว ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างปกติ เนื่องจากทาง พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผกก.สภ.ท่าไม้รวกและตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่มีใครอยู่  เพราะติดราชการจึงหยุดการค้นหาศพ 2 สามีภรรยา และคาดว่าในวัน 4 ต.ค. จะมีการสูบน้ำออกจากบ่อน้ำ