
'ปู'มอบ7ข้อตร.ย้ำต้องเป็นที่พึ่งปชช.
'ยิ่งลักษณ์'ขอบคุณตำรวจหนุนงานรัฐบาล มอบ 7 นโยบาย ย้ำต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน สั่งงานเน้น ปราบยาฯ ค้ามนุษย์ จราจร น้ำท่วม โวรัฐบาลรับปากดูแลสวัสดิการ ด้าน'สุกำพล'เชื่อ'ผบ.ตร.'เข้าพบทำสัมพันธ์ทหาร-ตร.กลมเกลียว
3 ต.ค.55 เมื่อเวลา 09.00น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีปิดการสัมมนามอบนโยบายการบริหารราชการของตำรวจประจำปีงบประมาณ 2556 ที่ห้องประชุมบุณยะจินดา สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีข้าราชการตำรวจระดับผู้บังคับการ ผู้บัญชาการ และผู้บริการระดับตร. เข้าร่วมสัมมนาจำนวน 347 นาย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านที่สนับสนุนภารกิจของรัฐบาลมาอย่างดีตลอด 1 ปีที่ผ่านมา อาทิ การป้องกันและปราบปรามยาเสพติด การแก้ปัญหาอาชญากรรม การดูแลประชาชน และการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ซึ่งปีนี้ต้องการความช่วยเหลือย่างมากในการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังและการจราจรติดขัดที่ต้องทำงานร่วมกับกทม. และกระทรวงคมนาคม ทั้งในส่วนของพื้นที่กทม.และปริมณฑล ซึ่งสัปดาห์จะมีฝนตกหนักก็ต้องปฏิบัติภารกิจนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ขอฝากบางประเด็นที่อยากจะเน้นย้ำ เรื่องแรกคืออยากเห็นความหนักแน่นของการปราบปรามยาเสพติด อยากเห็นการป้องกันและการบำบัดทำงานควบคู่กัน การทำงานแบบคู่แฝดระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้การ ป้องกันตั้งแต่เยาวชนและกลุ่มเสี่ยง ขณะที่การปราบปรามจะเป็นส่วนสุดท้าย แต่ถ้าแก้ตั้งแต่ต้นทางจะช่วยแก้ปัญหาได้ และในระดับภูมิภาคจะนำไปหารือกับอาเซียน ส่วนแนวชายแดนจะสนับสนุนอาชีพอื่น หวังว่าจะเห็นการทำงานต่อเนื่อง และต้องย้ำว่าผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องบำบัดรักษา
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่อยากฝากเรื่องที่ 2 คือ การป้องกันและปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การพนัน แหล่งอบายมุข การมอมเมาเยาวชน ขอให้ตรวจตราพื้นที่ ทำงานเคร่งครัดและมีมาตรการชัดเจนเพื่อให้ภาพรวมเกิดเอกภาพ เรื่องที่ 3. คือ ต้องการเห็นการทำงานที่ทุ่มเท ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการซื้อขายตำแหน่ง เพราะอยากเห็นผู้เข้ามารับผิดชอบด้วยความเต็มใจเสียสละในการดูแลประชาชน และข้าใจในการแก้ไขปัญหา และสะท้อนปัญหาที่ทันต่อเวลาด้วย
4.เรื่องการแก้ไขปัญหาจราจร เพราะเป็นช่วงที่มีฝนค่อนข้างมาก ก็มีการตั้งศูนย์บัญชาการบูรณาการกัน ที่สตช. จะทำงานร่วมกับกระทรวงคมนาคม และบูรณาการการแก้ปัญหาอุทกภัยแบบซิงเกิ้ลคอมมานด์ควบคู่กับการจราจรด้วย ซึ่งเดือนนี้จะมีปริมาณน้ำฝนเข้ามามาก และกทม.เป็นพื้นที่ปลายน้ำที่ต้องการเร่งระบายอย่างรวดเร็ว ดังนั้นต้องช่วยสอดส่องขยะมูลฝอย และสิ่งขวางทางน้ำทั้งหลายด้วย 5.งานด้านการข่าว อยากให้มีความเข้าใจในพื้นที่ และให้รายงานเข้ามาถึงส่วนกลางอย่างเป็นระบบ โดยมีการกรองข่าวและวิเคราะห์ข่าว ตนต้องการเห็นศูนย์ข่าวทำงานตลอดเวลา โดยเฉพาะพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้ประสานงานกับสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จะทำให้แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็วทันกับเวลา
อีกทั้ง 6.ต้องการเห็นผู้บังคับบัญชา นำเอาหลักการบริหารที่ดีควบคู่กับเทคโนโลยีมาเสริม รวมทั้งต้องการเห็นเสาหลักอย่าง ผู้ว่าฯ และผู้การฯ ทำงานแบบบูรณาการ เดินไปคู่กัน เพื่อดูแลความสงบความมั่นคง และความปลอดภัย และ 7.อยากจะเสริมเรื่องการเรียนรู้ตลอด อยากเห็นการพัฒนาบุคลากร ในสตช. เพราะท่านรับภารกิจหลายอย่าง อยากเห็นการฝึกงานการทำงานเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ควบคู่กัน รวมทั้งเราต้องเตรียมพัฒนาเรื่องขอภาษา เทคโนโลยีที่เข้ามา จึงฝากให้หน่วยงานในการพัฒนาและดูหลักสูตรว่าต้องเรียนรู้จากองค์ความรู้ของนานาประเทศ จะได้ประยุคใช้กับบ้านเราได้ ซึ่งตนไปดูงานที่อเมริกา ที่เมืองนิวยอร์คเป็นเมืองใหญ่ เขาใช้เทคโนโลยีในการดูแล ที่จะทำให้เกิดซิงเกิลคอมมานด์ มีการติดตั้ง CCTV การควบคุมยานพาหนะ ร่วมกับซอฟแวร์ในการติดตาม จะทำให้เราเข้าถึงข่าวสารในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชน คิดว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการติดตามแก้ไขปัญหาและปราบปรามผู้กระทำผิด ทั้งอินเตอร์เน็ต สื่อต่างๆจะทำให้การป้องกันและปราบปรามที่เกี่ยวข้อง มี เครื่องไม้เครื่องมือ ที่รัฐบาลพร้อมสนับสนุนเพื่อกลับมาใช้ดูแลประชาชน
" ปี2558 เป็นปีที่ประกาศก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จึงขอฝากประเด็นนี้ในการทำเวิร์คช็อปร่วมกันว่าจะปรับตัวอย่างไร รวมถึงฝากดูแลนักท่องเที่ยว ให้เขารู้สึกสบายใจและปลอดภัยในการบริการ ให้เขารู้สึกว่าอบอุ่นแล้วจะกลับมาบ้านเราอีก และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ สวัสดิการ ความเจริญก้าวหน้าของอาชีพ เราก็ต้องดูแลตำรวจทั้งเรื่องสวัสดิการ กำลังใจ ถ้าเราทุกคนมีความสุขเราก็จะสร้างความสุขให้กับคนอื่นได้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าว
“สุกำพล”เชื่อผบ.ตร.เข้าพบทำสัมพันธ์ทหาร-ตร.กลมเกลียว
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินทางเข้าพบของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านว่า เป็นสิ่งดีที่ได้มาพบ เพราะตำรวจเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคง ซึ่งต่อจากนี้ไปตำรวจจะเข้ามาร่วมกับทหารด้วยในเรื่องความมั่นคง โดยเราจะกลมเกลียวขึ้น ไปในทางเดียวกัน คิดต้องเหมือนกัน การทำงานจะต้องสอดคล้องกันหมด โดยตำรวจก็ได้มาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ ซึ่งเรื่องสถานการณ์ระเบิดในภาคใต้ ตนขอร้องว่า อย่าประชาสัมพันธ์ให้ฝ่ายโน้นมากนัก วันนี้คงต้องสู้กันหนักหน่อย ขอให้กำลังใจทหารด้วย ทั้งนี้ตนได้บอกกับ ผบ.ทบ.ว่า ให้บอกผู้สื่อข่าวบ้างกรณีที่จับกุมผู้ก่อความไม่สงบในเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ มิเช่นนั้นจะลงข่าวให้ฝ่ายผู้ความไม่สงบอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดี
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า เป็นการพบกันในฐานะ ผบ.เหล่าทัพ ถือว่า ท่านมาให้เกียรติ แม้ว่า ท่านจะเป็นรุ่นน้องตน 2 ปี แต่โดยปกติได้พูดคุยกันอยู่แล้ว ตนชื่นชมและขอบคุณ รวมถึงบอกในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้วยกัน ถ้าไม่ให้เกียรติซึ่งกันและกันแล้วใครจะให้ ถือเป็นคำชมเชยจากข้าราชการด้วยกันที่มีคุณค่า ทั้งทหาร ตำรวจ ซึ่งเป็นคำชมที่จริงใจ เพราะเราเป็นทหาร และเป็นสุภาพบุรุษด้วยกัน รวมถึงการพูดคุยความร่วมมือที่มีต่อกัน ต้องร่วมมือกันเพราะเป็นข้าราชการของประชาชนต้องดูแลประชาชนให้เกิดความสงบสุขปลอดภัย



