
ดังทั่วโลก!'กาบัง'หมาฮีโร่ช่วยเด็ก
โด่งดังไปทั่วโลก "กาบัง" หมาฮีโร่แห่งเมืองฟิลิปปินส์ กระโดดขวางรถจักรยานยนต์ช่วยชีวิตเด็กน้อย 2 คน ถูกซี่ล้อบดจมูกและกรามหายไป หลังจากองค์การสวัสดิภาพสัตว์ฯ ระดมทุนช่วยเหลือ "กาบัง" อาจจะได้จมูกใหม่
ราวต้นปีที่ผ่านมา ทั่วโลกได้รู้จัก "กาบัง สุนัขฮีโร่" ที่ถือกำเนิดขึ้นอีกตัว หลังจากที่มันสร้างวีรกรรมแบบเอาชีวิตเอาแลก เข้าขวางรถจักรยานยนต์ที่ขับมาด้วยความเร็วสูง และกำลังพุ่งเข้าชน 2 เด็กหญิงชาวฟิลิปปินส์ ทำให้ซี่ล้อรถบดขยี้จมูกของมันจนกรามบนแหลกละเอียด แต่มันก็ยังมีชีวิตอยู่จนทุกวันนี้ แม้วันที่เกิดเหตุสัตวแพทย์ตัดสินใจจะใช้วิธีการุณยฆาต ให้มันหลุดพ้นจากความทรมาน แต่เจ้าของได้ขอชีวิตมันไว้ แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น "กาบัง" รอดตาย กลับมามีชีวิตปกติ ร่าเริง เหมือนสุนัขปกติทั่วไป แถมตอนนี้ มันยังมีลูกๆ น่ารักอีกหลายตัว
วีรกรรมของกาบังเป็นที่โจษจันไปทั่วโลก มีสื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวเกี่ยวกับมัน มีผู้คนมากมายสมทบทุนช่วยให้มันมีชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่าบาดแผลที่บริเวณใบหน้าของมันจะหายดีแล้ว แต่ก็ยังกังวลกันว่า มันอาจจะติดเชื้อได้ จึงจำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ล่าสุด องค์กรความร่วมมือเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ มีการระดมทุน เพื่อจะพาเจ้ากาบังและครอบครัวไปรักษาตัวที่ประเทศอเมริกา ที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเดวิส ซึ่งอาจมีการเตรียมทำจมูกใหม่ให้เจ้ากาบัง สุนัขฮีโร่ตัวนี้
ส่วนในเมืองไทย เรื่องราวของเจ้ากาบังเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากคุณ "OVER" จาก www.dogilike.com ได้โพสต์เรื่องวีรกรรมของเจ้ากาบังผ่านเว็บบอร์ดว่า เจ้ากาบัง(Kabang) ได้สูญเสียใบหน้าขณะช่วยชีวิตเด็กน้อย 2 คน เหตุเกิดที่ประเทศฟิลิปปินส์
เรื่องมีอยู่ว่าหนูน้อย Dina Bunggal อายุ 11 ปี และ Princess Diansing วัย 3 ขวบ กำลังเดินข้ามถนนพร้อมกับเจ้ากาบัง สุนัขของที่บ้าน ขณะนั้นได้มีรถจักรยานยนต์ได้วิ่งมาด้วยความเร็วสูง เจ้ากาบังตัวนี้ได้กระโดดเข้าขวาง เพื่อที่ไม่ให้เด็กๆ ได้รับอันตราย ส่งผลให้จมูกของเจ้ากาบังติดอยู่ในซี่ล้อรถ
เจ้ากาบังได้รับการรักษาจนหายด้วยยาปฏิชีวนะ สามารถใช้อุ้งเท้าในการตักกินอาหาร และกลับมาร่าเริงเหมือนเดิมอย่างกับตัวเองเป็นลูกสุนัขเล็กๆ ที่ชอบมากก็คือเจ้าของพูดว่า “It does not matter if she’s ugly now. What is important to us is she saved our children and we cannot thank her enough for that” มันไม่สำคัญว่าเธอจะน่าเกลียดแค่ไหนในขณะนี้ สิ่งที่สำคัญคือเธอได้ช่วยชีวิตลูกหลานของเราไว้ และเราไม่สามารถขอบคุณเธอได้เท่ากับที่เธอทำให้เรา!!
นอกจากนี้ เจ้ากาบังยังมีแฟนเพจส่วนตัว (www.facebook.com/careforkabang) ที่ใช้ชื่อว่า "Care For Kabang" เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการอัพเดทความเคลื่อนไหวของเจ้ากาบังสุนัขฮีโร่
ล่าสุด คุณ "talkingshit" ก็ได้นำภาพเจ้ากาบังและข้อความมาโพสต์ผ่านเว็บไซต์กระปุกดอทคอม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ระบุว่า "Kabang หมาฮีโร่ เสียสละจมูกกับกรามบน ช่วยชีวิตเด็กสาว" มีคนเข้ามาดูเกือบ 5 หมื่นราย และมีการแชร์นับพันครั้ง
ด้าน ผศ.นสพ.ปานเทพ รัตนากร คณบดีสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แสดงความคิดเห็นถึงกรณีสุนัขครึ่งหน้าว่า ยังไม่รู้รายละเอียดเบื้องต้นของสุนัขตัวนี้ว่าอาการเป็นอย่างไร แต่จากที่เล่าว่าตอนแรกจะมีการฉีดยาให้ตาย แต่เจ้าของสุนัขขอไว้นั้น ประเด็นการฉีดยาให้เขาหลับไปนั้น ต้องมีการคำนึงว่าเมื่อรักษาเรียบร้อยแล้วจะอยู่รอดโดยไม่ต้องทรมาน หรือคุณภาพชีวิตเขาลดลงเมื่อเขารักษาหายแล้ว หรือทรมานมากขึ้นกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ซึ่งหมอที่รักษาต้องเป็นคนประเมิน แต่เมื่อมีการรักษามาแล้ว ก็ต้องจำเป็นมากที่ต้องมีคนดูแลมากกว่าปกติ
"สุนัขอาจจะมีปัญหาในเรื่องของการกินอาหาร อาจจะต้องเป็นอาหารที่ไม่ต้องเคี้ยว เพราะอาจจะเคี้ยวไม่ได้ แต่สามารถที่จะเลียได้ ทั้งนี้ กรณีสุนัขที่ต้องเหลือครึ่งหน้าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะส่วนใหญ่ที่เจอก็จะเป็นอาการของเป็นโรคมะเร็งที่ต้องมีการตัดกรามออกไปเพื่อให้มันมีชีวิตอยู่รอด" ผศ.นสพ.ปานเทพ กล่าว



