ข่าว

'โกร่ง'เตือน!รบ.จะพังเพราะจำนำข้าว

'โกร่ง'เตือน!รบ.จะพังเพราะจำนำข้าว

03 ต.ค. 2555

"โกร่ง" เตือนรัฐบาล ระวังพังเพราะโครงการรับจำนำข้าว ยันไม่ตอกย้ำไม่ซ้ำเติม

              โครงการประชานิยมของรัฐบาลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย โดยเฉพาะการรับจำนำข้าวที่ต้องใช้เงินมหาศาลแต่ชาวนากลับได้ประโยชน์น้อยนั้น นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) ให้สัมภาษณ์เครือเนชั่น เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ตอกย้ำในความไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว หลังจากที่เคยเขียนบทความเตือนรัฐบาลไปเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้า ซึ่งเขายังคงยืนยันหนักแน่นว่า "วันนี้ยังไม่ขอพูดอีก ไปหาอ่านเอาเอง"
   
              "ผมไม่อยากให้สัมภาษณ์ เดี๋ยวจะเสียน้ำใจกับคนอื่น เรื่องนี้ผมได้เขียนไปแล้ว ไม่ตอกย้ำไม่ซ้ำเติม เพราะเขากำลังจะพังอยู่ และพังแน่ กับเรื่องนี้" นายวีรพงษ์ ระบุ
   
              เมื่อถามย้ำว่าเคยแนะนำหรือให้ข้อคิดนายกรัฐมนตรีไปบ้างหรือไม่ ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรี บอกว่า เรื่องนี้ได้ซีร็อกซ์ให้กับมือนายกรัฐมนตรี และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปแล้ว เขียนตอนที่รัฐบาลเข้ามาใหม่ๆ 
   
              "ถ้ารัฐบาลจะพังก็พังเพราะเรื่องนี้แหละ เพราะมันเป็นโครงการที่ควบคุมคอร์รัปชั่นไม่ได้ ให้แน่มาจากไหนก็ควบคุมไม่ได้ แต่ถ้าจะถอยก็ต้องยกเลิกไปเลย" อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวหนักแน่น
   
              รายงานข่าวแจ้งว่า นายวีรพงษ์ได้เคยเขียนบทความในคอลัมน์ "คนเดินตรอก" เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554 เกี่ยวกับ "โครงการรับจำนำสินค้าเกษตร" ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า  เรื่องจำนำข้าวทำมาทุกรัฐบาล ที่สำคัญเรื่องข้าวมันผิดตั้งแต่ตั้งชื่อแล้วว่า "จำนำ" แต่การรับจำนำราคาต้องต่ำกว่าตลาด โดยหวังว่าคนจำนำจะมาไถ่ถอน แต่รัฐบาลดันรับจำนำตั้งราคาสูงกว่าราคาตลาด ทั้งที่สาระสำคัญของนิติกรรมเป็นการซื้อการขาย แต่ที่เป็นอยู่ทั้งสองฝ่ายไม่คิดจะมาไถ่ถอน "จะไถ่ถอนทำไมก็ราคาสูงกว่าราคาตลาด ผมว่าที่เป็นอยู่ไม่ใช่การจำนำแต่เป็นการซื้อขายมากกว่า"


ย้ำโครงการเปิดทางคอร์รัปชั่น

   
              เนื้อหาบางตอนของบทความนายวีรพงษ์ ระบุว่า นโยบายรับจำนำสินค้าเกษตร เป็นนโยบายที่ล้มเหลวที่สุดผลประโยชน์ไม่ได้ตกถึงมือ เกษตรกรอย่างที่คิด ผลประโยชน์ส่วนใหญ่ตกอยู่กับโรงสี ผู้ส่งออกลานตากมัน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง พรรคพวกของนักการเมือง จึงไม่มีใครยอมเลิกโครงการนี้
   
              "เมื่อข้าวเปลือกที่นำมาจำนำเป็นของรัฐบาล อาจจะมีข้าวจริงบ้าง ข้าวลมบ้าง กระทรวงพาณิชย์ก็เอาไปขายเป็นข้าวรัฐบาล โดยจะมีบริษัทส่งออกที่รู้กันกับรัฐมนตรี ไปเร่ขายในตลาดต่างประเทศ และกล้ารับคำสั่งซื้อเพราะรู้กันกับรัฐมนตรีว่าจะสามารถซื้อข้าวจากรัฐบาลได้ในราคาเท่าใด รายอื่นไม่กล้ารับคำสั่งซื้อ เพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะขายให้หรือไม่ในราคาเท่าใด ผู้ส่งออกรายอื่นๆ จึงไม่อาจจะรู้ต้นทุนของตน ยกเว้นรายที่ทำมาหากินกับคนในรัฐบาล"