
ฝูงชนฝ่าสายฝนเคารพศพอดีตผู้นำโสม
กิมแฮ-ชาวเกาหลีใต้ลงทุนเดินฝ่าสายฝนไปเคารพศพอดีตผู้นำที่บ้านเกิด โวยรัฐสอบสวนหนักไปจนทำให้นายโรห์เกิดความเครียดถึงขั้นฆ่าตัวตาย
ชาวเกาหลีใต้เกือบ 8 หมื่นคนลงทุนเดินฝ่าสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักเมื่อวันอาทิตย์ (24 พ.ค.) เพื่อไปเคารพศพอดีตประธานาธิบดีโรห์ มู ฮุน ซึ่งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่หมู่บ้านบองฮา จังหวัดกิมแฮ บ้านเกิดของนายโรห์ ภายหลังจากที่ช็อกกับการฆ่าตัวตายของอดีตผู้นำที่ได้ชื่อว่าใจซื่อมือสะอาด แต่กลับต้องมาถูกดำเนินคดีในข้อหาคอรัปชั่นของภรรยา และหลานเขย
ฝูงชนได้นำดอกเบญจมาศสีขาวไปวางไว้ที่หีบศพตามธรรมเนียมของเกาหลีใต้ โดยส่วนใหญ่มีน้ำตานองหน้า และบางคนถึงกับเป็นลมล้มพับ ส่วนที่กรุงโซลนั้น ตำรวจปราบจลาจลต้องมาคอยอารักขาความสงบอยู่ด้านนอกพระราชวังด็อกซู ซึ่งเป็นสถานที่จัดให้มีการไว้อาลัยเพราะเกรงว่าผู้ที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโรห์จะก่อเหตุวุ่นวายขึ้น
ด้านผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ นายกรัฐมนตรีทาโร อะโซแห่งญี่ปุ่นต่างพากันส่งสาส์นแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของนายโรห์ และประชาชนชาวเกาหลีใต้ ส่วนนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศของเกาหลีใต้ กล่าวว่า ช็อก และเสียใจมาก แม้แต่สำนักข่าวของทางการเกาหลีเหนือก็รายงานข่าวนี้ด้วยเช่นกัน
นายโรห์ วัย 62 ปี เคยเป็นทนายความสิทธิมนุษยชนมาก่อนเข้าดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2546-2551 เขาถูกอัยการเรียกตัวไปสอบปากคำเมื่อเดือนที่แล้วในข้อหาพัวพันการคอรัปชั่น นับเป็นอดีตผู้นำคนที่ 3 ของประเทศที่ถูกสอบสวนข้อหารับสินบนหลังออกจากตำแหน่ง แต่เมื่อช่วงเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา นายโรห์กลับกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายโดยเขียนจดหมายทิ้งเอาไว้ว่า "ไม่ต้องเศร้าไป ชีวิตและความตายต่างเป็นเรื่องธรรมชาติไม่ใช่หรือ อย่าเสียใจ และไม่ต้องไปโทษใครทั้งนั้น มันคือชะตากรรม" ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นลายมือของนายโรห์จริง
คดีคอรัปชั่นที่คาดว่าเป็นสาเหตุให้นายโรห์ต้องปลิดชีพตัวเองเป็นเรื่องที่บริษัทรองเท้ารายใหญ่ได้จ่ายเงินมูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35 ล้านบาท) ให้แก่ภรรยาของเขา และอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่สามีหลานสาวคนหนึ่งของนายโรห์ ทำให้นายโรห์ต้องออกมากล่าวขอโทษประชาชนที่ครอบครัวตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอรัปชั่น แต่ยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
ทั้งนี้ มีบางฝ่ายมองว่าสาเหตุที่นายโรห์ตัดสินใจฆ่าตัวตายเป็นเพราะทนแรงกดดันจากการสอบสวนไม่ไหว แต่มีบางส่วนที่ตำหนินายโรห์ว่าควรจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเผชิญกับกระบวนการยุติธรรม และมองว่าการเสียชีวิตแบบนี้ของนายโรห์อาจทำลายภาพลักษณ์ของประเทศ และส่งผลกระทบต่อเยาวชนในทางลบ



