ข่าว

พท.ชิงเปิด'แผนแก้จราจร'ซื้อใจคนกรุง

พท.ชิงเปิด'แผนแก้จราจร'ซื้อใจคนกรุง

02 ต.ค. 2555

"เพื่อไทย"ชิงเปิดแผนแก้จราจรซื้อใจคนกทม. “ชัชชาติ” แจงแผน3ระยะ “สั้น-กลาง-ยาว”

              2ต.ค.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมได้แถลงถึงการแก้ไขปัญหาจราจรและน้ำท่วมขังในเขตกรุงเทพมหานครตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลมีกลไกการบริหารทางด้านการจราจรในปัจจุบันผ่านคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) อยู่แล้ว โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ แต่เพื่อความรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และเอกภาพจึงเห็นควรเพิ่มกลไกในการบริหาร โดยให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมแก้ไขปัญหาการจราจรเร่งด่วนในเขตกรุงเทพฯ โดยมีรมว.คมนาคม เป็นประธานอนุกรรมการ และตนเป็นรองประธานอนุกรรมการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงคมนาคมร่วมเป็นอนุกรรมการ

              และให้มีการตั้งหน่วยปฏิบัติการแก้ไขปัญหาจราจรเร่งด่วนในเขตกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ ณ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) โดยมีรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนหนึ่งซึ่งผู้บัญชาการตำรวจนครบาลมอบหมาย เป็นหัวหน้าหน่วยรับผิดชอบการประสานการปฏิบัติและการสั่งการแก้ไขปัญหาจราจรต่อคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาจราจรเร่งด่วนในเขตกรุงเทพฯทราบหรือพิจารณา

              ทั้งนี้ในการแถลงข่าวของรมช.คมนาคม ได้มีการนำเอกสาร “การแก้ไขปัญหาจราจรในเขตกรุงเทพมหานคร” โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร กระทรวงคมนาคม มาเผยแพร่ให้กับสื่อมวลชน โดยแผนดังกล่าวมีจำนวน 31 หน้า โดยข้อมูลที่น่าสนใจส่วนแรกมีข้อมูลทั่วไปสภาพปัญหาและสาเหตุของปัญหาจราจร ที่ระบุว่าปี 2554 มีประชากรในกทม. ที่จดทะเบียน 5.67 ล้านคน ประชากรแฝง 8.3 ล้านคน มีความหนาแน่น 3,617 คน/ตารางกิโลเมตร มีรถโดยสารประจำทางขสมก. 111 เส้นทาง รถร่วม 99 เส้นทาง มีท่าเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยา 36 ท่า มีท่าเรือในคลองแสนแสบ-คลองพระโขนงและคลองบ้านป่ารวม 39 ท่า ส่วนจำนวนรถที่จดทะเบียนในกทม.เมื่อปี 2554 มีจำนวนสะสม 6,849,213 คัน ซึ่งคิดเป็น 22.68% ของจำนวนรถทั้งประเทศที่มี 30,194,937 คัน

              นอกจากนี้ที่น่าสนใจคือสถิติการจดทะเบียนรถใหม่ของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของปี 2554 เมื่อเทียบกับปี 2553 พบว่ารถยนต์มีสถิติการจดทะเบียนรถใหม่เฉลี่ยวันละ 1,100 คัน เพิ่มขึ้น 109คัน หรือร้อยละ11 ส่วนรถจักรยานยนต์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละ 1,071 คัน/วัน เพิ่มขึ้น 13คัน/วัน หรือ ร้อยละ 1.2

              ส่วนอัตราความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ส่วนบุคคลจากการสำรวจสภาพจราจรพื้นที่กทม.ด้วยวิธีการบันทึกหมายเลขป้ายทะเบียนรถยนต์(License Plate Method) ช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. 2554 บนถนนสายหลักทั้งด้านทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก-ตก พื้นที่ภายในและวงแหวนชั้นในพบว่า เวลาเร่งด่วนเช้าขาเข้าเมืองใช้ความเร็วได้เพียง 16.3 กม./ชม. ลดลงจากปี53 1กม./ชม. ส่วนเวลาเร่งด่วนเย็นขาออกเมือง ใช้ความเร็วได้ 23.5 กม./ชม. ลดลง 2.1 กม./ชม.

              นอกจากนี้ยังมีการคำนวณปริมาณการเดินทางจากผลลัพธ์ตัวชี้วัดแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในปี 2554 ชี้ว่า มีการเดินทางโดยเฉลี่ย 18.5 ล้านคน-เที่ยวต่อวัน โดยมีการเดินทางเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 5.4 นับตั้งแต่ปี2550 และพบว่าในปี 2575 หรืออีก20ปีข้างหน้าจะมีการเดินทางเพิ่มเป็น 28.9 ล้านคน-เที่ยว/วัน และปี 2580 จะเพิ่มเป็น 31.7 ล้านคน-เที่ยว/วันด้วย ส่วนสาเหตุปัญหาการจราจรในแผนมีการวิเคราะห์แยกย่อยปัญหาว่า 1.ปัญหาด้านความต้องการการเดินทาง(Demand) ที่มีมากขึ้นเกินความจุของถนน 2.ปัญหาด้านกายภาพของถนน(Physical) และ3.ปัญหาด้านการจัดการ

              สำหรับการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นที่น่าสนใจนั้น จะมีการมอบหมายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 8 หน่วยงาน อาทิ กรมการขนส่งทางบก จะมีการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะให้เป็นระเบียบที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สถานี BTS จตุจักร ดอนเมืองและสะพานใหม่ ส่วน ขสมก. ให้กำกับดูแลรถเมล์ให้ขับเลนซ้ายและจอดให้ตรงป้าย และการทางพิเศษฯ จะต้องสนับสนุนให้ประชาชนใช้บัตรอีซี่พาสให้มากขึ้น

              ส่วนแผนระยะกลาง 1-3 ปี มีการกำหนดจุดที่จะแก้ปัญหาไว้อย่างละเอียด 1.จุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาที่ทางแยก 83จุด 2.จุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาที่คอขวดถนน 90จุด 3.จุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาที่จุดกลับรถ 41 จุด และ4.จุดหรือตำแหน่งที่มีปัญหาที่ป้ายรถโดยสารประจำทาง 43 จุด สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว 3 ปีขึ้นไป นั้น 1.จะมีการเปิดบริการรถไฟฟ้า10สายทาง ระยะทางรวม 464 กทม.และระบบตั๋วรวม 2.จะมีมาตรการจำกัดการใช้รถส่วนบุคคล อาทิ ห้ามรถยนต์เข้า หรือผ่านหรือหยุด หรือการเรียกเก็บค่าผ่านทางเข้าบริเวณที่มีการจราจรติดขัด โดยกำหนดพื้นที่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองเป็นพื้นที่หวงห้ามยานพาหนะทุกคันยกเว้นที่ทางการกำหนด เมื่อแล่นผ่านบริเวณนี้ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็นจะต้องเสียค่าผ่านทาง และขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการปรับปรุงและให้สิทธิพิเศษแก่ระบบขนส่งมวลชน อาทิ การปฏิรูปค่าโดยสารการขนส่ง ตั๋วโดยสารรวม ให้บริการระบบขนส่งมวลชนฟรี มีรถประจำทางสองชั้น และบริการรถประจำทางสำหรับนักเรียน

              3.มาตรการกระจายการเดินทาง อาทิ การเหลื่อมเวลาทำงาน การลดวันทำงานต่อสัปดาห์ 4.มาตรการใช้ยานพาหนะร่วมกัน 5.มาตรการควบคุมที่จอดรถ อาทิ ห้ามจอดรถริมถนน ขึ้นค่าจอดรถ ลดจำนวนที่จอด และ6.มาตรการควบคุมการใช้ที่ดิน อาทิ การย้ายสถานศึกษาออกนอกพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางความเจริญ ย้ายสถานีรถประจำทาง การสร้างเมืองใหม่ หรือการย้ายสถานีขนถ่ายสินค้า

              แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า แผนดังกล่าวที่นายชัชชาติแถลงนั้น เป็นแผนการหาเสียงส่วนหนึ่งในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งพรรคเพื่อไทยชิงความได้เปรียบในการมีรัฐบาลเป็นกำลังหลัก ซึ่งแผนดังกล่าวจะทำให้เห็นว่าหากคนกทม.เลือกพรรคเพื่อไทยมาเป็นผู้ว่ากทม.ก็จะช่วยให้การแก้ปัญหาการจราจรได้ง่ายขึ้นเพราะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลและรัฐบาลท้องถิ่นอย่างกทม.แบบเข้าใจกัน ไม่ทะเลาะและมีปัญหาเหมือนกับปัจจุบัน และพรรคเพื่อไทยเล็งเห็นปัญหาที่คนกทม.เบื่อหน่ายมากในเรื่องปัญหาการจราจรมาเป็นจุดขายในการหาเสียงด้วย