
'ปลอด'ค้านนำปม'นาซ่า'เข้าม.190
'ปลอดประสพ' แจงรัฐสภาฯ ค้านนำเรื่อง 'นาซ่า' เข้าม.190 ยันแค่โครงการวิจัย ไม่เกี่ยวความมั่นคง เผยเจรจาขอสหรัฐฯเลื่อนโครงการแทนยุติการสำรวจ
2 ต.ค.55 การประชุมร่วมรัฐสภา ที่มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้มีการพิจารณา เรื่องด่วนที่ 2 ขอเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่อง การอนุญาตให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAC4RS) ในประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ
โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวนำเสนอต่อที่ประชุมว่า โครงการ SEAC4RS ควรทำ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการดำรงชีวิต ทั้งนี้การทำโครงการดังกล่าวมีความสำคัญ ได้แก่ 1.ศึกษาภาวะอากาศในยุคลานินญ่า เพื่อให้เกิดความรู้ลึกซึ้งและรู้เท่าทัน 2.เม็ดฝนที่ตกในปัจจุบันมีเม็ดใหญ่ เนื่องจากเชื่อว่าลมแรงขึ้น พัดไอน้ำสูงขึ้น ทำให้เกิดการควบแน่นของน้ำ ผสมกับไอเกลือ ไอเสียรถยนต์ การเผาไม้ขยะ จึงทำให้ปริมาณน้ำฝนมีปริมาณมาก แม้จะตกในเวลาเท่าเดิม นอกจากนั้นลมตะวันตกเฉียงใต้ ยาวและแรงผิดปกติ ซึ่งได้พัดความชื้นของอ่าวไทยเข้ามาทำให้ฝนตกมากทั้งในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี จ.นครปฐม ซึ่งสิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงมากและเป็นอันตราย ดังนั้นการทำความรู้ความเข้าใจกับบรรยากาศ หรือ เมฆ จะทำให้ประเทศไทยอยู่รอด
นายปลอดประสพ ชี้แจงต่อว่า สำหรับการกลับมาทำโครงการดังกล่าวใหม่ ทั้งนี้สหรัฐอเมริกายกเลิกไปแล้วนั้น ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ถูกบีบบังคับ แต่เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ตนได้ร่วมหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และองค์การนาซ่า รวมถึงผู้ที่ทำโครงการแล้วว่า ขอให้เป็นการเลื่อนโครงการไปก่อน เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะทำโครงการ แม้ว่า อีกทั้งคณะรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อให้มหาวิทยาลัยทำการวิจัย
“ ผมได้คุยแบบนักวิทยาศาสตร์ เขาเข้าใจ และเขาบอกว่าขอให้เคลียร์กับรัฐสภา หากพร้อมเมื่อไรก็ให้มาเริ่มโครงการใหม่ เพราะขณะนี้เครื่องบิน คน และความตั้งใจยังอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นผมมองว่าหากรัฐสภา และรัฐบาลเห็นด้วยเรายังมีโอกาส ซึ่งโครงการรอบที่แล้ว ผมเสียดาย และควรจะเสียดายแค่รอบเดียว ส่วนตัวผมมองว่าหากจะให้นำมาพิจาณาตามกรอบ มาตรา 190 วรรคสอง นาซ่าคงไม่บ้าเข้ามา เพราะจะเป็นการยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของความมั่นคง มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามมาตรา 190 วรรคสอง เพราะโครงการนี้เป็นแค่การศึกษาวิจัย ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง ผมไม่เอาด้วยหากจะให้นำเข้ามาตรา 190 ” นายปลอดประสพ ชี้แจง
นายปลอดประสพ ชี้แจงต่อว่า ประเด็นดังกล่าวตนได้สอบถามกับทูตประเทศจีน ซึ่งเขาระบุว่าที่ประเทศจีนก็เคยมีโครงการแบบเดียวกันทำร่วมกับนาซ่า เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ทูตประเทศจีนไม่ได้สนใจในเรื่องของความมั่นคง แต่มีคำถามว่าในประเด็นเรื่องของการนำเครื่องมือและทหารเข้ามาในพื้นที่ ตนได้ชี้แจงไปว่าไม่เกี่ยวกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ทั้งนี้เรื่องความมั่นคงไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเรื่อง
นายปลอดประสพยังได้ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยแบ่งเป็นคำถาม จำนวน 7 ข้อ พร้อมคำตอบ ว่า คำถามที่ 1.ทำไมต้องมาประเทศไทย เพราะ 1.ประเทศไทยมีแผ่นดิน และทะเล 2.อยู่ภายใต้ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ 3.ประเทศไทยไทยมี 2 มหาสมุทร 4.ประเทศไทยไทยมีการเผาป่า เผาไร่ และ 5.ประเทศไทยเก่งกว่าใครเพื่อน ทั้งนี้โครงการสำรวจอากาศ นาซ่าทำมา 12 ปีซึ่งจะเลิกแล้ว เนื่องจากขาดจิ๊กซอร์ที่ประเทศไทย หากเขาเข้ามาทำที่ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา และประเทศสิงคโปร์จะได้ประโยชน์, คำถามที่ 2 ประเทศไทยทำเองได้หรือไม่ คำตอบคือ ทำไม่ได้ เพราะไม่มีเครื่องมือ ไม่มีเครื่องบิน ไม่มีนักวิชาการและที่สำคัญต้องมีคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในโครงการ
“ คำถามที่ 3 ทำไมใช้สนามบินอู่ตะเภา ขอตอบว่าเพราะมีโรงเก็บเครื่องบินใหญ่และดี อีกทั้งช่างของประเทศไทยมีการบำรุงรักษาเครื่องบินเพียงพอ ที่สำคัญอยู่ใกล้ศูนย์ควบคุมดาวเทียมของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นอกจากนั้นแล้วเป็นพื้นที่ใกล้กทม. ใกล้พัทยาเพราะผมคิดว่าคนต่างชาติมาอยู่ที่ไทย 2-3 เดือนหากอยู่ใกล้พัทยาก็มีความสุข คำถามที่ 4 มีเครื่องมืออะไรบ้างที่ใช้การตรวจสอบ คำตอบคือ ดาวเทียม 4 ชุด ที่สหรัฐอเมริกามีอยู่ประเทศเดียวในโลก, เครื่องบินในการสำรวจ ทั้งนี้ยอมรับ 1 ใน 3 มีปัญหา เพราะเคยเป็นเครื่องบินจารกรรมาก่อน แต่ตอนนี้ทราบว่าไม่ได้ใช้แล้ว คำถามที่ 5 การตรวจสอบของนาซ่าจะตรงไปตรงมาหรือไม่ คำตอบคือ ทุกเที่ยวบินของมีแผนการบินให้ตรวจสอบ รวมถึงประวัติเจ้าหน้าที่ ประวัตินักบิน นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจะควบคุมทุกเที่ยวบิน มีการบรรยายสรุป มีการถอดเครื่องบันทึกทันทีทำการสำรวจเสร็จ” นายปลอดประสพ ชี้แจง
นายปลอดประสพ ชี้แจงต่อว่า คำถามที่ 6 สามารถจารกรรมได้หรือไม่ คำตอบคือไม่มีเด็ดขาด เพราะเท่าที่ตนรู้การสำรวจครั้งนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ทำในทะเล ดังนั้นหากจารกรรมในทะเล จะได้อะไร คงไม่มีประโยชน์ และคำถามที่ 7 ประชาชนได้อะไร คำตอบคอบ ได้ประโยชน์ ได้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และประเทศไทยจะเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีโครงการที่จะสร้างความเข้าใจกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศจีน ก่อนที่จะดำเนินโครงการ SEAC4RS ดังต่อไปนี้ 1.ประสานกระทรวงการต่าประเทศ ในการออกหนังสือชี้แจง และจัดการประชุมชี้แจงรายละเอียดและความเป็นมาของโครงการ โดย ออท. ไทยประจำประเทศต่างๆ เป็นผู้ชี้แจง สำหรับประเทศที่มีความอ่อนไหวอาจขอเข้าพบเป็นรายไป 2.จัดการประชุมชี้แจงในประเทศไทยโดยเชิญ เอกอัครราชทูต (ออท.) ประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทย เข้าร่วมพร้อมเชิญ นาซ่า เป็นผู้ชี้แจงด้วยระยะเวลา 1-2 วัน
3.ร่วมกับนาซ่า จัดการงฝึกอบรมระยะสั้นเพื่ออธิบายถึงการได้มาและการใช้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ภูมิศาสตร์ของนาซ่าประเทศไทย และเชิญประเทศเพื่อนบ้านและประเทศจีนเข้าร่วมด้วย 4.เปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์ของประเทศเพื่อบ้าน ประเทศจีน และในกลุ่มอาเซียนเข้าร่วมโครงการเพื่อให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลอย่างแท้จริง 5.ประชาสัมพันธ์การดำเนินโครงการดังกล่าวต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ เพื่อให้ทราบความคืบหน้าในการดำเนินการเป็นระยะ เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าโครงการนี้มีความโปร่งใส และ 6.จัดทำจดหมายข่าวลงในเว็ปไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
ปชป.ชี้รบ.ถก'นาซ่า'หวังโบ้ยความผิดน้ำท่วม
นายกษิต ภิรมย์ และนายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีการเปิดอภิปรายทั่วไปในการประชุมร่วม รัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องการขออนุญาตให้องค์การบริหารการบินแบละอวกาศห่างชาติสหรัฐอเมริกา มาดำเนินโครงการศึกษาการก่อตัวของเมฆที่มีผลกระทบต่อสภาภูมิอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทย ตามมาตรา 179 ของรัฐธรรมนูญ โดยนายบุญยอด กล่าวว่า รัฐบาลและคณะรัฐมนตรีนำเรื่องเข้าสภาผู้แทนราษฎร ขอเปิดอภิปรายตามมาตรา 179 ในกรณีที่รัฐบาลมีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงให้สมาชิกรัฐสภาอภิปรายทั่วไปในที่ประชุม โดยไม่มีการลงมติ จึงเกิดคำถามว่า เรื่องนี้เกิดปัญหาขึ้นอย่างไร เนื่องจากยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ในโครงการ อีกทั้งในการอภิปรายของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็อภิปรายว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร แล้วนำเรื่องนี้เข้ามาอภิปรายทำไม ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรจะตีตกตั้งแต่แรก ไม่ควรนำเข้ามาพิจารณา เพราะไม่ได้มีปัญหาต่อการบริหารราชการแผ่นดิน
นายบุญยอด กล่าวอีกว่า ในการแถลงของ ร.ต.อ.เฉลิม ต่อสภาฯเหมือนไม่มั่นใจว่าเรื่องดังกล่าว ว่าจะเข้ามาตรา 190 หรือไม่ จึงมาขอความเห็นจากสภา ขอให้พูดแถมท้ายไว้ซะหน่อย การเข้าสู่มาตรา 190 หรือไม่เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่หน้าที่สภา และการพิจารณาวันนี้ก็ไม่มีการลงมติ ไม่มีผลผูกพันอยู่ดี จึงไม่ถือว่าเป็นมติของสภาผู้แทนราษฎรว่าเรื่องนี้ไม่เข้ามาตรา 190 ทั้งยังไม่มีการให้รายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม เมื่อถามไปยัง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ตอบว่า เป็นโครงการเดิม ทั้งนี้ เอกสารที่ให้กับสมาชิกผู้ร่วมประชุม ก็เป็นบทความคัดเอกสารทางอินเตอร์เน็ตและข้อมูลของส่วนราชการบางส่วน แต่ไม่ได้มีหนังสือราชการของครม.ไม่มีหนังสือของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาที่ส่งมายังรัฐบาล และไม่มีหนังสือสัญญาใดๆ ระหว่างรัฐบาลกับนาซ่ามาประกอบการพิจารณา
“สิ่งที่ทำวันนี้ รัฐบาลต้องการตีเช็คเปล่าให้รัฐบาลสามารถเพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ โดยอ้างว่าได้มาพูดและให้รายละเอียดกับสภาฯแล้ว หรือรัฐบาลแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้และถ้าวันนี้ความคิดเห็นในสภาฯไม่เห็นด้วยที่ให้นาซ่าเข้ามาทำโครงการ ก็จะมาโยนบาปให้คนที่ไม่เห็นด้วย ว่าผลจากที่ประเทศไทยไม่ร่วมมือกับนาซ่าทำให้น้ำท่วม”
ด้านนายกษิต กล่าวว่า หลังจากที่นาซ่าถอนโครงการออกไป เนื่องจากความไม่พร้อม ทางกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจึงได้ของบประมาณไปยังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยที่ ครม.ก็ได้อนุมัติงบ 200 ล้านบาท เพื่อทำโครงการศึกษาวิจัยการก่อตัวของเมฆฝนพายุ และการเผาป่า รวมถึงมลภาวะจากนิคมอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของประเทศ ในเมื่อสามารถทำเองได้ แล้วจะให้นาซ่าจะเข้ามาดำเนินการสำรวจในปีหน้าอีกทำไม



