
'เต้น'ไม่รู้'ตู่'เตรียมนั่งรมต.
"ณัฐวุฒิ" ไม่รู้ "จตุพร" เตรียมนั่งรมต. ชี้ยกคุณสมบัติครบถ้วน โต้ข่าวแกนนำพรรคบีบ "ยงยุทธ" ลาออก เหตุสนิทเสื้อแดง ด้าน "เฉลิม" ปัด นายกฯ ปรับครม. มั่นใจ "จตุพร" คุณสมบัติเหมาะสมนั่งรัฐมนตรี
วันนี้ 2 ต.ค.55 เวลา 08.45 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และแกนนำนปช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สนับสนุนให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.ได้เป็นรัฐมนตรี ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง แต่การจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นดุลยพินิจและอำนาจของนายกรัฐมนตรี และตอนที่ตนเข้ามาทำงานก็ไม่ได้มีเรื่องโควตาของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ทุกคนในครม.ทำงานอย่างเต็มกำลัง ซึ่งหากผู้นำสูงสุดคิดว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนทีมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ก็เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายเข้าใจได้ อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่าการพี่น้องคนเสื้อแดงออกมาเรียกร้องให้มีการแต่งตั้งนายจตุพรเป็นรัฐมนตรีทุกครั้งที่มีกระแสข่าวปรับครม.นั้น ก็เพราะพี่น้องที่ร่วมต่อสู้มาด้วยกันมาได้เห็นศักยภาพ ขีดความสามารถ และความทุ่มเทจริงใจต่อพรรค จึงเห็นว่าเพื่อนน่าจะได้รับโอกาส ซึ่งก็เป็นการสนับสนุนกันธรรมดา ส่วนการพิจารณาเป็นเรื่องของนายกฯ พวกเราไม่เคยก้าวล่วง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงเวลาที่นายจตุพรจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือยัง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนพูดมาตลอดว่า นายจตุพร มีขีดความสามารถทางการเมืองไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร จุดยืนเรื่องประชาธิปไตยแน่ชัด และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนจำนวนมาก ฉะนั้นหากพิจารณาคุณสมบัติเฉพาะตัวของนายจตุพรเรียกว่า พร้อมอย่างที่สุด แต่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ หรือจะเป็นตอนไหนอย่างไร เป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือนายจตุพรและคนอื่นๆ เพราะเป็นเรื่องของนายกฯเป็นหลัก
เมื่อถามว่า หากนายจตุพรได้เป็นรัฐมนตรีจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ หรือมีคนใดคนหนึ่งต้องไป นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนกับนายจตุพรเราอยู่กันด้วยหัวใจ ร่วมเป็นร่วมตายกันมา การจะได้อยู่ในสภาด้วยกัน หรืออยู่ในครม.ด้วยกันนั้นถือเป็นเส้นทางทางการเมือง แต่เส้นทางชีวิตถือว่าอยู่กันทั้งชีวิตอยู่แล้ว กอดคอหลังพิงกันมาตลอด
ส่วนกรณีที่มีการระบุว่านายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถูกบีบให้ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เนื่องจากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแกนนำคนเสื้อแดงมากเกินไปนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า คงไม่เลยเถิดขนาดนั้น และคงไม่ใช่เพราะรัฐมนตรีคนไหนไปใกล้ชิดกับคนเสื้อแดงแล้วจะถูกกดดันให้ออก แต่เรื่องของนายยงยุทธเป็นเรื่องเฉพาะกรณี เนื่องจากเวลานี้มีเป้าหมายทางการเมืองที่ทำให้คนเสื้อแดงและรัฐบาลเกิดรอยร้าวทางความรู้สึก ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้ผล
"เต้น"ผุดโปรเจกต์ถนนสายยางพาราเส้นแรกในประเทศ
รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ยางพาราว่า ขณะนี้สถานการณ์ยางพาราขยับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคายางแผ่นดิบในประเทศทะลุผ่าน 90 บาทต่อกิโลกรัม ไปแล้ว จึงมั่นใจว่าหลังจากนี้ราคาจะยังขยับตัวสูงขึ้น เพราะทุกมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการกำลังส่งผลในเชิงบวก ประกอบกันสถานการณ์เศรษฐกิจในระดับโลกก็ยังอยู่ในสภาพทรงตัว ไม่มีสัญญาณลบอะไรมากกว่าที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในวันที่ 3 ต.ค. ตนและคณะจะเดินทางไปประเทศเวียดนามเพื่อหารือกับรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ของเวียดนาม เพื่อที่จะเชิญชวนให้มาร่วมสังเกตการณ์ในการประชุมใหญ่ไตรภาคีสภายางพาราที่ กทม. ในเดือนธ.ค.นี้
รมช.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า หลังจากตนเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้พบกับผู้ว่าเมืองตงหยิงและเมืองชิงเต่า ซึ่งเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมยางพาราใหญ่ที่สุดในประเทศจีน โดยได้ไปเชิญให้ผู้ว่าฯทั้งสองเมืองนำภาคเอกชนมาสังเกตการณ์การก่อสร้างถนนสายยางพาราเส้นแรกของประเทศไทย ที่ ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช มีขนาดถนนหน้ากว้าง 9 เมตร ยาว 19 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 85 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้งบประมาณได้ผ่านคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง โดยปลายปี 55 น่าจะเริ่มก่อสร้างได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ราคายางพาราจะได้กิโลกรัมละ 100 บาท ภายในปีนี้หรือไม่ รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า วันนี้ก็เลย 90 บาทต่อกิโลกรัมไปแล้ว และราคายางราคาในจุดส่งออกก็เลย 100 บาทต่อกิโลกรัมไปแล้ว ขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว อนาคตข้างหน้าก็จะขยับตัวสูงขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากบอกพี่น้องชางสวนยางว่า หากเราจะไปคาดหวังให้ขยับขึ้นพรวดพราดนั้นเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์นี้ แต่รัฐบาลจะดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นตามความจริงของสถานการณ์
“เฉลิม” ปัด นายกฯ ปรับครม. มั่นใจ “จตุพร” คุณสมบัติเหมาะสมนั่งรัฐมนตรี
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า นายกรัฐมนตรีสามารถนั่งควบกระทรวงใดก็ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหารสูงสุดของคณะรัฐมนตรี และของผู้บริหารประเทศ มีสิทธิ์และมีความเหมาะสมทุกตำแหน่ง ส่วนการที่มีผลสำรวจจากประชาชนออกมาระบุว่าต้องการให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธุ์ ดามาพงศ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนั้น เรื่องนี้ตนไม่ขอพูด ไม่สามารถพูดแทนได้ เพราะอำนาจอยู่ที่นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีก็พูดมาตลอดว่าขณะนี้จะไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่พอใจในการเปิดบ้านแถลงข่าวปฏิเสธไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว เรื่องนี้มีผู้สื่อข่าวเดินทางไปสัมภาษณ์ว่าตนจะรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบไปว่า ยังไม่มีใครมอบหมาย รวมถึงขณะนี้ตนก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบอยู่มากด้วย ทั้งนี้ส่วนตัวแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ไม่เคยโทรศัพท์มาหาตนด้วย
เมื่อถามว่า หากนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. จะมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี ถือว่าคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เหมาะที่สุด ถ้านายกรัฐมนตรีจะปรับคณะรัฐมนตรี แต่ขณะนี้นายกรัฐมนตรียืนยันว่าไม่ปรับ ก็คือไม่ปรับ มีเพียงแต่กระแสข่าวเท่านั้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากระแสข่าวต่างๆไม่สามารถกดดันนายกรัฐมนตรีได้ เพราะถ้าใครมากดดัน ล้ำเส้น ต้องโดนใบแดงแน่



