ข่าว

'ศาลาไทย'กับ'ต้นบอน'ข้ามทวีป0องศา

'ศาลาไทย'กับ'ต้นบอน'ข้ามทวีป0องศา

02 ต.ค. 2555

'ศาลาไทย'กับ'ต้นบอน' ข้ามทวีป0องศา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              เสียงดนตรีไทยแว่วมาไกลๆ ทำให้ผู้คนที่เดินเล่นชมต้นไม้อยู่ในสวนพฤกษชาติอัลบริชอดใจไม่ได้ ต้องเดินสะกดรอยตามเสียงเพลงไปเรื่อยๆ...แทบไม่น่าเชื่อว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ "ศาลาไทย" ขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่า แสงอาทิตย์สะท้อนหน้าจั่วเกิดประกายสีทองงดงามยิ่งนัก
   
              "เจฟ" (Jeff Epping) หัวหน้าฝ่ายพืชสวนของสวนพฤกษศาสตร์อัลบริช ย้อนอดีตให้ฟังว่า เมื่อสิบปีที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่นำร่างของศาลาไทยมาให้ดู เขายอมรับว่าไม่เคยเห็นสถาปัตยกรรมแบบนี้มาก่อนในชีวิต จึงพยายามเตรียมการทุกอย่างเพื่อให้คนในประเทศอเมริกามีโอกาสได้เห็นของจริง หลังจากวางแผนก่อสร้างมานานหลายเดือน วันที่ช่างผู้เชี่ยวชาญการก่อสร้างศาลาไทย 12 คนนำชิ้นส่วนทั้งหมดขึ้นเครื่องบินมายังเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซินนั้น เผอิญตรงกับ 11 กันยายน 2001 วันมหาโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของอเมริกา ภาพเครื่องบินพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด ทำให้เกิดความหวาดผวาและโกลาหลขึ้นทั่วประเทศ
   
              “การก่อสร้างศาลาไทยขึ้นที่นี่ เหมือนของขวัญชิ้นใหญ่ที่ช่วยปลอบใจพวกเราว่า ผู้คนบนโลกใบนี้ยังมีคนที่เพื่อนของเรา ยังมีความอบอุ่น มีมิตรภาพอยู่ ความรู้สึกเหล่านี้ในเวลานั้นมันมีค่ามาก”
   
              "เจฟ" เล่าอีกว่า สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ มีพื้นที่กว่า 40 ไร่ ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วโลก มีคนเข้ามาดูไม่ต่ำกว่าปีละ 2.5 แสนคน สำหรับเขาแล้วพันธุ์ไม้เมืองร้อนที่ถูกส่งมาจากเมืองไทยคือสิ่งมหัศจรรย์ ทั้ง ต้นบอน ต้นกล้วย ดอกไม้นานาชนิด โดยเฉพาะต้นบอน หรือฝรั่งเรียกว่า "หูช้าง" (Elephant Ears) นั้น ถือเป็นต้นไม้ที่มีรูปทรงแปลกตา ไม่เคยมีในแถบเมืองหนาวมาก่อน ภายในสวนอัลบริชมีทั้งหมด 10 ต้นเท่านั้น นำมาเพื่อปลูกประดับเป็นพืชเมืองร้อนสร้างบรรยากาศให้ศาลาไทย ทุกปีเมื่อย่างเข้าสู่ฤดูหนาวประมาณต้นเดือนตุลาคม เจ้าหน้าที่ดูแลสวนต้องมาช่วยกันขุดล้อมขึ้นจากพื้นที่ด้านหลัง แล้วย้ายไปประคบประหงมดูแลในห้องกรีนเฮ้าส์ที่รักษาอุณหภูมิเป็นพิเศษ พอหิมะหยุดตกน้ำแข็งละลาย แสงแดดส่องสว่างตลอดวันเมื่อไร จึงจะถึงเวลาที่นำออกมาปลูกใหม่อีกครั้ง วนเวียนอย่างนี้มานานเกือบ 10 ปีแล้ว
   
              "ต้นบอน" ใบไม้ริมทางที่ไม่อยู่ในสายตาคนไทย กลับกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่หลายคนทุ่มเทแรงใจดูแลอย่างดี แทบไม่น่าเชื่อว่า ปลายเดือนกันยายนที่อุณหภูมิกลางคืนเยือกเย็นถึง 0 องศา ต้นบอนยังคงกางใบหูช้างอวดความอดทนโดยไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อความหนาว แม้ว่าธรรมชาติของมันจะเป็นพืชเมืองร้อนก็ตาม !!

              เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา ชาวไทยที่อาศัยอยู่ในเมืองเมดิสัน ร่วมกับนักเรียนไทยและสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แห่งประเทศไทย จัดงาน “ไทยเฟสติวัล” เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 10 ปีของศาลาไทยขนาดใหญ่ ที่รู้จักกันในชื่อ “เดอะรอยัลศาลา” (The Royal Sala) ในงานจะมีกิจกรรมโชว์วัฒนธรรมไทยต่างๆ เช่น การแสดงนาฏศิลป์ แกะสลักผัก-ผลไม้ สาธิตพิธีลอยกระทง อาหารไทย ฯลฯ
   
              นอกจากนี้ ในวาระครบรอบ 10 ปีของ “เดอะรอยัลศาลา” ครั้งนี้ ทางสวนพฤกษชาติอัลบริช (Olbrich Botanical Gardens) ยังได้จัดทำสารคดีสั้นเรื่อง The Royal Thai Sala-Olbrich Botanical Gardens ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย เพื่อแนะนำศาลาไทยหลังนี้ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางด้วย โดยทำการเผยแพร่ทั้งบนเว็บไซต์ Thaisalausa.com และทางยูทูบด้วย
   
              เนื้อหาส่วนหนึ่งหนึ่งของสารคดีชุดนี้ ระบุว่า มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ในเมืองเมดิสัน มีนักศึกษาไทยเป็นศิษย์เก่ามากกว่า 700 คน และบรรดาศิษย์เก่า ซึ่งรวมตัวเป็นสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ประเทศไทย
     
              "พงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร" อดีตนายกสมาคมศิษย์เก่า ผู้ริเริ่มโครงการจัดสร้างศาลาไทย เล่าว่า จุดประสงค์เพื่อมอบเป็นของขวัญให้แก่เมืองเมดิสันนั้น และร่วมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 1999 โดยใช้งบประมาณ 10 ล้านบาท
   
              "ศาลาไทย" ทั้งหลังถูกสร้างขึ้นที่ประเทศไทยโดยปราศจากการใช้ตะปูหรือนอต แต่ใช้เทคนิคการเข้าไม้ แต่ละชิ้นไม้จะยึดเหนี่ยวกันอย่างแข็งแรง สามารถถอดประกอบได้ ใช้วิธีแยกชิ้นส่วนก่อนขนส่งด้วยเครื่องบิน หลังสร้างเสร็จชาวเมดิสันและผู้คนทั่วโลกที่มีโอกาสมาเยี่ยมเยือนต่างชื่นชมสถาปัตยกรรมไทย สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยเป็นอย่างมาก
     
              อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสวนพฤกษชาติอัลบริช (Albrich Botanocal Gardens) จะเปิดให้เข้าชมฟรี ทว่าแต่ละปีต้องใช้งบประมาณดูแลไม่ต่ำกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้ต้องการสนับสนุนเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนดูแลศาลาไทย ติดต่อได้ที่เว็บไซต์ Thaisalausa.com

.....................

(หมายเหตุ : 'ศาลาไทย'กับ'ต้นบอน' ข้ามทวีป0องศา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)