
'วิเชียร'แมว(น้อย)เก้าชีวิต
'วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี'แมว(น้อย)เก้าชีวิต : สัมภาษณ์พิเศษโดยปัญญา ทิ้วสังวาลย์,สมถวิล เทพสวัสดิ์
ถือเป็นแมวเก้าชีวิตสำหรับ "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" เพราะเดือนตุลาคมนี้ ต้องไปนั่งในตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงคมนาคม" ถือเป็นการโยกย้ายครั้งที่ 3 หลังจากเกือบ 1 ปีที่ถูกเด้งแบบสายฟ้าฟาดจาก "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ให้มาดำรงตำแหน่ง "เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ" (สมช.) และล่าสุดคณะรัฐมนตรีก็มีมติให้ "พล.ต.อ.วิเชียร" ย้ายไปนั่งตำแหน่ง "ปลัดกระทรวงคมนาคม" ก่อนเกษียณอายุราชการในปี 2556
กว่า 1 ชั่วโมง ที่ "พล.ต.อ.วิเชียร" หรือที่น้องๆ นักข่าวเรียกติดปากว่า "พี่น้อย" ได้บอก “คม ชัด ลึก” ถึงเบื้องหลังของคำสั่งย้ายในตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคม ที่เคยได้ยินข่าวจากคนรอบข้าง "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี มาเล่าให้ฟังว่า จะถูกย้ายจากเก้าอี้เลขาธิการ สมช. แต่ไม่เชื่อ เพราะไม่เคยได้ยินจากปาก "นายกฯ ยิ่งลักษณ์" จึงต้องฟังหูไว้หู จนกระทั่ง "จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" รมว.คมนาคม โทรศัพท์มาแจ้งให้ทราบ แต่ไม่บอกเหตุผลในการโยกย้ายครั้งนี้
"ผมไม่ได้น้อยใจอะไรเลย แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเลขาฯ สมช. กับ ปลัดคมนาคม (หัวเราะก่อนตอบว่า) หากพูดไปอาจจะคิดว่าไปท้าทายเจ้านายเอาได้ แต่ผมตอบได้แต่เพียงว่า ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ถ้าหากมองไปแล้ว รู้สึกจะภูมิใจด้วยซ้ำที่ผู้บังคับบัญชาเลือกให้ไปดำรงตำแหน่งนั้น โดยเฉพาะเรื่องความไว้วางใจ"
หลายคนมองว่า การที่ "พล.ต.อ.วิเชียร" ถูกย้ายจาก "เลขาธิการ สมช." ไปนั่ง "ปลัดกระทรวงคมนาคม" ถือว่าถูกลดบทบาทหน้าที่จากที่เคยขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี แต่ครั้งนี้ต้องมาขึ้นตรงกับ "รมว.คมนาคม"
แต่สำหรับ "พล.ต.อ.วิเชียร" กลับมองว่า ผู้บังคับบัญชาที่ดูแลงานสายนี้โดยตรงอาจจะไว้ใจให้ไปทำงาน หรือกระทรวงคมนาคมตอนนี้ยังไม่มีใครอาวุโสสูง หรือมีความอาวุโสเพียงพอที่จะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ และแคนดิเดตที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้มียังมีเวลาในเรื่องอาวุโสที่สามารถขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ได้อีก
ก่อนหน้า "สุพจน์ ทรัพย์ล้อม" ได้ลาออกจาก "ปลัดกระทรวงคมนาคม" ระหว่างถูก "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน และสุดท้าย ป.ป.ช.ได้มีมติยึดทรัพย์สินมูลค่าร่วม 64 ล้านบาท พร้อมส่งอัยการสูงสุดให้ศาลสั่งยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดิน ทำให้เก้าอี้ "ปลัดคมนาคม" ว่าง
การย้ายมาเป็น "ปลัดคมนาคม" ของ "พล.ต.อ.วิเชียร" ครั้งนี้นอกจาก "ข้ามห้วยแล้ว" ยังถือเป็นปลัดกระทรวงคนแรกที่มาจาก "ตำรวจ" จึงถูกมองว่า การทำงานไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน "พล.ต.อ.วิเชียร" อธิบายว่า จริงๆ เกี่ยวข้องกันหมด เพราะใน พ.ร.บ.ความมั่นคงแห่งชาติ 2552 ประกอบด้วยสมาชิกสภาความมั่นคงในจำนวน 9 คน คือ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม รมว.ต่างประเทศ รมว.มหาดไทย รมว.คลัง รมว.คมนาคม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเลขาฯ สมช.
“กระทรวงคมนาคมอาจจะถูกมองว่าโครงการมีเยอะ งบประมาณมหาศาล และผลประโยชน์มีเยอะ ถ้ามองในแง่ดีเมื่อตำรวจไปนั่งทำงานอาจจะช่วยกันดูแลตรวจสอบเพื่อให้เกิดความถูกต้องก็ได้ แต่ถ้าเรื่องไหนไม่ถูกต้องและผิดกฎหมายก็จะให้เขาไปพูดคุยกันเอง ส่วนเรื่องรัฐตำรวจที่ขณะนี้ขึ้นดำรงตำแหน่งใหญ่ๆ ในกระทรวง กรมต่างๆ นั้น ส่วนตัวไม่อยากให้มองอย่างนั้น แต่อยากให้มองว่า นำคนที่ไว้ใจไปทำงานมากกว่า หรือบางทีอาจจะไม่ใช่ตำรวจ พลเรือนก็มี ท้ายที่สุดแล้วผมว่าอาจจะเอาคนที่ไว้ใจช่วยทำงานมากกว่า”
เมื่อถามถึงความถนัดและความรู้ความสามารถที่ไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม "พล.ต.อ.วิเชียร" กล่าวว่า หากไปดูวุฒิการศึกษาปริญญาโทจะเห็นว่าตนจบศึกษาเกี่ยวกับการบริหารงานของรัฐ โดยใบแรกจบปริญญาโทด้านรัฐประศาสนศาสตร์ ใบที่สองจบด้านบริหารธุรกิจ และใบที่สามจบด้านกฎหมายเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวกับพฤติกรรมสัญญา ซึ่งพอที่จะนำความรู้เหล่านั้นปัดฝุ่นขึ้นมาใช้ ส่วนที่หลายคนมองว่าอาจจะไม่มีทีมงานเข้าไปช่วยเหลือและโดดเดี่ยว เข้าไปทำงานในกระทรวงคมนาคมนั้น ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อได้เข้าไปคงแล้วก็จะหาคนที่มีความรู้ความสามารถมาช่วยทำงาน กระทรวงคมนาคมถือว่าเป็นกระทรวงใหญ่ และมีข้าราชการที่มีคุณภาพสูง คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ส่วนที่หลายคนมองว่า กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่มี “เสือ-สิงห์-กระทิง-แรด” จะทำงานได้หรือไม่นั้น "พล.ต.อ.วิเชียร" กล่าวว่า จะพยายามทำให้ดีที่สุด แม้ว่าจะเหลืออายุราชการเพียง 1 ปีเท่านั้น
เมื่อถามว่าจะหวั่นไหวกับการทำงานหรือไม่ เพราะการก้าวไปสู่ปลัดกระทรวงคมนาคมอาจจะถูกวางยา เพราะไม่ใช่ลูกหม้อตัวจริง "พล.ต.อ.วิเชียร" กล่าวว่า อยู่ที่ไหนก็เป็นแบบนั้น เป็นเรื่องปกติ แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้มีอคติอะไร หรือมีอะไรแอบแฝง แต่เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายให้มารับผิดชอบงานก็จะต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังจะมีอยู่ การที่มานั่งในที่นี้ถือว่าโชคดี เป็นเกียรติแก่ชื่อเสียง เพราะส่วนใหญ่จะถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
ตลอดช่วงการสนทนา "พล.ต.อ.วิเชียร" มีท่าทีสบาย ไม่เคร่งเครียด พร้อมกับบอกว่า จากนี้ไปคงต้องกลับไปศึกษาวิชากฎหมายที่เคยร่ำเรียนมา เพื่อนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และคิดว่าการไปทำหน้าที่ปลัดกระทรวงคมนาคมอาจจะพลิกรูปแบบการทำงานไปพอสมควร จากสายงานด้านความมั่นคง ต้องเปิดหูเปิดตารับรู้ข่าวสารอยู่ตลอดเวลา การไปนั่งทำงานปลัดกระทรวงคมนาคมอาจทำให้เหงาลงบ้าง เพราะเป็นการไปทำงานกับคนที่ไม่คุ้นเคย แต่ไม่มีปัญหา เพราะว่าเป็นคนเปิดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นอยู่แล้ว
"ไม่แน่นะ ผมไปอยู่ที่ใหม่อาจต้องใช้ความรู้เรื่องความมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อรักษาตำแหน่งใหม่เอาไว้ก่อนเกษียณปีหน้า" พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวปิดท้ายพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
..........................
(หมายเหตุ : 'วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี'แมว(น้อย)เก้าชีวิต : สัมภาษณ์พิเศษโดยปัญญา ทิ้วสังวาลย์,สมถวิล เทพสวัสดิ์)



