ข่าว

ไฟไหม้บ้าน'เจ๊เบียบ'เสียหายกว่าล้าน

ไฟไหม้บ้าน'เจ๊เบียบ'เสียหายกว่าล้าน

02 ต.ค. 2555

เพลิงไหม้คฤหัสถ์หรู'เสริมศักดิ์-เจ๊เบียบ'ซ.โชคชัย 4 เผาวอดห้องสะสมของเก่า ใช้เวลา2ชม.เพลิงสงบโชคดีไม่มีใครเจ็บหรือเสียชีวิต 'เสริมศักดิ์' เผย ต้นเพลิงห้องเก็บของเก่าคาดเสียหายกว่าล้าน

          เมื่อคืนวันที่ 1 ตุลาคม ร.ต.อ.วราวุธ หนุชู ร้อยเวรสน.โชคชัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เลขที่ 2/68 โชคชัย 4 ซอย 39 แยก 3 แขวง-เขต กทม. จึงประสานรถดับเพลิงประมาณ 10 คัน ไปตรวจสอบเพื่อควบคุมเพลิง พร้อมด้วย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบก.น.4 พ.ต.อ.เศรษฐศักดิ์ ยิ้มเจริญ ผกก.สน.โชคชัย  และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.)

          ทั้งนี้ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทรงยุโรปขนาดใหญ่ ปลูกติดกันจำนวน 3 หลัง มีความสูง 3 ชั้น ในเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิด พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้บริเวณชั้น 3 ของบ้านหลังแรกประกอบมีกลุ่มควันแผ่ขยายเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันระดมฉีดน้ำเป็นการเร่งด่วนเพื่อสกัดเปลวเพลิง ท่ามกลางความตื่นตกใจของเข้าของบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้พร้อมทั้งฉีดน้ำเลี้ยงไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เปลวเพลิงคลุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง

          สำหรับบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช  ซึ่งหลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบห้องต้นเพลิงซึ่งอยู่บริเวณชั้น 3 ของบ้าน ซึ่งเป็นห้องเก็บของเก่าที่เจ้าของบ้านสะสมไว้ พบว่าเพลิงได้ลุกไหม้ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมดสิ่งของเครื่องใช้ที่เก็บสะสมไว้ถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายเกือบหมด

         นายเสริมศักดิ์  กล่าวว่า หลังจากกลับมาจากประประชุมเวลาประมาณ 20.00 น. ตนก็ได้มานั่งอ่านหนังสืออยู่บริเวณชั้นล่างของบ้าน ซึ่งภายในบ้านมีลูกสาว และแม่บ้านอยู่อาศัยกันหลายคน โดยช่วงที่นั่งอ่านหนังสืออยู่นั้นมีคนที่อยู่นอกบ้านตะโกนมาบอกว่ามีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากชั้น 3 ของบ้านซึ่งเป็นห้องเก็บของเก่าและห้องนอนของลูกชาย ตนจึงรีบวิ่งขึ้นไปดู ปรากฎว่าที่ประตูห้องเก็บของเก่า มีกลุ่มควันลอยออกมาจำนวนมาก ตนก็พยายามเปิดประตูออกยิ่งทำให้กลุ่มควันมากขึ้น ซึ่งตอนนั้นพยายามนำถังดับเพลิงที่อยู่ในบ้านมาฉีดสกัดเปลวไฟแต่ไม่สามารถดับไฟได้จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาช่วยดับเพลิงในที่สุด

          "ในฐานะที่ผมเคยอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน ทำงานด้านการปกครอง ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ ตอนแรกก็พยายามช่วยเหลือตัวเองก่อน นำถังดับเพลิงในบ้านพยายามมาดับไฟ แต่เมื่อดับไม่ได้จึงต้องโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเพราะกลุ่มควันมีเป็นจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบแต่ก็ยังมีมีกลุ่มควันอยู่บ้าง ผมเสียดายของเก่าที่เก็บสะสม โดยเฉพาะอาวุธปืนขนาด 11 มม.ที่ใช้พกพาสมัยเป็นปลัดอ.วังสะพุง จ.เลย ได้เก็บไว้ในห้องนี้ และถูกไฟไหม้ด้ามปืนจนหมด รวมแล้วค่าเสียหายน่าจะกว่า 1 ล้านบาท"นายเสริมศักดิ์ กล่าว

          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้น่าจะมาจากไฟฟ้าลัดวงจร แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะเข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิงอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงอีกครั้ง