ข่าว

วัฏจักรซ้ำซากลิ้นจี่ล้น-ราคาตกต่ำแนะตั้งกองทุน-บริหารเป็นระบบ

วัฏจักรซ้ำซากลิ้นจี่ล้น-ราคาตกต่ำแนะตั้งกองทุน-บริหารเป็นระบบ

25 พ.ค. 2552

"เกษตรกรบางรายต้องหันมาใช่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน แต่ผลผลิตต่อไร่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำจึงต้องเพิ่มการดูแลรักษามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในอดีตลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีราคาแพง เคยสูงถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาท ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกลิ้นจี่กันมาก แต่ปีนี้ลิ้นจี่ราคาตกต่ำลง

 ปัญหาเกษตรกรไทยออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ เรื่องผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาด-ราคาตกต่ำ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่ได้กลายเป็นวัฏจักรเวียนวนซ้ำซาก เมื่อใดถึงรอบผลผลิตออกสู่ตลาด มักเห็นภาพการชุมนุมประท้วงปิดถนนคู่ขนานกันไปด้วย เช่นเดียวกับเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ใน อ.ฝาง อ.แม่อาย และ อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ที่กำลังเผชิญกับปัญหาผลผลิตล้นตลาดจนราคาต่ำกว่าลงถึง 50% เหลือกิโลกรัมละ 7-8 บาทเท่านั้น

 เกษตรกรทั้ง 3 อำเภอกว่า 2,000 คน จึงออกมาชุมนุมประท้วง นำผลผลิตออกมาเทกลางถนนเพื่อประชดประชัน เพราะเหลืออดกับความล่าช้าของรัฐบาล หลังร้องขอความช่วยเหลือมาเนินนาน สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรของรัฐบาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาล้มเหลวมาโดยตลอด !!! 

 จากข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าปริมาณผลผลิตลิ้นจี่ ปีการผลิต 2551/2552 มีพื้นที่เพาะปลูก 45,109 ไร่ จำนวนผลผลิตรวม 27,922 ตัน เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาถึง 10.20% ส่วนระดับราคาจากการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย เบอร์ 1 กิโลกรัมละ 8-9 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อน กิโลกรัมละ 23-24 บาท เบอร์ 2 กิโลกรัมละ  6-7 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อน กิโลกรัมละ 20-21 บาท และเบอร์ 3 กิโลกรัมละ 5-6 บาท เมื่อเทียบกับปีก่อน กิโลกรัมละ 17-18 บาท

 ล่าสุดแม้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) จะอนุมัติเงินช่วยเหลือเป็นค่าบริหารจัดการ-ค่าขนส่งกิโลกรัมละ 2 บาท แต่เกษตรกรไม่ยอมรับมาตรการดังกล่าว พร้อมยื่นข้อเสนอที่เป็นความต้องของเกษตรกร คือ ให้รัฐบาลจ่ายเงินชดเชยต้นทุนการผลิตโดยตรง กิโลกรัมละ 3 บาท จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ในระยะยาว วงเงิน 250 ล้านบาท และให้เร่งดำเนินการแปรรูปลิ้นจี่กระป๋องครบวงจรเพื่อระบายผลผลิต โดยล่าสุด ครม.มีมติอนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรฯ กลับไปดูเงื่อนไขว่าจะหาแนวทางช่วยเหลืออย่างไร

 นายพนิต เจริญบูรณ์ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ชี้แจงว่า ข้อเรียกร้องที่เกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่ 3 อำเภอ คือ ฝาง แม่อาย และไชยปราการ ได้ยื่นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรี รมว.เกษตรฯ และพาณิชย์ ขอเงินชดเชยต้นทุนการผลิตกิโลกรัมละ 3 บาท จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนลิ้นจี่ และบริหารการแปรรูปลิ้นจี่อย่างเป็นระบบ ต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะยังมีพืชเกษตรอีกหลายชนิด ทั้งเงาะ มังคุด ที่มีปัญหาจึงต้องดูในภาพรวมทั้งหมด

 ขณะที่นายอดุลย์ชัย อินต๊ะขาว ประธานสหกรณ์ผู้ปลูกลิ้นจี่เชียงใหม่ จำกัด ในฐานะแกนนำ กล่าวว่า เกษตรกรยืนยันยังไม่เลิกเคลื่อนไหวจนกล่าวรัฐบาลจะช่วยเหลือตามข้อเรียกร้อง แม้ คชก.จะอนุมัติเงินช่วยเหลือมาแล้ว 10 ล้านบาท แต่เป็นเงินค่าบริหารจัดการและค่าขนส่งเกษตรกรจึงไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง

  ปัจจุบันต้นทุนการผลิตลิ้นจี่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะราคาปุ๋ยสูงถึงกระสอบละ 1,475 บาท พื้นที่ปลูก 1 ไร่ ต้องใช้ปุ๋ยถึง 4-5 กระสอบเป็นอย่างต่ำเพราะลิ้นจี่เป็นพืชที่ชอบปุ๋ย หากใส่น้อยผลผลิตจะลดลง ไม่มีคุณภาพ 

 ดังนั้น พื้นที่ปลูกลิ้นจี่ 1 ไร่ มีต้นทุนสูงกว่า 1.2 หมื่นบาท ทำให้ต้นทุนต่อผลผลิตลิ้นจี่เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15-18 บาท แต่ราคาลิ้นจี่ในฤดูกาลผลิตปีนี้ เกรดเอเอ ลดเหลือกิโลกรัมละ 8 บาท ลิ้นจี่คละกิโลกรัมละ 5-6 บาท ส่วนเกรดซี ไม่มีราคาพ่อค้าและโรงงานปฏิเสธรับซื้อ

 นายอดุลย์ชัยระบุว่า แนวโน้มราคาในปีนี้หากผลผลิตทะลักออกมามาก โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคมประเมินว่าอาจลดต่ำลงถึงกิโลกรัมละ 5.50 บาท จากปี 2551 ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8-12 บาท เป็นการขาดทุนต่อเนื่องยาวนานกว่า 4-5 ปี ตั้งแต่ปี 2546 แต่ปีนี้ปัญหารุนแรงมากกว่าเพราะตลาดส่งออกที่มีถึง 1 ใน 3 ของผลผลิตทั้งหมดมีปัญหา

  โดยเฉพาะจีนที่เป็นตลาดหลัก เพราะผลผลิตของจีนที่มีต้นทุนที่ถูกกว่าถึง 50% ออกในช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกัน ที่สำคัญรัฐบาลจีนยังอุดหนุนมากกว่า 60% ทำให้ผลผลิตของไทยไม่สามารถส่งไปได้ ส่วนโรงงานแปรรูปก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจเพราะตลาดส่งออกมีคำสั่งซื้อลดลง โรงงานแปรรูปลิ้นจี่กระป๋องจึงชะลอหรือลดปริมาณผลผลิตที่นำไปแปรรูปลง

 นายสวัสดิ์ ถนอมรุ่งเรือง ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกลิ้นจี่เพื่อการส่งออก จ.เชียงใหม่ เครือข่ายเกษตรกรลิ้นจี่ใน อ.สะเมิง กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตลิ้นจี่สูงมากโดยเฉพาะค่าปุ๋ยกระสอบ 50 กิโลกรัม ราคา 1,800 บาท ลิ้นจี่ 1 ต้น ต้องใส่ปุ๋ยอย่างน้อย 2 กิโลกรัม วันละ 2 รอบ ลิ้นจี่เป็นพืชที่ชอบปุ๋ยหากมีกำลังพอบำรุงรักษาและใส่ปุ๋ยต่อเนื่องจะทำให้ผลผลิตดีมีคุณภาพ แต่ถ้าใส่ปุ๋ยน้อยขนาดผลจะเล็กไม่มีคุณภาพ

 "เกษตรกรบางรายต้องหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุน แต่ผลผลิตต่อไร่ยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำจึงต้องเพิ่มการดูแลรักษามากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในอดีตลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีราคาแพง เคยสูงถึง กิโลกรัม 80-100 บาท ทำให้เกษตรกรหันมาปลูกลิ้นจี่กันมาก แต่ปีนี้ลิ้นจี่ราคาตกต่ำลงมาก เกรดเอเอเหลือกิโลกรัมละ 7-8 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท ถ้าขายต่ำกว่านี้ก็ถือว่าขาดทุนแล้ว" นายสวัสดิ์ครวญ

  กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไร้ทางแก้ไข ขณะที่รัฐบาลยังไร้น้ำยาและฝีมือในการแก้ไขปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ จนทำให้เกษตรกรไทยต้องเผชิญชะตากรรมซ้ำซากทุกปี !!!

 จันจิรา จารุศุภวัฒน์