
นักธุรกิจพันธุ์การเมือง
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : นักธุรกิจพันธุ์การเมือง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
การปกครองในระบอบประชาธิปไตยต้องประกอบไปด้วยอำนาจสามส่วนคือ นิติบัญญัติ บริหาร และอำนาจจากฝ่ายตุลาการ แต่ด้วยความที่ประชาธิปไตยของไทยเป็นประชาธิปไตยแบบติดตาต่อกิ่ง ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบเพาะเมล็ดซึ่งมีรากแก้วที่แข็งแรง แปดสิบปีของประชาธิปไตยไทยจึงล้มลุกคลุกคลานใบร่วงหล่นลงมาตายใต้ต้นตลอดเวลา
ทุกครั้งที่ประเทศไทยมีการเลือกตั้งและเรียกกันเต็มปากเต็มคำว่า “ประชาธิปไตย” อำนาจสามส่วนตามตำราก็เกิดขึ้นมาพร้อมกันด้วย บางครั้งอำนาจทั้งสามส่วนก็เกิดขึ้นมาเพื่อคานกัน แต่บางครั้งก็เกิดขึ้นมาเพื่อทำการสุมหัวทำการอย่างหนึ่งอย่างใดร่วมกัน โดยมิได้ไยดีต่อเสียงทักท้วงจากอำนาจอื่นๆ ที่เกิดขึ้น เพราะจะอ้างได้ว่าเสียงที่ได้ยินมานั้นไม่ได้มาจากหนึ่งในสามอำนาจตามตำราที่กำหนดเอาไว้
ก่อนหน้าปี พ.ศ.2540 อำนาจฝ่ายบริหารเป็นฝ่ายที่เข้มแข็งที่สุด สามารถกำหนดชะตาชีวิตให้แก่อำนาจนิติบัญญัติได้อย่างชะงักงัน มีบ้างบางครั้งที่ฝ่ายนิติบัญญัติทำท่าจะแข็งแกร่งขึ้นมา แต่ท้ายที่สุดก็ต้องอาศัยจมูกของฝ่ายบริหารหายใจ หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องสะดุดขาฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกันเอง หรือร้ายที่สุด ถึงขั้นโดนฝ่ายบริหารที่มีอาวุธในมือเป็นฝ่ายออกมาล้มล้างจนเลิกราไป
แต่ไม่ว่าประเทศไทยจะอยู่ในช่วงเวลาใดก็ตาม ปัญหาการคอร์รัปชั่นโกงกินดูจะเป็นสนิมร้ายที่เกาะแทะประเทศมาโดยตลอด เป็นการเกาะแทะโกงกินอย่างไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ยุคใดที่ฝ่ายบริหารเข้มแข็งก็โกงกันง่ายๆ โดยเอามาจากเงินงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างทั้งหลาย คราใดที่ฝ่ายนิติบัญญัติเข้มแข็งขึ้นมาบ้าง การโกงกินก็ยังคงรูปแบบเดิมเพียงแต่เมื่อตัวหารเพิ่มขึ้น สัดส่วนการโกงกินก็มากตามขึ้น เพียงแต่ทั้งสองรูปแบบจะมีพ่อค้านักธุรกิจเข้ามาเป็นตัวส่งผ่านหรือตัวเชื่อมเท่านั้น
แต่หลังจากเปลี่ยนผ่านมาถึงยุคที่นักวิชาการอ้างว่าประชาธิปไตยเบ่งบาน นักธุรกิจที่เคยแสดงบทบาทแค่ตัวประกอบเริ่มผันตัวเองขึ้นมาอยู่แถวหน้าเป็นดารานำ ด้วยการกระโดดลงบ่อน้ำเน่าของการเมืองที่เรียกว่าการเลือกตั้งด้วยตนเอง และนำเอาวิธีการคิดในเชิงธุรกิจเข้ามาปรับกระบวนการโกงกินเสียใหม่ จนถูกเรียกว่าเป็นการโกงกินเชิงนโยบายหรือโกงกินแบบบูรณาการ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในเวลาที่ผู้คนกลัวน้ำท่วมกันทั่วประเทศก็คือ พื้นที่ซึ่งเคยถูกน้ำท่วมก็ตั้งงบประมาณสำหรับทำคันดินกั้นมวลน้ำเสียสูงลิบลิ่ว ทั้งระดับความสูงของกำแพงและตัวเงินงบประมาณ ในขณะเดียวกันก็ตั้งวงเงินสำหรับทำการขุดลอกคูคลองและบึงน้ำสาธารณะ เพื่อทำแก้มลิงหรือฟลัดเวย์ให้น้ำไหลผ่านไปได้เร็วขึ้น
ผู้รับเหมาซึ่งก็คือนอมินีของนักการเมืองจึงสามารถทำกำไรซ้ำซ้อนได้ง่าย ด้วยการรับเงินทั้งค่าขุดลอกคูคลอง, ค่าขนย้ายดินที่ขุดลอกขึ้นมาเอาไปทิ้ง แถมยังไปรับเงินค่าจ้างก่อคันกำแพงดินกั้นน้ำ มีค่าซื้อดินมาถม, ค่าขนดินมาถมทำกำแพง ซึ่งก็คือดินที่ใช้ถมก็คือดินที่ขุดและขนขึ้นมาคราวเดียวกันนั่นเอง ตัวอย่างที่ยกขึ้นมาคงพอจะชี้ให้เห็นถึงภัยร้ายที่แตกต่างกันระหว่างการโกงรูปแบบดั้งเดิม กับการโกงระดับขั้นบูรณาการโดยนักธุรกิจ ที่กลายพันธุ์มาเป็นนักการเมืองอย่างเห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรมนะครับ
--------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : นักธุรกิจพันธุ์การเมือง : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



