
ปคอป.ชงรายงาน'คอป.'ทำสานเสวนา
ปคอป. รับทราบรายงาน คอป. พร้อมนำไปใช้ในการสานเสวนาสร้างความปรองดองต่อ ชี้การทำงานยังเดินหน้าได้แม้ "ยงยุทธ" ไขก๊อก
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาลนายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ โฆษกคณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(ปคอป.) แถลงหลังการหารือ ปคอป. ว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานฉบับสมบูรณ์ของคอป.ตั้งแต่ก.ค. 2553 - ก.ค. 2555 ซึ่งแบ่งเป็น 5 ส่วน คือ 1.ข้อมูลเบื้องต้นที่เกี่ยวกับคอป. ที่เรารับทราบผลการดำเนินงานแล้ว 2.สรุปเหตุความรุนแรงและการละเมิดสิทธิที่เกิดขึ้น โดยแบ่งออกเป็นแต่ละหลายช่วงเวลา ซึ่งขณะนี้มีการวิจารณ์ส่วนนี้ที่มีหลายมุมมอง แต่เนื่องจากรายงานส่วนนี้มีทั้งคอป.และหน่วยงานเอกชนที่มีการศึกษาอยู่ ดังนั้นเราไม่มีหน้าที่พิจารณาส่วนนี้ แต่ขอให้ประชาชนพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องนี้อย่างมีสติ ไม่ใช้อารมณ์ เพราะประเด็นนี้เป็นการที่แสวงหาข้อเท็จจริง ดังนั้นจะได้ยุติในขั้นตอนของกระบวนการของศาลยุติธรรม
โฆษก ปคอป. กล่าวอีกว่า 3. ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุและรากเหง้าของปัญหา ซึ่งประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เนื่องจากเป็นที่มาของปัญหาที่ต้องก้าวไปสู่การปรองดองระยะยาว ปคอป.จึงมีความเห็นว่าจะนำข้อมูลส่วนหนึ่งไปเป็นเนื้อหาของการจัดเวทีประชาเสวนาที่ขณะนี้เรากำลังดำเนินการอยู่ 4.ส่วนของการเยียวยาและฟื้นฟูเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนั้น เราได้ทำอยู่แล้วและจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นตามขั้นตอนต่อไป และ5.สำหรับข้อเสนอแนะในรายงาน ปคอป. เห็นว่าหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการทำให้ข้อเสนอเป็นรูปธรรมว่าสามารถทำได้หรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่าจุดยืนของปคอป.ต่อรายงานส่วนที่2 นั้นเป็นอย่างไรเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย นายวีระวงศ์ กล่าวว่า จุดยืนของปคอป.ต่อรายงานของคอป. นั้นเราเพียงรับทราบ จะไปเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยไม่ได้ เพราะยังมีรายงานของสภาผู้แทนฯสถาบันพระปกเกล้าและของภาคเอกชน ซึ่งต้องฟังประกอบกันและอ่านโดยละเอียดทั้งฉบับ แต่สุดท้ายหากจะให้ยุติที่ผู้กระทำผิดขอย้ำว่าเป็นเรื่องของกระบวนการของศาลยุติธรรม
เมื่อถามว่าในรายงานส่วนที่สองมีญาติผู้เสียหาย อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล และนพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ตั้งคณะทำงานทบทวนข้อเท็จจริงใหม่อีกครั้ง นายวีระวงศ์ กล่าวว่า เราไม่ได้ถกเถียงกันเรื่องนี้ เพราะขณะนี้มีข้อเท็จจริงทั้งเหมือนและไม่เหมือนกัน ดังนั้นควรไปที่ขั้นตอนของศาล
ต่อข้อถามว่าจะส่งข้อมูลในส่วนที่สอง เพื่อเป็นเอกสารประกอบให้กับหน่วยงานรัฐหลายส่วนที่โดนฟ้องร้องหรือไม่ โฆษก ปคอป. กล่าวว่า คงเลยบทบาทของคอป.เป็นเรื่องของอัยการที่จะพิจารณาต่อไป ซึ่งส่วนที่สองของรายงานมีหลักเกณฑ์และวิธีการทางยุติธรรม ซึ่งเราหวังว่าจะมีกระบวนการที่ไม่ทำให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
เมื่อถามกรณีที่คณะนิติราษฎร์ ระบุว่าในรายงานของคอป. ไม่พบว่าพูดถึงความผิดของกลุ่มพันธมิตร มีแต่ของคนเสื้อแดง นายวีระวงศ์ กล่าวว่า เราไม่มีหน้าที่และวิเคราะห์ตรงนั้น และถือว่าคอป.ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่นั้นก็ว่ากันไป
เมื่อถามว่าในประเด็นรากเหง้าของปัญหามีประเด็นใดที่จะนำมาใช้ในเวทีสานเสวนา ในเมื่อรายงานคอป. ยังไม่เป็นที่ยอมรับของคนในสังคมทั้งหมด นายวีระวงศ์ กล่าวว่า เราตั้งเป้าแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดอง จึงมีส่วนที่เรานำมาดำเนินการคือรากเหง้าของปัญหาคืออะไร ที่ทำให้สังคมมีความเห็นขัดแย้งจนนำไปสู่ความรุนแรง และเพื่อปรับอารมณ์ความรู้สึกของคนในสังคมว่ามีความยุติธรรมและมีการเยียวยาหรือไม่ ส่วนเหตุความรุนแรงเฉพาะเรื่องนั้นเป็นอีกเรื่อง
เมื่อถามว่าการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ จะส่งผลต่อการทำงานของปคอป. ในฐานะที่เป็นประธานการทำงานหรือไม่ นายวีระวงศ์ กล่าวว่า ทางทฤษฎีสะดุดชั่วคราว แต่ตอนนี้ประธานไม่มีดังนั้นหากมีการลงมติอะไรไปอาจจะมีปัญหาตามมาได้ แต่คงไม่เว้นว่างนานและจะต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้มีงานของปคอป.หลายส่วนที่เดินหน้าไปแล้วโดยไม่จำเป็นต้องมีมติใหม่ของปคอป. เช่น การจัดเวทีสานเสวนา เป็นต้น
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ออกมาระบุจะนั่งในตำแหน่งประธานปคอป.แทนนายยงยุทธว่า “อย่าหาเรื่องให้ผมเลย”



